สุนทรียรสในเสภาขุนช้างขุนแผน ตอนฆ่านางวันทอง

43 %
57 %
Information about สุนทรียรสในเสภาขุนช้างขุนแผน ตอนฆ่านางวันทอง
Education

Published on March 10, 2014

Author: chinnakornwt608

Source: slideshare.net

สุนทรียรสในเสภาขุนช้างขุนแผน ตอนฆ่านางวันทอง ชินกร ปะวันเนย์1 Chinnakorn Pawannany บทคัดย่อ บทความเรื่อง นี้มุํงศึกษาความหลากหลายของสุนทรียรส (รสวรรณคดีสันสกฤต) เพื่อชี้ให๎เห็น ความงามในด๎านอารมณ์สะเทือนใจในเสภาขุนช๎างขุนแผน ตอนฆํานางวันทอง เป็นลักษณะเดํนอันทําให๎ งานเขียนมีความงดงามทางวรรณศิลป์ ผลการศึกษาพบวํา กวีเสนออารมณ์ความรู๎สึกของตัวละครผําน รสวรรณคดีสันสกฤตอันหลากหลาย อันได๎แกํ ศฤงคารรส หาสยรส กรุณารส รุทรรส วีรรส ภยานกรส พีภัตสรส อัพภูตรส และศานติรส ซึ่งแสดงให๎เห็นวํา ตอนนฆํานางวรรณทองนั้นมีความครบสุนทรียรสใน ตอนเดียว กวีได๎สะท๎อนอารมณ์ผํานทางลีลา ทํวงทํานอง ทํวงทําในการประพันธ์ โดยปลุกมโนคติ (Imagination) ของผู๎อํานให๎เกิดอารมณ์คล๎อยตามเรื่องราวและเกิดอารมณ์สะเทือนใจตามจินตนาการของ กวี คาสาคัญ : สุนทรียรส, เสภาขุนช๎างขุนแผน ตอนฆํานางวันทอง บทนา เสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผนเป็นเรื่องที่มีเค๎าจริงที่เลําสืบตํอกันมาจนกลายเป็นนิทานพื้นบ๎านของชาว สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี ซึ่งมีมาตั้งแตํสมัยอยุธยา จากนั้นในสมัยราชการพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศ หล๎านภาลัยได๎มีการคิดแตํงขึ้นใหมํสํานวนเป็นสํานวนของตนเอง สํวนในรัชการพระบาทสมเด็จพระนั่ง เกล๎าเจ๎าอยูํหัวได๎มีการรวบรวมเสภาขุนช๎างขุนแผนขึ้น แตํก็ยังมีลักษณะเป็นตอน ๆ โดยผู๎แตํงแตํละตอนก็ แตํงตามที่ตนเองรู๎มา สมเด็จพระเจ๎าบรมวงศ์เธอกรมพระยาดํารงราชานุภาพ และพระราชวงศ์เธอกรม หมื่นกวีพจน์สุปรีชา ได๎รวบรวมและชําระบทเสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผนขึ้นเป็น ฉบับหอพระสมุดวชิรญาณ โดยการนําแตํละตอนมาลําดับเรื่องให๎เกิดความสอดคล๎องกัน ลักษณะการประพันธ์เป็นฉันทลักษณ์ของกลอนเสภา ซึ่งมีข๎อบังคับเชํนเดียวกับการแตํงกลอน 8 มักขึ้นต๎นด๎วยคําวํา “ครานั้น” ตํอกับคําอื่น และคําลงท๎ายก็มิได๎จํากัด เสภาเป็นกลอนขับฟ๎งเรื่องราว ฉะนั้นบทหนึ่งจะมีคําร๎องมาก ๆ ไมํมีกําหนด มีเฉพาะเพียงให๎จบในบทคูํตามบังคับคํากลอนทั่วไปเทํานั้น (พระยาอุปกิตศิลปสาร : 2439) จะเห็นได๎วํารูปแบบการประพันธ์และการถํายทอดเป็นลักษณะการเลํา เรื่องดังนั้นลักษณะการสร๎างสรรค์อารมณ์สะเทือนใจในแตํละตอนของเสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผนจําเป็น จะต๎องมีความหลากหลายเพื่อมิให๎ผู๎ฟ๎งเกิดความเบื่อหนําย และยิ่งไปกวํานั้นเสภาขุนช๎างขุนแผน ตอนฆํา 1 นักศึกษาสาขาวิชาการสอนภาษาไทย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแกํน

