Capturing Tacit

40 %
60 %
Information about Capturing Tacit
Education

Published on February 28, 2009

Author: drterd

Source: slideshare.net

ดร . น . พ . เทอดศักดิ์ โรจน์สุรกิตติ สถาบันวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยรามคำแหง การจัดองค์ความรู้ในระบบการดูแลทางสุขภาพ Knowledge Management in Health Care Systems

Review Chapter 2 ความเข้าใจเกี่ยวกับองค์ความรู้ (Understanding Knowledge)

ความรู้ (Knowledge) ข้อมูลสารสนเทศ (Information) ข้อมูลดิบ (DATA) DATA: บันทึกที่แสดงถึงความเคลื่อนไหวในกิจกรรมประเภทต่างๆ เป็นบันทึก ที่ยังไม่มีความหมายในตัวของมันเอง คุณค่าอยู่ที่ ความทันการณ์ , ความรวดเร็วและความจุ INFORMATION: แสดงความหมาย (Meaning) โดย แสดงความสัมพันธ์ (Correlation) แสดงรูปแบบ (Pattern) ซึ่งขึ้นอยู่กับเวลา อยู่ภายใต้บริบทที่แน่นอน KNOWLEDGE: ส่วนผสมของประสบการณ์ ค่านิยม ความเชี่ยวชาญ ซึ่งใช้เป็นกรอบในการตัดสินใจได้ คุณค่าของความรู้จึงวัดที่ผลของการกระทำ

INFORMATION:

แสดงความหมาย (Meaning) โดย

แสดงความสัมพันธ์ (Correlation)

แสดงรูปแบบ (Pattern) ซึ่งขึ้นอยู่กับเวลา

อยู่ภายใต้บริบทที่แน่นอน

วงจรความรู้ ( Knowledge Spiral : SECI Model) ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) S ocialization E xternalization C ombination I nternalization ( อ้างอิงจาก : Nonaka & Takeuchi )

การจัดเก็บองค์ความรู้แฝง (Capturing Tacit Knowledge) Chapter 3 ดร . น . พ . เทอดศักดิ์ โรจน์สุรกิตติ สถาบันวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

องค์กรจะต้องมีวิธีเกาะกุม (Capture) ความรู้ที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงานตามปกติไว้เป็นความรู้ขององค์กร ทำให้ความรู้ขององค์กรมีการยกระดับ (Leverage) ขึ้น ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการทำงานในเบื้องต้นเป็นความรู้ของบุคคล (individual knowledge) จะต้องมีกระบวนการ " จารึก " (embed) ความรู้เหล่านี้ไว้ในองค์กร ให้เป็นความรู้ขององค์กร (organizational knowledge) การจัดเก็บองค์ความรู้ Capturing tacit knowledge

การจัดเก็บองค์ความรู้คืออะไร การจัดเก็บองค์ความรู้เป็นกระบวนการซึ่งวิธีคิดและประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญถูกองค์กรเกาะกุม (Capture) ไว้ ผู้พัฒนาองค์ความรู้สร้างความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในการเปลี่ยนความรู้ของผู้เชี่ยวชาญให้เป็นความรู้ที่ง่ายต่อการนำไปใช้ เป็นกระบวนการเรียนรู้ถึงวิธีที่ผู้เชี่ยวชาญเรียนรู้ในสิ่งที่รู้

การจัดเก็บองค์ความรู้เป็นกระบวนการซึ่งวิธีคิดและประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญถูกองค์กรเกาะกุม (Capture) ไว้

ผู้พัฒนาองค์ความรู้สร้างความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญในการเปลี่ยนความรู้ของผู้เชี่ยวชาญให้เป็นความรู้ที่ง่ายต่อการนำไปใช้

เป็นกระบวนการเรียนรู้ถึงวิธีที่ผู้เชี่ยวชาญเรียนรู้ในสิ่งที่รู้

ความเชี่ยวชาญ ความชำนาญหรือความถนัดในเรื่องหรืองานนั้นๆ ซึ่งเป็นองค์ความรู้เฉพาะที่ได้จากการเรียนรู้ ฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์ รวมไปถึงองค์ความรู้ชนิดอื่นๆที่ได้รับหรือมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของทฤษฎี กฏเกณฑ์ กระบวนการ ข้อสารสนเทศ และกลยุทธ์ เป็นต้น

ความชำนาญหรือความถนัดในเรื่องหรืองานนั้นๆ ซึ่งเป็นองค์ความรู้เฉพาะที่ได้จากการเรียนรู้ ฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์ รวมไปถึงองค์ความรู้ชนิดอื่นๆที่ได้รับหรือมีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของทฤษฎี กฏเกณฑ์ กระบวนการ ข้อสารสนเทศ และกลยุทธ์ เป็นต้น

หลักเกณฑ์ ความ เชี่ยวชาญมักจะแสดงถึงสติปัญญาในระดับสูง ความเชี่ยวชาญมักจะเกี่ยวข้องกับองค์ความรู้ระดับมาก ความเชี่ยวชาญจะมีการสั่งสมประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญสามารถที่จะจัดเก็บ บริหารจัดการ และเรียกใช้งานได้ในทันทีที่ต้องการ ความเชี่ยวชาญสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาได้ทันท่วงที

ความ เชี่ยวชาญมักจะแสดงถึงสติปัญญาในระดับสูง

ความเชี่ยวชาญมักจะเกี่ยวข้องกับองค์ความรู้ระดับมาก

ความเชี่ยวชาญจะมีการสั่งสมประสบการณ์

ความเชี่ยวชาญสามารถที่จะจัดเก็บ บริหารจัดการ และเรียกใช้งานได้ในทันทีที่ต้องการ

ความเชี่ยวชาญสามารถนำมาใช้แก้ปัญหาได้ทันท่วงที

ผู้เชี่ยวชาญ (Expert)