2 นางวันทอง กวีสร๎างความโดดเดํนในด๎านสุนทรียรสที่ทําให๎ผู๎อํานเกิดอารมณ์สะเทือนใจได๎อยํางเข๎าถึง จิตใจของตัวละคร ซึ่งมีครบทุกรสในตอนนี้ กุสุมา รักษมณี (2534) กลําวําวรรณคดี คือการปลดเปลื้องผู๎แตํงและผู๎อํานออกจากความกดดัน ทางอารมณ์ ผู๎แตํจะถํายทดอารมณ์สะเทือนใจของตนออกมาและผู๎อํานจะได๎แสดงปฏิกิริยาทางอารมณ์ เป็นการตอบสนอง เมื่อกลําวถึงอารมณ์วรรณคดี นักวรรณคดีสันสกฤตไมํได๎หมายถึงอารมณ์ของผู๎แตํ และผู๎อํานเทํานั้น แตํต๎องดึงอารมณ์ของตัวละคร ซึ่งเป็นผู๎สื่ออารมณ์ของผู๎แตํงไปยังผู๎อํานเข๎ามาศึกษา ด๎วย กระบวนการการศึกษาอารมณ์ในรสวรรณคดีสันสกฤตจึงเป็นกระบวนการดังนี้ ผู๎แตํง ตัวละคร ผู๎อําน การศึกษาวรรณคดีสันสกฤตมีต๎นกําเนิดจากทฤษฏีการละคร ซึ่งมีผู๎แสดงเป็นองค์ประกอบสําคัญ โดยอาศัย (อภินยะ) เป็นสื่อ กระบวนการศึกษาอารมณ์ละครสันสกฤตจึงมีลักษณะดังนี้ (การแสดง) ผู๎แตํง ผู๎แสดง ผู๎ดู บางตํารามีการเพิ่มตัวละครด๎วยดังนี้ (การแสดง ) ผู๎แตํง ตัวละคร ผู๎แสดง ผู๎ดู การจะประเมินคําละครได๎ คือผู๎ดู ซึ่งพิจารณาปฏิกิริยาทางอารมณ์ของตนหลังจากที่ดูละครจบ แล๎ว อารมณ์นี้เรียกวํา “รส” ศัพท์เบื้องต๎นที่ควรกลําวถึง ในการวิเคราะห์รสวรรณคดีสันสกฤต ภาวะ คือ สภาพที่เกิดขึ้นใน จิตใจและรํางกายมนุษย์ ซึ่งป๎จจัยที่จะทําให๎เกิดภาวะนั้นมี 3 อยําง ดังนี้ (กุสุมา รักษมณี : 2534) 1. วิภาวะ หมายถึง เหตุการณ์ บุคคลหรือสิ่งตําง ๆ ที่กําหนดไว๎ในเนื้อเรื่องให๎เห็นสาเหตุ ทําให๎เกิดภาวะตําง ๆ ขึ้นแกํตัวละคร 2. อนุภาวะ หรือ ผลของภาวะ หมายถึง การแสดงออกของตัวละครด๎วยคําพูดหรืออากัป กริยาให๎รู๎วําเกิดภาวะอยํางใดอยํางหนึ่งแกํตัวละครนั้น 3. สาตตวิกภาวะ หมายถึง การแดงออกที่เกิดตามธรรมชาติ เป็นกรยาที่ห๎ามไมํได๎ เชํน เมื่อเราโกรธ ตัวจะสั่นหรือหน๎าแดง เป็นต๎น สุนทรียรส คือความงดงามด๎านอารมณ์สะเทือนใจ อันเกิดจากกลวิธีหรือกระบวนการพรรณนา ในการประพันธ์ที่เหมาะสม (วิเชียร เกษประทุม : 2554) วรรณคดีบาลีสันสกฤตในคัมภีร์สุโพธาลังการ และอลังการศาสตร์แบํง สุนทรียรสเป็น 9 รส โดยมีรายละเอียดดังนี้ (บุญเหลือ ใจมโน : 2549) 1) ศฤงคารรส (รสแหํงความรัก) เป็นการพรรณนาความรักระหวํางหนุํมสาวระหวํางสามี ภรรยา ระหวํางผู๎ใหญํกับผู๎น๎อย บิดามารดากับบุตร ญาติกับญาติ ฯลฯ สามารถทําให๎ผู๎อําน พอใจรัก เห็น คุณคําของความรักนึกอยากรักกับเขาบ๎างเชํน รักฉันชู๎สาว รักหมูํคณะ รักประเทศชาติ เป็นต๎น อยํางเชํน เรื่องลิลิตพระลอ เต็มไปด๎วยรสรัก (บาลี เรียกรสนี้วํา รติรส) อาจเทียบได๎กับนารีปราโมทย์ก็วําได๎

3 2) หาสยรส (รสแหํงความขบขัน) เป็นการพรรณนาที่ทําให๎เกิดความรําเริง สดชื่น เสนาะ ขบขัน อาจทําให๎ผู๎อําน ผู๎ดูยิ้มกับหนังสือ ยิ้มกับภาพที่เห็น ถึงกับลืมทุกข์ดับกลุ๎มไปชั่วขณะ เชํน เรื่อง ระเดํนลันได เป็นต๎น (บาลีเรียกรสนี้วํา หาสะรส) 3) กรุณารส (รสแหํงความเมตตากรุณาที่เกิดภายหลังความเศร๎าโศก) เป็นบทพรรณนาที่ทํา ให๎ผู๎อํานหดหูํเหี่ยวแห๎ง เกิดความเห็นใจถึงกับ น้ําตาไหล พลอยเป็นทุกข์ เอาใจชํวยตัวละคร เชํน เห็นใจ นางสีดา เห็นใจจรกา และเห็นใจนางวันทอง เป็นต๎น (บาลีเรียกรสนี้วํา โสกะรส) 4) รุทรรส/เราทรรส (รสแหํงความโกรธเคือง) บทบรรยายหรือพรรณนาที่ทําให๎ผู๎ดูผู๎อํานขัด ใจฉุนเฉียว ขัดเคืองบุคคลบางคนในเรื่อง บางทีถึงกับขว๎างหนังสือทิ้ง หรือฉีกตอนนั้นก็มี เชํน โกรธขุนช๎าง โกรธชูชก (บาลีเรียกรสนี้วํา โกธะ) รสนี้ เทียบได๎กับรสวรรณคดีไทยคือ พิโรธวาทัง 5) วีรรส (รสแหํงความกล๎าหาญ) บทบรรยายหรือพรรณนาที่ทําให๎ผู๎อําน ผู๎ดู ผู๎ฟ๎งพอใจ ผลงานและหน๎าที่ ไมํดูหมิ่นงาน อยากเป็นใหญํ อยากร่ํารวย อยากมีชื่อเสียง เลียนแบบสมเด็จพระ นเรศวร ชอบความมีขัตติยมานะของพระมหาอุปราชา จากเรื่องลิลิตตะเลงพําย (บาลีเรียกรสนี้วํา อุตสาหะรส) 6) ภยานกรส (รสแหํงความกลัว ตื่นเต๎นตกใจ) บทบรรยายหรือพรรณนาที่ทําให๎ผู๎อํานผู๎ฟ๎ง ผู๎ ดู มองเห็นทุกข์ เห็นโทษ เห็นภัยในบาปกรรมทุจริต เกิดความสะดุ๎ง กลัวโรคภัยสัตว์ร๎าย ภูตผีปีศาจ บางครั้งต๎องหยุดอําน รู๎สึกขนลุกซูํ เชํน การอํานเรื่อง ผีตําง ๆ เป็นต๎น 7) พีภัตสรส (รสแหํงความชัง ความรังเกียจ) บทบรรยายหรือพรรณนาที่ทําให๎ผู๎อํานผู๎ดู ผู๎ฟ๎ง ชังน้ําหน๎าตัวละครบ๎างตัว เพราะจิต (ของตัวละคร) บ๎าง เพราะความโหดร๎ายของตัวละครบ๎างเชํน เกลียด นางผีเสื้อสมุทร ในเรื่องพระอภัยมณีที่ฆําพํอเงือก เป็นต๎น (บาลีเรียกรสนี้วํา ชิคุจฉะรส) 8) อัพภูตรส (รสแหํงความพิศวงประหลาดใจ) บทบรรยายหรือพรรณนาที่ทําให๎นึกแปลกใจ เอะใจ อยํางหนัก ตื่นเต๎นนึกไมํถึงวํา เป็นไปได๎ เชํนนั้น หรือ อัศจรรย์คาดไมํถึงในความสามารถ ในความ คมคายของคารม ในอุบายหรือในศิลปวิทยาคุณแปลกใจในสุปฎิบัติ (ความประพฤติที่ดีงาม) แหํงขันติ เมตตา กตัญํู อันยากยิ่งที่คนธรรมดาจะทําได๎ (รสนี้บาลีเรียก วิมหะยะรส) 9) ศานติรส (รสแหํงความสงบ) อันเป็นอุดมคติของเรื่อง เชํน ความสงบสุขในแดนสุขาวดี ใน เรื่อง วาสิฏฐี อันเป็นผลมุํงหมายทางโลก และทางธรรม เป็นผลให๎ผู๎อําน ผู๎ดู ผู๎ฟ๎ง เกิดความสุขสงบ ในขณะได๎เห็นได๎ฟ๎ง ตอนนั้น ด๎วย (บาลีเรียกรสนี้วํา สมะรส) ใน เสภาขุนช๎างขุนแผน ตอนฆํานางวันทอง หลังจากที่พระพันวษทรงตัดสินประหารนางวันทอง เนื่องจากนางวันทองไมํกล๎าที่จะเลือกจะอยูํกับใครทําให๎พระพันวษากริ้วมาก จึงทรงตัดสินประหารนางวัน ทอง เมื่อนางวันทองต๎องพระราชอาญาขุนช๎าง ขุนแผน และพระหมื่นไวยเกิดความโศกเศร๎าและตกใจ ระคนกัน ดังที่ปรากฏในบทกลอนวํา ครานั้นวันทองสยองหัว ความกลัวตัวสั่นอยูํหวั่นไหว ขุนช๎างขุนแผนพระหมื่นไวย ก็ตระหนกตกใจไปทุกคน บรรดาข๎าราชการที่หมอบเฝ้า ตํางสร๎อยเศร๎าหัวพองสยองขน

4 จะเพ็ดทูลอยํางไรไมํชอบกล จําจนด๎วยกลัวพระอาญา พระยายมราชก็สั่งพลัน ให๎คุมวันทองจูงไปข๎างหน๎า พระหมื่นไวยขุนแผนแลํนตามมา ลูกพํอคลอน้ําตาด๎วยอาลัย (เสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผน เลํม 2, 2544 : 235) จะเห็นได๎ชัดเจนวําบทกลอนข๎างต๎นทําให๎ผู๎อํานเกิดความสะเทือนใจด๎านอารมณ์ความโศกเศร๎า การพลัดพรากหรือกรุณารส ระหวํางขุนแผนกับนางวันทองหรือระหวํางสามีภรรยาที่พึ่งได๎กลับมาอยูํ ด๎วยกันหลังจากกันไปนาน หลังจากที่วันทองไปอยูํกับขุนช๎างหลายปี และความสูญเสียบุคคลผู๎มีพระคุณ ของพระไวย นั้นคือแมํวันทอง ซึ่งสาเหตุการยื่นฎีกาครั้งนี้หมายจะชํวยแมํให๎ได๎มาอยูํกลับตนเองและพํอ แตํกลับต๎องเสียแมํไปเพราะเหตุเกิดจากตน ซึ่งจําจะต๎องได๎จากกันอีกครั้ง แตํครั้งนี้จะเป็นการจากไป ตลอดกาล ถึงทําให๎น้ําตาลูกผู๎ชายของขุนแผนและพระไวยไหลออกมา เมื่อนางทองประศรีจึงสั่งให๎ไปตามนางลาวทอง สร๎อยฟ้า ศรีมาลา และแก๎วกริยามาขอขมานาง วันทอง ฝ่ายขุนช๎างได๎ฟ๎งพระราชอาญาของนางวันทองก็รีบร๎อนตามไปลานประหารนางวันทองเพื่อดูใจ ครั้งสุดท๎าย ซึ่งกวีบรรยายภาพกความรีบร๎อนของขุนช๎างไว๎อยํางนําขบขัน ดังที่ปรากฏในบทกลอนวํา ขุนช๎างสะดุดอิฐตีนขวิดไป หัวไถลล๎มคว่ําตําขี้หมา ลุกขึ้นไมํเช็ดระเห็จมา แมลงวันฉําตอมฉูํเหม็นอู๎ไป อ๎ายบําวร๎องว๎ายคุณนายขา เช็ดขี้หมาเลียกํอนเถิดข๎าไหว๎ ขุนช๎างเหลียวหลังอ๎ายจังไร ขี้หมาที่ไหนมาติดกู อ๎าวบําวมันชี้วําขี้หมา ตั้งแตํหน๎าตลอดขวัญแมลงวันฉูํ ขุนช๎างไมํฟ๎งวําชํางกู ผู๎คนตามพรูร๎องเหม็นจริงฯ (เสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผน เลํม 2, 2544 : 235) ความรีบร๎อนของขุนช๎างทําให๎ไมํระมัดระวังเตะโนํน ชนนี่ ไปเรื่อย ทําให๎ผู๎อํานเกิดความขบขันหรือ หาสยรสในการอําน ในขณะที่เกิดความตึงเครียดในเรื่องราวทําให๎ผู๎ฟ๎งหรือผู๎อํานเสภาลดความโศกเศร๎า ไปกับตัวละคร และทําให๎ไมํเบื่อ เมื่อถึงลานประหารนางลาวทอง สร๎อยฟ้า ศรีมาลา และแก๎วกริยาเข๎ามาขอขมานางวันทอง สํวน ขุนแผนและพระหมื่นไวยนั้นนั่งคอยปลอบใจนางวันทองอยูํข๎าง ตํางคนตํางโศกเศร๎าเสียใจที่วันทองจะต๎อง ถูกประหาร ซึ่งเป็นการบรรยายความโศกเศร๎าให๎ผู๎อํานเกิดอารมณ์เศร๎าและสะเทือนใจไปกับตัวละครที่ กําลังขอขมานางวันทอง ดังที่ปรากฏในบทกลอนวํา ครั้นถึงหัวตะแลงแกง คนผู๎ดูแดงทั้งชายหญิง วันทองสิ้นกําลังลงนั่งพิง พระไวยวิ่งเข๎าประคองวันทองไว๎ ขุนแผนสุดแสนสงสารน๎อง นั่งลงข๎างวันทองน้ําตาไหล อัดอั้นนิ่งอึ้งตะลึงตะไล สะอื้นให๎ไมํออกซึ่งวาจา นางแก๎กริยาเจ๎าลาวทองทั้ง ทั้งสองโศกเศร๎าเป็นหนักหนา นางสร๎อยฟ้าศรีมาลา ตํางคนจะขมาหาดอกไม๎