ผู้เชี่ยวชาญ (The Expert) ผู้เชี่ยวชาญอาจเป็นได้ทั้งรายบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่มีความรู้และความชำนาญในระดับเดียวกัน ถึงแม้จะมีอยู่น้อยแต่สามารถนำความรู้ความชำนาญในเรื่องที่ตนเชี่ยวชาญมาอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆ ได้อย่างเป็นเชิงเหตุและผล รวมถึงเรียนรู้และสร้างสิ่งใหม่ๆ เพื่อประโยชน์ในการแก้ปัญหา

สามารถวิเคราะห์และแยกแยะปัญหาได้อย่างมีประสิทธิผล รู้ถึงวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ สามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆในการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม มีความรู้และสั่งสมประสบการณ์มาในอดีต มีความคิดสร้างสรรองค์ความรู้หรือสิ่งใหม่ๆ สามารถเบี่ยงเบนกฏเกณฑ์ได้หากจำเป็นด้วยเชิงเหตุและผล สามารถจำลองสถานการณ์สำหรับใช้เป็นแนวทางแก้ปัญหาได้ มีความกระตือรือร้นที่จะทำงานในระดับองค์กรหรือร่วมกันเป็นทีม คุณสมบัติของ ผู้เชี่ยวชาญ

สามารถวิเคราะห์และแยกแยะปัญหาได้อย่างมีประสิทธิผล

รู้ถึงวิธีการแก้ปัญหาได้อย่างเป็นระบบ

สามารถอธิบายปรากฏการณ์ต่างๆในการแก้ปัญหาได้อย่างเหมาะสม

มีความรู้และสั่งสมประสบการณ์มาในอดีต

มีความคิดสร้างสรรองค์ความรู้หรือสิ่งใหม่ๆ

สามารถเบี่ยงเบนกฏเกณฑ์ได้หากจำเป็นด้วยเชิงเหตุและผล

สามารถจำลองสถานการณ์สำหรับใช้เป็นแนวทางแก้ปัญหาได้

มีความกระตือรือร้นที่จะทำงานในระดับองค์กรหรือร่วมกันเป็นทีม

คุณลักษณะของผู้เชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญอิสระ (Individual Expert) แต่ละคนจะแสดงความคิดเห็นเป็นอิสระจากกัน ผู้เชี่ยวชาญปฐมภูมิและทุติยภูมิ (Primary & Secondary Expert) ผู้เชี่ยวชาญปฐมภูมิรับผิดชอบตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเบื้องต้นก่อนจะส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญทุติยภูมิ กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Small Groups) แสดงความคิดเห็นและปรึกษาหารือกันก่อนจะลงมติร่วมกัน คณะผู้เชี่ยวชาญ (Panels) ต้องมีการแต่งตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญ กำหนดบทบาทหน้าที่ และมีการประชุมร่วมกับผู้พัฒนาระบบ

ผู้เชี่ยวชาญอิสระ (Individual Expert) แต่ละคนจะแสดงความคิดเห็นเป็นอิสระจากกัน

ผู้เชี่ยวชาญปฐมภูมิและทุติยภูมิ (Primary & Secondary Expert) ผู้เชี่ยวชาญปฐมภูมิรับผิดชอบตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลเบื้องต้นก่อนจะส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญทุติยภูมิ

กลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Small Groups)

แสดงความคิดเห็นและปรึกษาหารือกันก่อนจะลงมติร่วมกัน

คณะผู้เชี่ยวชาญ (Panels)

ต้องมีการแต่งตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญ กำหนดบทบาทหน้าที่ และมีการประชุมร่วมกับผู้พัฒนาระบบ

ความยุ่งยากของการจัดเก็บองค์ความรู้ การที่จะได้มาขององค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ อาจมีทั้งที่เป็นข้อเท็จจริง และหลักการ ซึ่งบางครั้งก็ยากต่อการนำเสนอด้วยแบบจำลองและทฤษฎีทางคณิตศาสตร์ องค์ความรู้บางอย่างอาจเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป จึงไม่มีความจำเป็นนำมาใช้งานก็ได้ องค์ความรู้บางอย่างอาจต้องรอการพิสูจน์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการหักล้างข้อสมมติฐาน

การที่จะได้มาขององค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญ อาจมีทั้งที่เป็นข้อเท็จจริง และหลักการ ซึ่งบางครั้งก็ยากต่อการนำเสนอด้วยแบบจำลองและทฤษฎีทางคณิตศาสตร์

องค์ความรู้บางอย่างอาจเป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป จึงไม่มีความจำเป็นนำมาใช้งานก็ได้

องค์ความรู้บางอย่างอาจต้องรอการพิสูจน์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการหักล้างข้อสมมติฐาน

การใช้ผู้เชี่ยวชาญคนเดียว ข้อดี ใช้ได้ดีในกรณีที่สร้างระบบองค์ความรู้อย่างง่าย ปัญหาที่เกิดจะอยู่ในขอบเขตจำกัด ง่ายต่อการได้รับความร่วมมือในการจัดเก็บความรู้ ความขัดแย้งง่ายต่อการแก้ไข ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นได้อย่างมั่นใจมากกว่า ข้อเสีย ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญคนเดียวบางครั้งก็มักจะให้เหตุผลเพียงด้านเดียวกระจัดกระจาย ในการนัดหมายมีการขอเปลี่ยนตารางการประชุมบ่อย