5 (เสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผน เลํม 2, 2544 : 235) หลังจากนางลาวทอง สร๎อยฟ้า ศรีมาลา และแก๎วกริยาเข๎ามาขอขมานางวันทองแล๎ว นางวันทอง ได๎อโหสิกรรมกับทุกคน จากนั้นได๎พิไรรําพันกับลูกชายด๎วยความหํวงและอาลัยที่จะต๎องจากกัน ซึ่งเป็น ความรักระหวํางแมํกับลูกได๎ชัดเจนวํา ครานั้นจึงโฉมเจ๎าวันทอง เศร๎าหมองสะอึกสะอื้นไห๎ สวมกอดลูกยาด๎วยอาลัย น้ําตาหลั่งไหลลงรินริน วันนี้แมํจะลาพํอพลายแล๎ว จะจําจากลูกแก๎วไปศูนย์สิ้น พอบํายก็จะตายลงถมดิน ผินหน๎ามาแมํจะขอชม เกิดมาไมํเหมือนกับเขาอื่น มิได๎ชื่นเชยชิดสนิทสนม แตํน๎อยน๎อยลอยลิ่วไปตามลม ต๎องตรอมตรมพรากแมํแตํเจ็ดปี ได๎แตํเฝ้าทุกถึงคะนึงหา นึกวําแมํจะไมํได๎เห็นผี เจ๎าก็มิได๎ศูนย์หายวายชีวี กลับมาได๎เผาผีของมารดา มิเสียแรงฟ๎กฟูมอุ๎มท๎อง ข๎ามหนองแนวเขาลําเนาป่า อยูํในท๎องก็เหมือนเพื่อนมารดา ทนทุกขเวทนาในป่าชัฏ ฝ่าแดดแผดฝนทนลําบาก ปลิงทากรํานริ้นไมํกินกัด หนามไหนํไขวํเกี่ยวเที่ยวเลี้ยวลัด แมํคอยป๎ดระวังอยูํในครรภ์ (เสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผน เลํม 2, 2544 : 236) นางวันทองขอชมหน๎าลูกครั้งสุดท๎ายกํอนที่จะตายจากไป แตํกํอนนั้นตรอมใจที่ลูกไมํได๎อยูํกับ ตนเองนึกวําเสียหายตายจากไปแล๎ว แตํในที่สุดก็ได๎กลับมาเจอกันอีกครั้งและได๎มาดูใจครั้งสุดท๎ายกํอนที่ แมํจะตาย แมํนั้นก็รักเจ๎าดังชีวิตตั้งแตํเจ๎าอยูํในท๎องแมํก็คอยดูแลเอาใจใสํ ริ้นไมํให๎ไตํไรไมํให๎ตอม แม๎วําจะ อยูํในป่าแมํก็คลายทุกข์เพราะมีลูกเพื่อน เห็นได๎วํากวีสร๎างศฤงคารรสแกํผู๎อํานได๎อยํางชัดเจนในเรื่อง ความรักที่แมํมีตํอลูก คือนางวันทองและพลายงามนั้นเอง กวีได๎เน๎นย้ํากรุณารสในตอนนี้เป็นพิเศษ ซึ่งทําให๎ผู๎อํานเกิดอารมณ์สะเทือนใจและโศกเศร๎าไปกับ ตัวละครที่จําจะต๎องเสียคนที่ตนเองรักจากไปตํอหน๎า แตํก็ยังหาวิธีการที่ชํวยอะไรไมํได๎ จึงเกิดความเดือด เนื้อร๎อนใจที่จะชํวยแมํของตนเองให๎ได๎ ซ้ํายังตนเองนั้นยังเป็นตนเหตุทําให๎แมํต๎องมารับโทษ จนเกิด เรื่องราวบานปลาย ทําให๎ต๎องเสียนางวันทองไป นั้นคือพลายงามเกิดความรู๎สึกผิด แตํนางวันทองก็มิได๎ โทษลูกหรือตัดพ๎อตํอวําใด ๆ โทษที่บุญกรรมทํามาด๎วยกันเพียงเทํานี้ ทั้งได๎แตํล่ําลาพลายงามไว๎อยํางนํา สงสาร ดังที่ปรากฏในบทกลอนวํา พํอจะเห็นมารดาสักครึ่งวัน พ๎นนั้นศูนย์เปลําเป็นเถ๎าถําน จะได๎แตํคิดถึงคะนึงนาน กลับบ๎านเถิดลูกอยํารอเย็น เมื่อเวลาเขาฆําแมํคอขาด จะอนาถไมํนําจะแลเห็น เจ๎าดูหน๎าเสียแตํแมํยังเป็น นึกถึงจะได๎เห็นหน๎ามารดา ร่ําพลางนางกอดพระหมื่นไวย น้ําตาไหลซบเซาไมํเงยหน๎า