ข้อดี

ใช้ได้ดีในกรณีที่สร้างระบบองค์ความรู้อย่างง่าย

ปัญหาที่เกิดจะอยู่ในขอบเขตจำกัด

ง่ายต่อการได้รับความร่วมมือในการจัดเก็บความรู้

ความขัดแย้งง่ายต่อการแก้ไข

ผู้เชี่ยวชาญให้ความเห็นได้อย่างมั่นใจมากกว่า

ข้อเสีย

ความรู้ของผู้เชี่ยวชาญคนเดียวบางครั้งก็มักจะให้เหตุผลเพียงด้านเดียวกระจัดกระจาย

ในการนัดหมายมีการขอเปลี่ยนตารางการประชุมบ่อย

การใช้หลากหลายผู้เชี่ยวชาญ วัตถุประสงค์ : เพื่อเพิ่มความเข้าใจขอบเขตปัญหา เพื่อปรับปรุงฐานองค์ความรู้ให้มีความถูกต้อง ไม่ซ้ำซ้อน แม่นยำ ตรงประเด็น เพื่อเพิ่มผลผลิตให้มากยิ่งขึ้น เพื่อระบุถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อกำหนดขอบเขตปัญหาให้กว้างยิ่งขึ้น เพื่อรองรับกับปัญหาที่มีความยากและสลับซับซ้อน

วัตถุประสงค์ :

เพื่อเพิ่มความเข้าใจขอบเขตปัญหา

เพื่อปรับปรุงฐานองค์ความรู้ให้มีความถูกต้อง ไม่ซ้ำซ้อน แม่นยำ ตรงประเด็น

เพื่อเพิ่มผลผลิตให้มากยิ่งขึ้น

เพื่อระบุถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น

เพื่อกำหนดขอบเขตปัญหาให้กว้างยิ่งขึ้น

เพื่อรองรับกับปัญหาที่มีความยากและสลับซับซ้อน

การใช้หลากหลายผู้เชี่ยวชาญ ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น : อาจเกิดข้อขัดแย้งเนื่องจากความคิดไม่ตรงกัน การนัดหมายทำได้ลำบาก แต่ละคนมีความมั่นใจในตัวเองสูง มีความจำเป็นที่ต้องใช้วิศวกรองค์ความรู้หลายคนทำหน้าที่เป็นคนกลาง ต้องนำความเห็นมาแยกแยะและเรียบเรียงร่วมกัน

ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น :

อาจเกิดข้อขัดแย้งเนื่องจากความคิดไม่ตรงกัน

การนัดหมายทำได้ลำบาก

แต่ละคนมีความมั่นใจในตัวเองสูง

มีความจำเป็นที่ต้องใช้วิศวกรองค์ความรู้หลายคนทำหน้าที่เป็นคนกลาง

ต้องนำความเห็นมาแยกแยะและเรียบเรียงร่วมกัน

มาตรการรองรับความหลากหลายผู้เชี่ยวชาญ การใช้เทคนิคเดลฟาย (Delphi) การวิเคราะห์และตัดสินใจร่วมกันเป็นทีม การใช้วิธีการรวบรวมและเลือกใช้แนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสม

การใช้เทคนิคเดลฟาย (Delphi)

การวิเคราะห์และตัดสินใจร่วมกันเป็นทีม

การใช้วิธีการรวบรวมและเลือกใช้แนวทางแก้ปัญหาที่เหมาะสม

แนวคิด (Concept) เป็นกระบวนการร่วมกันปรับปรุง เอกสาร แผนงาน คู่มือ โดยมีผู้ร่างเริ่มต้นขึ้น และเวียนส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญที่อยู่ต่างสถานที่กัน ให้ปรับแก้ แนะนำ ส่งกลับมาให้คณะผู้จัดทำ รวบรวมนำข้อที่เห็นแตกต่างกัน ส่งกลับไปให้พิจารณากันใหม่ 2-3 รอบ และอาจนัดมาประชุมเพียง 1-2 ครั้ง Delphi Technique

ประโยชน์ (Advantage) เพื่อแก้ปัญหาที่ไม่สามารถนำผู้เชี่ยวชาญจริงๆ มาพบกันได้นานหรือบ่อยครั้ง และยังวิวัฒนาการไปเป็นการใช้สื่อทางไกลอิเล็กทรอนิกส์ได้ทุกชนิด เหมาะกับยุคใหม่ที่ต้องการความรวดเร็ว และสะดวก การนำไปใช้ (Usage) มีการใช้อยู่ทั่วไป แต่วิธีการอาจจะไม่รัดกุมจึงควรจะให้ความสนใจวิธีการให้มาก Delphi Technique

วัตถุประสงค์ (Objective) เพื่อระดมความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญโดยวิธีการเขียนและปรับแก้โดยไม่มีการถกเถียง (No debate) กลวิธี (Tactic) สำรวจ สัมภาษณ์ ส่งเอกสารไปให้แสดงความคิดเห็น หรือปรับแก้เสนอแนะ (Comments) Delphi Technique

วิธีการ (Method) กำหนดกรอบเรื่องเพื่อควบคุมข้อคิดเห็น ให้ข้อมูลเรื่องที่จะขอความคิดเห็น ติดตามการสนองตอบจากทุกคน เลือกผู้เชี่ยวชาญในสาขาของเรื่องนั้น ยอมรับข้อเขียนของกันและกัน อย่างเอกฉันท์ โดยไม่ต้องมาประชุม Delphi Technique