6 งํวงงุบฟุบลงกับพระสุธา กอดลูกยาแนํนิ่งไมํติงกายฯ (เสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผน เลํม 2, 2544 : 237) สํวนพระหมื่นไวยหรือพลายงามนั้นเมื่อได๎ฟ๎งแมํพูดก็นึกสงสารเข๎าไปขอขมากราบเท๎าแมํ พร๎อม สะอื้นไห๎ และรําพันถึงความทุกข์ยากที่ต๎องหํางไกลแมํ และสงสารแมํที่ต๎องอยูํกับขุนช๎าง บัดนี้พลายงาม ได๎เป็นพระหมื่นไวยแล๎ว ข๎าวของ เงิน ทอง ข๎าไท ไพรํพล มีพร๎อมขาดแตํแมํ แตํทําไมํกลับต๎องมาจากกัน ไปอีก ดังที่ปรากฏในบทกลอนวํา ข๎าไทยเงินทองก็กองเกลื่อน บ๎านเรือนยศศักดิ์เกษมศรี ได๎เห็นหน๎าบิดาทุกราตรี ยังขาดแตํแมํนี้ไปอยูํไกล คิดถึงจึงไปรับแมํกลับมา หมายวําจะยกยํองให๎ผํองใส มิรู๎วําพาแมํมาบรรลัย ดังลูกฆําแมํให๎มรณา (เสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผน เลํม 2, 2544 : 238) พระหมื่นไวยเกิดความสงสารแมํจึงได๎ปรึกษาขุนแผนเพื่อทูลขอโทษนางวันทองพ๎นผิด เมื่อพระ หมื่นไวยเข๎าไปเฝ้า ด๎วยพระพันวษาเห็นวําตอบแทนเป็นรางวัลที่ชํวยราชการแผนดินจึงยกโทษให๎นางวัน ทอง แล๎วสั่งเจ๎ากรมยมราชให๎ไปสั่งยกเลิกการประหาร เมื่อทราบดังนั้นพระหมื่นไวยขับควบม๎าออกมากับ พระยายมราช โบกธงขาวมาแตํไกล ฝ่ายพระยายมราช เมื่อเห็นธงขาวโบกมาแตํไกลสําคัญผิดวําให๎เรํง การประหาร เพราะพระหมื่นไวยไปทูลขอให๎งดโทษ จึงกริ้วให๎เรํงการประหารเร็วขึ้นเป็นแนํ พระยายมราช จึงสั่งให๎จับตัวนางวันทองออกมาเพื่อจะประหาร ฝ่ายขุนแผนเมื่อเห็นพระยามราชก็ขัดขืนด๎วยความกล๎า หาญเพื่อชํวยวันทอง ดังที่ปรากฏในบทกลอนวํา เพชฌฆาตราชมัลเข๎ายื้อยุด ฉุดวันทองกลัวอยูํตัวสั่น เหลียวมาเรียกผัวกลัวเขาฟ๎น ขุนแผนดันโดดข๎ามผู๎คุมมา ขบฟ๎นกั้นกอดวันทองไว๎ ขุนช๎างร๎องไปชิงไว๎หวา เพชฌฆาตดาบยาวก๎าวยํางมา ขุนแผนโถมถาครํอมเมียไว๎ ฉุดครําคว๎ากันอยูํดันดึง ฟ๎นผึงถูกขุนแผนหาเข๎าไมํ ดาบยูํบู๎พับยับเยินไป เข๎ากลุ๎มรุมฉุดขุนแผนมา (เสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผน เลํม 2, 2544 : 247) วีรรส (ความกล๎าหาญ) ของขุนแผนที่กวีได๎พรรณนานั้นทําให๎ผู๎อํานหรือผู๎ฟ๎งเกิดความพอใจในการ ขัดขืนความไมํถูกต๎องหรือป้องกันสิ่งอันเป็นที่รักอยํางไมํหวาดหวั่นตํออันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตนเอง ยิ่งไป กวํานั้นการบรรยายทําให๎ผู๎อํานเอาใจชํวยตัวละครให๎รอดจากคมดาบของเพชฌฆาต ถึงแม๎วําขุนแผนจะสู๎อยํางสุดความสามารถก็ตามด๎วยเคราะห์กรรมที่วันทองต๎องตาย จึงทําให๎ เพชฌฆาตลงมือประหารวันทอง พร๎อมกับการมาถึงของพระหมื่นไวย แม๎วําจะได๎รับการงดโทษแล๎วก็ตาม ดังที่ปรากฏในบทกลอนวํา ขุนแผนฮึดฮัดกัดฟ๎นเกรี้ยว บิดตัวเป็นเกลียววางกูหวา เพชฌฆาตแกวํงดาบวาบวาบมา ยํางเท๎าก๎าวงําแล๎วฟ๎นลง

7 ต๎องคอนางวันทองขาดสะบั้น ชีวิตวับดับพลันเป็นผุยผง พอพระไวยถึงโผนโจนม๎าลง ตรงเข๎ากอดตีนแมํแนํนิ่งไป ขุนแผนก็ล๎มลงทั้งยืน ปิ้มจะไมํคงคืนชีวิตได๎ ขุนช๎างล๎มนิ่งกลิ้งอยูํไกล บําวไพรํใหญํน๎อยก็วุํนวาย (เสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผน เลํม 2, 2544 : 247) จากข๎อความข๎างต๎นจะเห็นได๎วํากวีสร๎างภาพให๎เหตุการณ์ตําง ๆ บรรจบลงในเวลาเดียวกันอยําง ฉับพลัน ซึ่งทําให๎ผู๎อํานเกิดความสงสารตัวละครที่ต๎องลงเอยอยํางไมํสมหวัง ทั้งที่วันทองได๎รับการงดพระ ราชอาญาแล๎ว เป็นการสร๎างกรุณารสให๎ผู๎อํานได๎อยํางแยบคาย เมื่อนางวันทองถูกประหารตํางคนตํางโศกเศร๎ารําพัน พระหมื่นไวยเองก็เกิดความเสียใจ พอมอง ไปเห็นขุนแผนก็เกิดความโกรธแล๎วก็พูดประชดประชันขุนแผนที่ชํวยแมํตนเองไมํได๎ ดังที่ปรากฏในบท กลอนวํา เห็นพํอนึกพิโรธโกรธเกรี้ยว ข๎าให๎พํอเดียวอยูํรักษา ทิ้งกันเสียได๎ไมํนําพา วําพํอก็จะแค๎นจะเคืองใจ จะอาลัยทําไมกับแมํข๎า เมียของพํอพร๎อมหน๎าอยูํไสว แม๎นมีความเมตตาอาลัย ไหนแมํวันทองจะต๎องฟ๎น พํอก็เรืองพระเวทวิทยา ลาวหมื่นแสนมายังไมํพรั่น ทั้งมนต์จังงังก็ขลังครัน ถึงคนร๎อยคนพันก็ซวนทรุด ทําไมกับไอ๎เพชฌฆาต พํอเปลําจังงันปราดมันก็หยุด เพราะพํอไมํชํวยจึงม๎วยมุด ฤๅวําสุดสิ้นฤทธิ์ของบิดา หากเห็นข๎ามาจึงร๎องให๎ หาไมํเจียนพํอจะเมินหน๎า ยิ่งกวํายิ่งแค๎นแนํนอุรา เหลียวมาเห็นพระยายมราช ที่สัญญาวําไว๎อยํางไรเลํา ควรฤๅฟ๎นแมํเราให๎คอขาด กลัวเราจะมาทันรีบฟ๎นฟาด พยาบาทเราด๎วยเหตุอันใด ชิงชังดังหนึ่งวําโกรธเกลียด มาเบียนเบียดแมํข๎าทําไมให๎ ฟ๎นผู๎หญิงให๎ล๎มตายสบายใจ จะรบสู๎ที่ไหนกับสัตรี (เสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผน เลํม 2, 2544 : 248) กวีบรรยายให๎ตัวละครเกิดความรู๎สึกโกรธและชิงชัง คือพระหมื่นไวยเกิดอนุภาวะ คือ โกรธที่ ขุนแผนไมํสามารถชํวยนางวันทองไว๎ได๎ทั้งที่ขุนแผนมีวิทยาอาคมมากมากมาย ขนาดคนเป็นร๎องเป็นพัน ขุนแผนยังสามารถรับมือคนเดียวได๎ แตํทําไมกับเพชฌฆาตเพียงแคํคนเดียวถึงไมํสามารถจัดการ ให๎เวลา มันเลื่อนไปอีกสักนิดได๎ และเกิดความชิงชังพระยายมราชที่ไมํทําตามสัญญา คือรอเวลาพระหมื่นไวยกลับ มา จึงพูดประชดประชันออกไป จะเห็นไดวําข๎อความนี้ทําให๎ผู๎อํานสามารถเกิดสุนทรียรสได๎ถึงสองแบบ คือ พีภัตรสและรุทรสในเวลาเวลาเดียวกัน