ขั้นตอน (Step) 1. กำหนดเรื่องและทำแบบสอบถามหรือทำร่าง 2. ส่งให้ผู้เชี่ยวชาญกรอก ปรับแก้ส่งกลับมา ( ผู้ประสานงาน 3 คน ทีมไม่เกิน 18 คน ) 3. ผลที่รับกลับมาส่งเวียนไปให้ผู้อื่นอีกรอบ 4. ข้อเสนอแนะ การปรับแก้จากคนอื่นๆได้มีการรับรู้ทั่วกัน โดยไม่ต้องระบุว่าเป็นของใคร 5. ผู้รับเรื่องต้องอ่านทบทวนความคิดเห็นที่อาจต่างจากของตน 6. ตัดสินใจปรับแก้หรือยอมรับความคิดเห็นที่อาจต่างจากของตน 7. ผู้ประสานงานส่งกลับไปเป็นรอบที่ 3 หรือหลายรอบจนกว่าจะมีข้อตกลง ( ไม่มีผู้ใดแก้อีก ) เป็นรอบสุดท้าย และอาจเชิญมาลงมติร่วมกัน 1 ครั้ง Delphi Technique

ข้อสังวรของผู้ประสาน 1. ประเด็นต้องชัดว่าให้แสดงความคิดเห็นอิสระหรือพิจารณาเฉพาะประโยค คำใด หน้าใด 2. วิธีการอาจดัดแปลงได้ เช่น ให้ผู้เชี่ยวชาญมาพบกันครั้งแรกเพื่อชี้แจง Delphi Technique นั้น สมาชิกของกลุ่มที่จะทำการตัดสินใจ ไม่จำเป็นต้องมาพบหน้ากันหรือไม่เคยรู้จักกันมาเลย แต่ละคนได้รับปัญหาและหาแนวทางแก้ไข โดยจะมีศูนย์รวมข้อมูลซึ่งอาจจะมีการส่งปัญหาและแนวทางแก้ไขไปให้ 2-3 รอบจึงจะหาข้อมูล ส่วนใหญ่วิธีนี้ใช้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ตัดสินในปัญหานั้นๆ Delphi Technique

สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้เชี่ยวชาญ สร้างความประทับใจ ไม่ควรประเมินค่าผู้เชี่ยวชาญต่ำเกินไป มีการเตรียมตัวที่ดีพอ วางแผนสถานที่ใช้พบปะให้เรียบร้อย

สร้างความประทับใจ

ไม่ควรประเมินค่าผู้เชี่ยวชาญต่ำเกินไป

มีการเตรียมตัวที่ดีพอ

วางแผนสถานที่ใช้พบปะให้เรียบร้อย

วิธีการสัมภาษณ์

เป็นการรวบรวมข้อมูลโดยการสัมภาษณ์เป็นวิธีการสื่อสารสองทาง ( Two-way communication) มีการสนทนาระหว่างผู้มีข้อมูลกับผู้ต้องการทราบข้อมูล เป็นการถามตอบกันโดยตรง หากมีข้อสงสัย หรือเข้าใจไม่ชัดเจนก็ทำความเข้าใจจนชัดเจนในทันที เป็นการสร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้ตอบและผู้ศึกษา การสัมภาษณ์ (Interview)

การสัมภาษณ์ (Interview) การสนทนาที่มีจุดมุ่งหมาย โดยที่ผู้สัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์ต่างให้และรับข้อมูลที่ต้องการ

เป็นกระบวนการติดต่อสื่อความหมายกันระหว่างบุคคลสองฝ่าย โดยใช้ภาษาเป็นสื่อ การสัมภาษณ์ (Interview)

วิธีการสัมภาษณ์แบ่งเป็น 2 ประเภท แบบมีโครงสร้าง แบบไม่มีโครงสร้าง

แบบมีโครงสร้าง

แบบไม่มีโครงสร้าง

การสัมภาษณ์แบบที่มีโครงสร้าง การสัมภาษณ์แบบที่มีโครงสร้างหรือแบบมาตรฐาน (Standardized interview ) เป็นแบบที่มีการเตรียมการ มีแผนการสัมภาษณ์และการบริหารการสัมภาษณ์จัดเตรียมไว้อย่างค่อนข้างแน่นอนเป็นการล่วงหน้า การสัมภาษณ์เป็นมาตรฐานและเป็นทางการมาก ผู้ให้สัมภาษณ์ทุกคนจะตอบคำถามเดียวกัน และถามคำถามก่อนหลังเรียงตามลำดับเหมือนกัน

การสัมภาษณ์แบบที่มีโครงสร้าง กำหนดขอบเขตปัญหา กำหนดจุดมุ่งหมาย จัดทำแผนงานและกำหนดระยะเวลา จัดทำแบบสอบถาม แยกประเภท ระดับ และลำดับความสำคัญ มีการทบทวนแผนงาน ปฏิบัติตามระเบียบวิธีการสัมภาษณ์ ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดให้อยู่ในระเบียบ

กำหนดขอบเขตปัญหา

กำหนดจุดมุ่งหมาย

จัดทำแผนงานและกำหนดระยะเวลา

จัดทำแบบสอบถาม แยกประเภท ระดับ และลำดับความสำคัญ

มีการทบทวนแผนงาน

ปฏิบัติตามระเบียบวิธีการสัมภาษณ์

ควบคุมสถานการณ์ทั้งหมดให้อยู่ในระเบียบ

การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง การสัมภาษณ์แบบไม่มีโครงสร้าง หรือแบบมาตรฐานน้อย ( Less Standardized interview ) นั้น การสัมภาษณ์จะยืดหยุ่น เปิดกว้างไม่เป็นทางการมากนัก จะถามอะไรก่อนหลังก็ได้ รวมทั้งไม่จำเป็นต้องถามคำถามเหมือนกันทุกคนก็ได้ ผู้สัมภาษณ์มีอิสระในการถามและสามารถปรับเปลี่ยนการซักถามให้เหมาะสมกับผู้ให้สัมภาษณ์แต่ละคนได้

การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก ( Depth Interview) การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก ( Depth Interview) แบ่งเป็น 2 ลักษณะคือ การสัมภาษณ์แบบเจาะลึกรายบุคคล (Individual depth interview) การสนทนากลุ่ม ( Focus Group Discussion)

การสัมภาษณ์แบบเจาะลึก ( Depth Interview)

แบ่งเป็น 2 ลักษณะคือ

การสัมภาษณ์แบบเจาะลึกรายบุคคล (Individual depth interview)

การสนทนากลุ่ม ( Focus Group Discussion)

เป็นการซักถามพูดคุยกันระหว่างผู้สัมภาษณ์และผู้ให้สัมภาษณ์ เป็นการถามเจาะลึกล้วงคำตอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน การถามนอกจากจะให้อธิบายแล้ว จะต้องถามถึงเหตุผลด้วย การสัมภาษณ์แบบนี้ จะใช้ได้ดีกับการศึกษาวิจัยในเรื่องที่เกี่ยวกับพฤติกรรมของบุคคล เจตคติ ความต้องการ ความเชื่อ ค่านิยม บุคลิกภาพในลักษณะต่างๆ การสัมภาษณ์แบบเจาะลึกรายบุคคล

เป็นการสัมภาษณ์และสนทนาแบบเจาะประเด็นด้วยการเชิญผู้ร่วมสนทนามารวมเป็นกลุ่ม กลุ่มละประมาณ 5-7 คน แล้วเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนทัศนะกันอย่างกว้างขวางในประเด็นต่างๆที่เราต้องการแล้วพยายามหาข้อสรุป การสนทนากลุ่มนี้เหมาะกับการวิจัยที่ต้องการหารูปแบบโครงสร้าง แนวคิดใหม่ ๆ รวมทั้งค้นหาตัวกำหนดพฤติกรรมและบุคลิกภาพของมนุษย์ การสนทนากลุ่ม

  1.  มีมนุษยสัมพันธ์ 2.  มีปฏิภาณไหวพริบ ไวต่อความรู้สึก 3.  เป็นผู้ฟังที่ดี 4.  ละเอียดรอบคอบ 5.  ไม่ลำเอียง หรือมีอคติ 6.  มีพื้นฐานความรู้ในเรื่องที่สัมภาษณ์   คุณสมบัติของผู้ทำการสัมภาษณ์ที่ดี

1.  กำหนดจุดมุ่งหมายและกรอบการสัมภาษณ์ 2.  ศึกษาเรื่องที่จะสัมภาษณ์ให้พร้อม 3.  เตรียมคำถามไว้ล่วงหน้าหลายๆ รูปแบบ 4.  สร้างบรรยากาศความคุ้นเคย ไว้วางใจ 5.  รักษาบรรยากาศให้เป็นไปตามธรรมชาติ 6.  ใช้เวลาสัมภาษณ์พอเหมาะ 7.  ไม่ชี้แนะคำตอบ 8.  ไม่ลำเอียงในเรื่องที่สัมภาษณ์ 9.  ฝึกทดลองสัมภาษณ์ให้คล่อง ลักษณะของการสัมภาษณ์ที่ดี  

  1.  เหมาะสำหรับผู้ที่อ่าน / เขียนไม่คล่อง 2.  ได้ข้อมูลโดยตรงจากแหล่งข้อมูล 3.  ได้ข้อมูลที่ไม่สามารถเขียนตอบโดยตรง 4.  สังเกตความจริงใจในการตอบได้ 5.  ตรวจสอบคำตอบได้   ข้อดีของการเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์

  1.  ลุงทุนมากทั้งเงิน   คน   และเวลา 2.  ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือ ข้อมูลจะเชื่อถือได้น้อย 3.  ขึ้นอยู่กับคุณภาพของผู้สัมภาษณ์   ข้อด้อยของการเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์

การตรวจสอบคุณภาพของแบบสัมภาษณ์    1.  ความตรง : ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ ความครบถ้วนของคำถาม ความชัดเจนของภาษาที่ใช้ถาม 2.  ความเที่ยง : ดูความสอดคล้องของคำตอบได้

1.  ความตรง : ตรวจสอบโดยผู้เชี่ยวชาญ

ความครบถ้วนของคำถาม

ความชัดเจนของภาษาที่ใช้ถาม

2.  ความเที่ยง : ดูความสอดคล้องของคำตอบได้

การสนทนากลุ่ม แนวคิดและความเป็นมาของการสนทนากลุ่ม เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความนึกคิด   จิตใจ   และพฤติกรรมของมนุษย์   ปัจจัยที่มีอิทธิพล   ต่อพฤติกรรมปฏิกิริยาของบุคคลที่มีต่อสิ่งเร้า   คำถาม   ถามถึงความรู้สึก   การตัดสินใจ   การให้เหตุผล   แรงจูงใจ   ความประทับใจ   หรือสถานการณ์ต่างๆที่มีความเป็นอิสระในการแสดงความเห็นการกำหนดเวลาของการสนทนาสถานที่และบรรยากาศของการสนทนาก็สร้างขึ้นมาให้เป็นกันเองที่สุด  