8 หลังจากที่นางวันทองตายพระหมื่นไวยก็โกรธจนขาดสติ ร่ําให๎กอดศพนางวันทองด๎วยความอาลัย ซึ่งกวีได๎นิพนธ์ให๎เห็นภาพให๎เกิดอารมณ์ความโศกเศร๎านําสงสารไว๎วํา พระไวยฮึดฮัดป๎ดมือ คํารามฮือฉันจะฟ๎นมันให๎ได๎ พํอชิงอาวุธหลุดมือไป ล๎มกลิ้งลงใกล๎ศพมารดา โอ๎วําเจ๎าประคุณของลูกแก๎ว ลับแล๎วทีนี้ไมํเห็นหน๎า ลูกนี้มิได๎คิดกับชีวา ขืนพระราชอาญาเข๎ากราบทูล พระองค์ทรงโปรดประทานให๎ ดีใจวําแมํไมํดับศูนย์ จะมีชื่อลือเลื่องเฟื่องฟูน มิรู๎วําจะอาดูรด๎วยเนื้อเคราะห์ รีบเรํงมากับพระท๎ายน้ํา ขับม๎าผําร่ําราวกับเหาะ ที่แท๎กรรมนํามาให๎จําเพาะ เห็นเขาเฉาะคอขาดกระเด็นไป ร่ําพลางทางกอดเอาศพแมํ นิ่งแนํไมํสมประดีได๎ ยังรึกรึกสะทึกสะท๎อนใจ ล๎มซบสลบไสลไมํเจรจาฯ (เสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผน เลํม 2, 2544 : 249) กวีบรรยายเรื่องให๎เกิดภาพความนําสงสารของลูกที่มีความหวังที่สามารจะชํวยแมํของตนเองได๎ ทั้งยัง รีบเรํงมาเพื่อจะให๎ทันเวลา แตํก็ไมํทันเวลามิหนําซ้ํายังบังเอิญมาพบตอนที่แมํของตนเองถูกประหาร จาก ข๎อความนี้ผู๎อํานสามารถรับรู๎ได๎ถึงความนําเห็นใจที่ตัวละคร คือพระไวยที่นอนกอดศพของแมํด๎วยความ รักและการจากไปอยํางไมํมีวันกลับ อันเป็นการสร๎างความสะเทือนอารมณ์ให๎เกิดความเศร๎าโศก คือ กรุณารส ตามชื่อนองบทตอนที่ต๎องการเน๎นย้ําความเศร๎าโศก ฝ่ายขุนช๎างเมื่อเห็นนางวันทองเสียชีวิตก็นําพวกข๎าไทยกลับไปสุพรรณบุรี รีบเข๎าไปในบ๎านตอนรุํง สางด๎วยกลัวแมํยายนั้นจะรู๎เรื่องการฟ้องร๎องอันเป็นเหตุให๎นางวันทองต๎องเสียชีวิติไว๎วํา ฝ่ายวําเจ๎าจองหมํอมขุนช๎าง พอเห็นเขาฟ๎นนางอยูํไมํได๎ รีบรัดเรียกหาพวกข๎าไทย ลงเรือทันใดไปสุพรรณ เรํงตะบึงถึงบ๎านพอตรูํตรูํ กลัวแมํยายจะรู๎เรื่องฟ้องนั่น หลบเหลื่อมเข๎าในเรือนพลัน สะอื้นอั้นน้ําตาลงพราวตา (เสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผน เลํม 2, 2544 : 250) อารมณ์ของขุนช๎างที่เป็นต๎นเหตุในการฟ้องร๎องเพื่อแยํงนางวันทองทําให๎ขุนช๎างเห็นโทษความผิด ของตัวเองและจะได๎รับการลงโทษจากบุคคลรอบข๎าง เชํน ขุนแผนกลับพระหมื่นไวย จะต๎องมาทําร๎ายขุน ช๎างอยํางแนํนอน และจะได๎รับโทษจากนางศรีประจันผู๎เป็นแมํยายดําวํา ดังนั้นขุนช๎างจึงรีบกลับบ๎านและ หลบเข๎าบ๎านในตอนเช๎าเพื่อไมํให๎แมํยายรู๎ ซึ่งทําผู๎อํานเกิดความรู๎สึกหวาดกลัวที่ขุนช๎างจะได๎รับโทษที่ ตนเองทําไว๎ อันเป็นสุนทรียรสแบบภยานกรส