ความหมายของการจัดสนทนากลุ่ม กลุ่มคนที่เป็นผู้รู้มีลักษณะทางศรษฐกิจ สังคม   อาชีพ   หรือ คุณลักษณะภูมิหลังต่าง ๆ ที่ใกล้เคียงกันที่สุด และ คาดว่าเป็นกลุ่มที่สามารถตอบประเด็นคำถามที่นักวิจัยสนใจได้ดีที่สุด   สมาชิกที่เข้าร่วมกลุ่ม ( Homogeneous)  กลุ่มคนที่มีขนาดระหว่าง 7-8 คนนี้   เป็นกลุ่มที่มีลักษณะโต้ตอบและโต้แย้งกันดีที่สุด   ก่อให้เกิดการสนทนา   ที่เปิดกว้างที่จะให้ทุกคนไม่อายคนวิพากษ์วิจารณ์ได้ดีที่สุด 9-12 คน   มีลักษณะเป็นกลุ่มใหญ่   วงสนทนาอาจจะมีการแบ่งกลุ่มย่อย    หันหน้าเข้าสนทนากันเอง   จะลำบากในการนั่งสนทนาเป็นกลุ่ม   และยากต่อการสรุปประเด็นปัญหาหรือวิเคราะห์ข้อมูล

ลักษณะการเรียงคำถาม การที่ผู้ร่วมสนทนามีปฏิกิริยาโต้ตอบกันระดับสูงในระหว่างการสนทนา   จะเป็นสิ่งเร้าให้เกิดการสนทนาในระดับลึกยิ่งขึ้น   วงสนทนากลุ่มนักวิจัยจะต้องวิเคราะห์สถานการณ์   และข้อมูลในกลุ่มบุคคลที่ถูกกระตุ้น   แล้วสร้างประเด็นถามใหม่ ๆ ย้อนกลับไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้คำตอบที่ดีมีเหตุผลชัดเจนและละเอียดมากที่สุด

องค์ประกอบการจัดสนทนากลุ่ม 1.  สิ่งแรกที่ต้องทำในเรื่องของการสนทนากลุ่ม   คือการกำหนดเรื่องที่จะทำการศึกษา   การกำหนดหัวข้อเรื่องนี้   อาจจะเกิดมาจากสภาพปัญหาต่าง ๆ ของสังคมในขณะนั้น   หรือเรื่องที่ผู้วิจัยสนใจตลอดจนแนวคิดและทฤษฏีต่าง ๆ นั่นเอง 2.  กำหนดประเด็นหรือตัวแปร   หรือตัวบ่งชี้ที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ทำการศึกษา   เพื่อมาสร้างเป็นแนวทางในการดำเนินการสนทนา 3. แนวคำถามหรือกรอบคำถาม   คือแนวทางในการสนทนากลุ่ม   ซึ่งได้จากการนำคำถามที่ร่างไว้มาเรียบเรียงเป็นข้อย่อยจัดเป็นลำดับ   หรือผูกเป็นเรื่องราวเพื่อนำการสนทนาเป็นขั้นตอนและจัดตามลำดับความคิดเป็นหมวดหรือหัวข้อใหญ่ 4.  แบบคัดเลือกผู้เข้าร่วมกลุ่มสนทนา   เป็นแนวทางในการคัดเลือกสมาชิกเพื่อเข้าร่วมในกลุ่มสนทนาที่ถือว่าเป็นบุคคลที่สามารถให้คำตอบในการศึกษาครั้งนี้   ได้ตรงวัตถุประสงค์ของการศึกษามากที่สุด

องค์ประกอบการจัดสนทนากลุ่ม 5.  ประกอบด้วยบุคคลต่อไปนี้   คือ ก . พิธีกร ( Moderator) ข . ผู้จดบันทึกคำสนทนา   ค . เจ้าหน้าที่บริการทั่วไป   6.  อุปกรณ์ในการรวบรวมข้อมูล   ในการจัดสนทนากลุ่มอุปกรณ์ในการรวบรวมข้อมูลคือ เทปบันทึกเสียง 7. อุปกรณ์เสริมการสนทนากลุ่ม   เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้วงสนทนากลุ่มดำเนินไปด้วยบรรยากาศราบรื่นและดูเป็นธรรมชาติไม่เคร่งเครียด   8. สถานที่ที่จะจัดสนทนากลุ่ม   9. ของกำนัลหรือของที่ระลึก   มอบไว้ก่อนจากกัน 10. ระยะเวลาของการดำเนินการจัดสนทนากลุ่ม  

5.  ประกอบด้วยบุคคลต่อไปนี้   คือ

ก . พิธีกร ( Moderator)

ข . ผู้จดบันทึกคำสนทนา  

ค . เจ้าหน้าที่บริการทั่วไป  

6.  อุปกรณ์ในการรวบรวมข้อมูล   ในการจัดสนทนากลุ่มอุปกรณ์ในการรวบรวมข้อมูลคือ เทปบันทึกเสียง

7. อุปกรณ์เสริมการสนทนากลุ่ม   เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้วงสนทนากลุ่มดำเนินไปด้วยบรรยากาศราบรื่นและดูเป็นธรรมชาติไม่เคร่งเครียด  

8. สถานที่ที่จะจัดสนทนากลุ่ม  

9. ของกำนัลหรือของที่ระลึก   มอบไว้ก่อนจากกัน

10. ระยะเวลาของการดำเนินการจัดสนทนากลุ่ม  

การดำเนินการสนทนากลุ่ม 1.  แนะนำตนเองและทีมงาน   ประกอบด้วย   พิธีกร   ผู้จดบันทึก   และผู้บริการทั่วไป   โดยปกติไม่ควรให้มีผู้สังเกตการณ์   อาจมีผลต่อการแสดงออก 2.  อธิบายถึงจุดมุ่งหมายในการมาทำสนทนากลุ่ม   วัตถุประสงค์ของการศึกษา 3.  เริ่มเกริ่นนำด้วยคำถามอุ่นเครื่องสร้างบรรยากาศเป็นกันเอง 4.  เมื่อเริ่มคุ้นเคย   เริ่มคำถามในแนวการสนทนาที่จัดเตรียมไว้ทิ้งช่วงให้มีการถกประเด็นและโต้แย้งกันให้พอสมควร  