9 ฝ่ายขุนแผนและพระไวยเมื่อนางวันทองสิ้นใจแล๎วก็ตํางโศกเศร๎าหนักหนา ขุนแผนจึงสํง คนไปแจ๎งขําวแกํนางศรีประจันแมํยาย เมื่อนางศรีประจันได๎ฟ๎งขําวการตายของวันทองถึงกับล๎มทั้งยืน พร๎อมกับร๎องให๎อยํางโศกเศร๎าเศร๎าคร่ําครวญหานางวันทองวํา โอ๎วําเจ๎าวันทองของแมํเอ๋ย ไมํควรเลยจะเข๎าไปให๎เขาฆํา ถ๎าเจ็บไข๎อยูํกับบ๎านกับมารดา ก็จะได๎รักษาพยาบาล เมื่อพํอตายหมายจะอยูํเป็นเพื่อนแมํ จนเฒําแกํไมํพรากไปจากบ๎าน เผอิญเนื้อเคราะห์กรรมนําบันดาล ไปได๎ผัวจัณฑาลให๎ผลาญตัว (เสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผน เลํม 2, 2544 : 251-252) ด๎วยความรักลูกของนางศรีประจันทําเพ๎อพูดออกมาด๎วยความรักและความหํวงหาอาวรณ์ที่ต๎อง จากกันวําหลังจากพํอตายไปก็มีวันทองเป็นเพื่อนคอยอยูํด๎วยกัน แม๎เจ๎าเจ็บไข๎แมํก็จะรักษาพยาบาลเอง แล๎วทําไมจึงต๎องมาให๎คนอื่นฆําเจ๎าด๎วย แมํรักและถนอมเจ๎าปานไขํในหิน จะเห็นวํากวีไดพรรณนาถึง ความรักที่นางทองประศรีมีตํอนางวันทอง ซึ่งเป็นการสร๎างอารมณ์สะเทือนใจแบบศฤงคารรส ฝ่ายพระหมื่นไวยเมื่อแมํตายก็เข๎าเฝ้าพระพันวษา เมื่อทํานจึงถามถึงเรื่องของนางวันทองเป็น อยํางไรบ๎างเมื่อพระไวยได๎ฟ๎งดังนั้นก็น้ําตาตก เลําเรื่องที่นางวันทองถูกประหารชีวิต เมื่อพระพันวษาได๎ยิน ดังนั้นก็นิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ได๎แตํเพียงตรัสปลอบใจวํา “ทูลของงดพระอาญาไปแล๎ว แตํก็ต๎องได๎รับโทษ เหมือนเดิมคงเป็นเพราะเวรกรรมเจ๎าอยําทุกข์ข๎าจะให๎เงินทองไปจัดการศพให๎สมเกียรติ” จากนั้นพระไวย ก็ทูลลาบวชกับพระพันวษาเจ็ดวัน ในงานศพของนางวันทองนั้นตกแตํงอยําสวยงาม และมีมหรสพ สนุกสนาน ดังที่ไดพรรณนาไว๎วํา พวกงิ้วถือล๎วนแตํทวนง๎าว หน๎าขาวหน๎าแดงแตํโอํโถง บ๎างล๎มลุกคลุกคลีตีตุ๎มโมง บ๎างเข๎าโรงบ๎างออกกลอกหน๎าตา นายแจ๎งก็มาเลํนเต๎นปรบไกํ ยกไหลํใสํทํานองร๎องฉําฉํา รําแต๎แก๎ไขกับยายมา เฮฮาครื้นครั่นสนั่นไป เครื่องเลํนพร๎อมพรักเป็นหนักหนา ชาวประชามาดูออกขวักไขวํ ทั้งผู๎ดีขี้ข๎าและเข็ญใจ หลีกหลบกระทบไหลํกันไปมา พวกผู๎หญิงสาวสาวชาวบ๎านนอก หํมขาวมุ๎งนุํงบัวปอกแป้งผัดหน๎า เดินสะดุดทรุดเซเขาเฮฮา หน๎าตาตื่นเก๎อเลินเลํอพอ พวกขี้เมาโยเยเดินเซซวน เห็นใครชวนชกกันทําขันข๎อ ใครกีดทาขวางหน๎าก็ดําทอ เขาผูกคอใสํคาทําตาแดง พวกผู๎เจ๎าชู๎ชายหลายพวกพ๎อง เที่ยวเทียวทํองลอดเลาะเสาะแสวง บ๎างตัดผมสวยสั้นทําเป็นแปรง ทํากล๎องแกล๎งเที่ยวผู๎หญิงทิ้งดอกไม๎ (เสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผน เลํม 2, 2544 : 256) จากบทประพันธ์ทําให๎ผู๎อํานเกิดภาพความขบขันระหวํางชายหญิงที่มาเที่ยวงานมหรสพในงานศพ ของนางวันทอง ซึ่งเป็นลักษณะของการสร๎างตัวละครที่การพูดหรือการกระทําที่ทําให๎ผู๎อื่นเกิดความขบขัน

10 อันเป็นวิภาวะ (เหตุให๎เกิดอารมณ์) ได๎แกํ การแสดงทาทําแปลก ๆ การแตํงตัวมากตนเกินไป ทําให๎เกิดอนุ ภาวะ (ผลของอารมณ์) ได๎แกํการหัวเราะ การยิ้ม (กุสุมา รักษมณี : 2534) ซึ่งผู๎อํานเมื่ออํานแล๎วทําให๎เกิด อนุภาวะตามหาสยรสในบทประพันธ์ ฝ่ายขุนช๎างเมื่อรู๎วําจัดงานศพนางวันทองก็อยูํนิ่งไมํได๎ แตํหากจะมานั้นก็กลัวขุนแผนกับพระไวยจะ ทําร๎าย จึงไปขอความชํวยเหลือสมภารวัดให๎ชํวยไกลํเกลี่ยความให๎ ซึ่งขุนช๎างนั้นคาดวําจะไมํให๎เขา รํวมงานศพนางวันทองอยํางแนํนอน แตํกลายเป็นวําจมื่นไวยอนุญาติให๎เข๎ารํวมงานศพได๎และถือวําเลิกรา เรื่องตําง ๆ กัน ไมํจองเวรกันอีก ดังความที่พรรณนาในบทประพันธ์วํา จะกลําวถึงเจ๎าจอมหมํอมขุนช๎าง รู๎วําทําศพนางนิ่งไมํได๎ จะเข๎ามาตรงตัวก็กลัวภัย พระไวยจะขํมเหงให๎เกรงนัก อ๎ายแผนพํอก็คอยพลอยประสม ถ๎าเพลี่ยงลงคงระดมถึงแตกหัก เมื่อสูญสิ้นวันทองน๎องรัก จะไปพักเจ็บไยไมํต๎องการ ......................................... ........................................ เจ๎าคุณโปรดชํวยวํากลําว ไกลํเกลี่ยเรื่องราวที่แตกฉาน ขอนิมนต์ต๎นชีเป็นหัวทาน นึกวําฉานลูกเต๎าเถิดเจ๎าคุณ ...................................... ............................................ ครานั้นจมื่นไวยวรนาถ อภิวาทตอบไปดังใจหมาย หลานก็เห็นแกํบุญไมํวุํนวาย อันความเกํานั้นถวายแตํวันนี้ ซึ่งเกิดเหตุเภทพาลด๎วยมารดา เดี๋ยวนี้ก็มรณาไปเป็นผี ให๎เป็นยุติกันแตํนั้นที อยําให๎มีเวราข๎างหน๎าไป ...................................... ........................................... ขุนช๎างได๎ฟ๎งทํานสมภาร กราบกรานยินดีจะมีไหน วําดีฉันจะระวังตั้งใจ มิให๎เสียศรัทธาทํานอาจารย์ วําแล๎วลงมาหาพระไวย ก็ต๎อนรับด๎วยน้ําใจใสสานต์ ขุนช๎างบังสุกุลทําบุญทาน ทั้งสองข๎างตํางสมานไมํค๎านติงฯ (เสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผน เลํม 2, 2544 : 257-259) จากบทประพันธ์ข๎างต๎นกวีมีจุดมุํงหมายที่จะสร๎างให๎ผู๎อํานเป็นความตื่นเต๎นวํา ขุนช๎างนั้นจะได๎เข๎า รํวมงานปลงศพของนางวันทองหรือไมํ ซึ่งตัวละครเองนั้นก็อธิบายถึงความเป็นไปได๎ที่จะเข๎ารํวมนั้นน๎อย แตํเมื่อทํานสมภารได๎แจ๎งวําจมื่นไวยนั้นไมํถือโกรธ จองเวรตํอกัน ทําให๎ขุนช๎างนั้นประหลาดใจและรูสึก ยินดีที่ได๎รํวมงานปลงศพของนางวันทอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ได๎ตามที่ตนปรารถนา ซึ่งทําให๎เกิดอนุภาวะคือความ แปลกใจในสิ่งที่เกิดขึ้นอยํางไมํได๎คาดหมาย ซึ่งให๎อารมณ์แหํงความประหลาดใจหรืออัพภูตรส หลังจากเสร็จงาศพนางวันทอง พระไวยก็บวชจนครบ 7 วัน สํวนขุนช๎างบวชครบ 3 วัน ก็กลับคืน ไปอยูํที่สุพรรณบุรี ตํอมาพระพันวษามีรับสั่งให๎ขุนแผนไปราชการที่กาญจนบุรี นางทองประศรีจึงได๎ขอให๎ พลายชุมพลมาอยูํกับตน ขุนแผนก็ได๎สั่งสอนจมื่นไวยและฝากฝ๎งพลายชุมพล จากนั้นก็เดินทางไป

11 กาญจนบุรี ในการเดินทางมีนางแก๎วกริยาและนางลาวทองไปที่กาญจนบุรีด๎วย ระวํางทางมีการพรรณนา ชมนกชมไม๎อยํางมีความสุขในการเดินทางวํา แฟ้มโพลํโย๎เย๎อยูํยวบยาบ ยกหาบซวนเซเป๋ไป๋ ต๎อนพลด๎นตรงเข๎าพงไพร ชมพรรณมิ่งไม๎มาตามทาง เป็นหมูํหมูํดูชอุํมเป็นพุํมชัฏ ใบระบัดชํอดอกออกสล๎าง สมอทะเลเพกาขานาง นกกระยางบินขยับจับพยอม นกเขาจับขํอยแล๎วขันคู แมลงภูํตอมดอกประดูํหอม ผลจันทน์ดกจริงจนกิ่งค๎อม เหนี่ยวน๎อมเด็ดชมภิรมย์ใจ (เสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผน เลํม 2, 2544 : 263) จากการพรรณนาข๎างต๎นทําให๎ผู๎อํานเกิดภาพจินตนาการถึงความสวยงามในป่า ได๎ชมแมกไม๎ นานาพรรณ ทําให๎เกิดความรู๎สึกสงบทางใจ ซึ่งเป็นความงามด๎านสุนทรียรสแหํงความสงบหรือศานติรส นอกจากการเดินทางไปกาญจนบุรีจะทําให๎ผู๎อํานเกิดศานติรสแล๎ว ในขณะเดียวกันผู๎อํานก็ได๎ระทึกไปกับ การเดินทางผํานป่าเขา ซึ่งมีความนํากลัว และภยันตรายจากสัตว์ป่า ดังที่ได๎กลําวํา สัตว์สิ่งวิ่งพลํานในดานดง บ๎างบุกชัฏลัดพงมาไสว โคกระทิงวิ่งเบิ่งกระเจิงไป พยัคฆ์ใหญํยํองยอบแล๎วหมอบมอง มุํงเขม๎นหมายจะเลํนกระทิงถึก ออกสะอึกโจนสูํสองตํอสอง เสือสะบัดกัดติดโลหิตนอง กระทิงร๎องคนรูํจูํเข๎าไป (เสภาเรื่องขุนช๎างขุนแผน เลํม 2, 2544 : 263) จากข๎อความที่กลําวมาเป็นการสร๎างอารมณ์ให๎เกิดความตื่นกลัวของตัวละครในการเข๎าป่าที่ต๎อง พบกับภยันตราย ต๎องคอยระวังภัยที่จะมาสูํตนเอง โดยเฉพาะสิงสาราสัตว์ที่อยูํในป่าอาจจะเข๎ามาทําร๎าย ได๎ ซึ่งทําให๎ผู๎อํานเกิดภาพและอารมณ์ความตื่นกลัวในอันตรายที่จะเข๎ามาถึงตนเอง จากการรํวมเดินทาง ไปกาญจนบุรีของขุนแผน จะเห็นได๎วําบทนี้เป็นการสื่อให๎เห็นอารมณ์ความหวาดกลัวของตัวละคนที่สื่อ มาถึงผู๎อํานให๎เกิดความหวัดกลัวในการเดินทางในป่า เรียกสภาพอารมณ์เชํนนี้วํา “ภยานกรส” จากข๎อความข๎างต๎นจะเห็นได๎ชัดวํา

Add a comment

Related presentations