ประเภทของวัตถุประสงค์ของการจัดสนทนากลุ่ม 1.  ใช้เพื่อสร้างให้เกิดสมมติฐานใหม่ 2.  ใช้เพื่อสำรวจความคิดเห็น   ทัศนคติของกลุ่มประชากรต่อปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นที่ สนใจจะศึกษา 3.  ใช้ในการทดสอบแนวความคิดในเรื่องที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นมาใหม่ 4.  ใช้ในการประเมินผลการวิจัยต่างๆ หรือโครงการพัฒนา 5.  ใช้ในการทดสอบแบบสอบถาม   และเพื่อสร้างความเข้า ใจ ที่ตรงกัน 6.  ใช้เพื่อเป็นการค้นหาคำตอบที่ยังคลุมเรือหรือไม่แน่ชัดในการวิจัยเชิงปริมาณ   โดยนำคำตอบจากการสนทนากลุ่มไปอธิบายเสริม 7.  ใช้ประโยชน์ในการทำการศึกษานำร่อง ( Pilot Study) ศึกษาบางเรื่องเพื่อเป็นแนวทางในการทำกรณีศึกษา ( Case Study) ต่อไป  

ข้อดีของการจัดสนทนากลุ่ม 1.  เป็นการนั่งสนทนาระหว่างนักวิจัยกับผู้รู้   2.  การสนทนากลุ่ม   เป็นการสร้างบรรยากาศเสวนาให้เป็นกันเอง 3.  ได้ข้อมูลละเอียดและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการศึกษา 4.  มีลักษณะเป็นคำตอบเชิงเหตุผลคล้ายๆกับการรวบรวมข้อมูลแบบคุณภาพ 5.  ประหยัดเวลาและงบประมาณของนักวิจัยในการศึกษา 6.  ทำให้ได้รายละเอียดสามารถตอบคำถามประเภททำไมและอย่างไรได้อย่างแตกฉานลึกซึ้งและในประเด็นหรือเรื่องที่ไม่ได้คิดหรือเตรียมไว้ก่อนก็ได้ 7.  จะช่วยบ่งชี้อิทธิพลของวัฒนธรรมและคุณค่าต่างๆ ของสังคมนั้นได้เนื่องจากสมาชิกของกลุ่มมาจากวัฒนธรรมเดียวกัน 8.  สภาพของการสนทนากลุ่ม   ช่วยให้เกิดและได้ข้อมูลที่เป็นจริง  

ข้อจำกัดของการสนทนากลุ่ม ถ้าการกำหนดประเด็นต่างๆยังคลุมเครือไม่ชัดเจน   ก็ยากต่อการกำหนดตัวแปร การสร้างแนวคำถามจะต้องเรียบเรียงแนวคำถาให้ดีไม่วกวน   การคัดเลือกสมาชิกผู้เข้าร่วมวงสนทนา   จะต้องได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้   คำตอบในวงสนทนาบางคำตอบ   อาจจะไม่ได้จากการสนทนากลุ่ม เหตุการณ์หรือพฤติกรรมหรือคำตอบในบางประเด็นคำถามที่สมาชิกกลุ่มคิดว่าเป็นประเด็นธรรมดาและเคยชินอยู่แล้ว การสนทนากลุ่มจะให้ผลดีมากในการศึกษาหลาย ๆ เรื่องแต่ไม่ใช่ทุกเรื่อง ภาษาในการพูดคุยนับว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก   ควรจะพูดภาษาท้องถิ่นของสมาชิกในกลุ่มสนทนาหรือในพื้นที่ที่ทำการศึกษา เทปบันทึกข้อมูล   ถ้าไม่พร้อมหรือสภาพไม่เหมาะแก่การบันทึกจะทำให้เสียข้อมูลไปเลย ถ้าพิธีกรไม่ได้รับการฝึกฝนให้เป็นผู้ดำเนินการสนทนาที่ดี   เตรียมตัวไม่พร้อมก็จะทำให้วงสนทนาดำเนินไปได้ไม่ราบรื่น  

ถ้าการกำหนดประเด็นต่างๆยังคลุมเครือไม่ชัดเจน   ก็ยากต่อการกำหนดตัวแปร

การสร้างแนวคำถามจะต้องเรียบเรียงแนวคำถาให้ดีไม่วกวน  

การคัดเลือกสมาชิกผู้เข้าร่วมวงสนทนา   จะต้องได้ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้  

คำตอบในวงสนทนาบางคำตอบ   อาจจะไม่ได้จากการสนทนากลุ่ม

เหตุการณ์หรือพฤติกรรมหรือคำตอบในบางประเด็นคำถามที่สมาชิกกลุ่มคิดว่าเป็นประเด็นธรรมดาและเคยชินอยู่แล้ว

การสนทนากลุ่มจะให้ผลดีมากในการศึกษาหลาย ๆ เรื่องแต่ไม่ใช่ทุกเรื่อง

ภาษาในการพูดคุยนับว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก   ควรจะพูดภาษาท้องถิ่นของสมาชิกในกลุ่มสนทนาหรือในพื้นที่ที่ทำการศึกษา

เทปบันทึกข้อมูล   ถ้าไม่พร้อมหรือสภาพไม่เหมาะแก่การบันทึกจะทำให้เสียข้อมูลไปเลย

ถ้าพิธีกรไม่ได้รับการฝึกฝนให้เป็นผู้ดำเนินการสนทนาที่ดี   เตรียมตัวไม่พร้อมก็จะทำให้วงสนทนาดำเนินไปได้ไม่ราบรื่น  

ให้นักศึกษามีการแบ่งการทำงานเป็นกลุ่ม 3 กลุ่ม ลักษณะการทำงานจะต้องมีการประสานงานกันในกลุ่มและระหว่างกลุ่มเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในการพัฒนาระบบจัดการความรู้ร่วมกัน ออกแบบระบบการจัดการความรู้ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทุกกลุ่มจะต้องมีการใช้ระบบจัดการความรู้ที่เรียนในหลักสูตร และมีการพัฒนาระบบเพื่อทำให้ได้ ระบบจัดการความรู้ที่สามารถเก็บเป็นฐานความรู้ ( Knowledge Base) ได้ มีการกำหนดตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง มีการจดบันทึกการประชุม สรุปประเด็นที่พิจารณาพูดคุยกันไป เป็นเอกสาร (Tacit Knowledge to Explicit Knowledge) Assignment Team Project Development KM System CY 644 KM in Health Care System Date: 20 Dec 2008 นำเสนอผลงาน PowerPoint Presentation พร้อม บันทึก การประชุม (Tacit Knowledge to Explicit Knowledge)

ให้นักศึกษามีการแบ่งการทำงานเป็นกลุ่ม 3 กลุ่ม ลักษณะการทำงานจะต้องมีการประสานงานกันในกลุ่มและระหว่างกลุ่มเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในการพัฒนาระบบจัดการความรู้ร่วมกัน

ออกแบบระบบการจัดการความรู้ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทุกกลุ่มจะต้องมีการใช้ระบบจัดการความรู้ที่เรียนในหลักสูตร และมีการพัฒนาระบบเพื่อทำให้ได้ ระบบจัดการความรู้ที่สามารถเก็บเป็นฐานความรู้ ( Knowledge Base) ได้

มีการกำหนดตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้อง

มีการจดบันทึกการประชุม สรุปประเด็นที่พิจารณาพูดคุยกันไป เป็นเอกสาร (Tacit Knowledge to Explicit Knowledge)

A little knowledge that acts is worth more than much knowledge that is idle. ความรู้เพียงเล็กน้อยเพื่อปฏิบัติมีค่ามากกว่าความรู้มหาศาลที่อยู่เฉย ๆ Kahlil Gibran

ดร . น . พ . เทอดศักดิ์ โรจน์สุรกิตติ การศึกษา Diploma, Associate Life Management Institute ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต ( บริหารธุรกิจ ) ภาคภาษาอังกฤษ บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต อนุมัติบัตรสาขาเวชศาสตร์ครอบครัว ประกาศนียบัตรหลักสูตรการบริหารงานโรงพยาบาล วุฒิบัตรสาขาสูติศาสตร์ - นรีเวชวิทยา ประกาศนียบัตรชั้นสูงทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก ปริญญาแพทยศาสตร์บัณฑิต ประสบการณ์การทำงานและกิจกรรมทางสังคม รองประธานบริษัท อเมริกันอินเตอร์แนชชั่นแนลแอสชัวรันส์ จำกัด รองประธานคณะแพทย์ที่ปรึกษาสมาคมประกันชีวิตไทย อาจารย์ปริญญาโทสาขาวิชาสารสนเทศทางสุขภาพ สถาบันวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยรามคำแหง สูติ - นรีแพทย์ ศูนย์แพทย์พัฒนา อนุกรรมการแพทยสภา พิจารณากำหนดแบบฟอร์มกลางเพื่อใช้ในการประกันต่างๆ ที่ปรึกษาและผู้เยี่ยมสำรวจ สถาบันพัฒนาและรับรองคุณภาพโรงพยาบาล

Add a comment

Comments

moncler sito ufficiale telefono | 11/12/14
Incredible! This blog looks just like my old one! It's on a entirely different subject but it has pretty much the same layout and design. Superb choice of colors! moncler sito ufficiale telefono http://www.gugoleesala.it/moncler/Yn5Gim8JHA/

Related presentations

Related pages

How Do You Capture Tacit Knowledge? - CRM Magazine

Tacit knowledge is difficult to track and capture; it's been largely ignored in traditional knowledge management systems.
Read more

Capturing Tacit Knowledge - International Atomic Energy ...

1 IAEA Capturing Tacit Knowledge Robert Workman Section Head, INIS & Nuclear Knowledge Management Department of Nuclear Energy Workshop on Managing Nuclear ...
Read more

CAPTURING TACIT KNOWLEDGE - Dipartimento di Informatica ...

4 What Is Knowledge Capture ? A process by which the expert’s thoughts and experiences are captured A knowledge developer collaborates with an expert
Read more

Capturing tacit knowledge: Do you know more than you think?

It is widely accepted that knowledge has two dimensions: explicit and tacit. Explicit knowledge can be captured, articulated and documented. It can also be ...
Read more

Capturing Tacit Knowledge in Organizations

8/12/2015 1 Capturing Tacit Knowledge in Organizations Alysia Rodriguez Two Kinds of Knowledge Explicit • Documented • Easily explained • Typically
Read more

Tacit knowledge - Wikipedia, the free encyclopedia

Tacit knowledge (as opposed to formal, codified or explicit knowledge) is the kind of knowledge that is difficult to transfer to another person by means of ...
Read more

Capturing Tacit Knowledge in P2P Networks

Capturing Tacit Knowledge in P2P Networks Paul Fergus, Anirach Mingkhwan, Madjid Merabti, Martin Hanneghan Networked Appliances Laboratory School of ...
Read more

Capturing Tacit Knowledge - Toolbox for IT Groups

Good Afternoon Everyone!! Among partner training, organizational culture and using technology, which one is the best ways to capture tacit knowledge?
Read more

Capturing Tacit Knowledge by Frank Jr Erdes on Prezi

Examples of Tacit Knowledge Reengineering vs Knowledge Management Who is The Winning Champion? 1. Who introduced the concept of tacit knowledge? a ...
Read more