ขนมหวาน

50 %
50 %
Information about ขนมหวาน

Published on February 16, 2018

Author: piyachatwangphasuk

Source: slideshare.net

1. 1 แบบเสนอโครงร่างโครงงานคอมพิวเตอร์ รหัสวิชา ง33201-33202 ชื่อวิชา เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร6 ปีการศึกษา 2560 ชื่อโครงงาน ขนมไทยแสนอร่อย ชื่อผู้ทาโครงงาน 1 นางสาวพลอยไพลิน ผดุงกิจ เลขที่ 22 ชั้น ม. 6 ห้อง 12 2 นางสาวเบญจพร บุญมั่น เลขที่ 32 ชั้น ม. 6 ห้อง 12 ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษาโครงงาน ครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา 2560 โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่ สานักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 34

2. 2 สารบัญ เรื่อง บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข บทที่ 1 5 บทที่ 2 13 บทที่ 3 16 บทที่ 4 18 บทที่ 5 19 แหล่งข้อมูล 20

3. 3 ชื่อ: นางสาวพลอยไพลิน ผดุงกิจ นางสาวเบญจพรบุญมั่น ชื่อเรื่อง: ขนมไทยแสนอร่อย รายวิชา:การงานอาชีพและเทคโนโลยี ครูที่ปรึกษา: คุณครูเขื่อนทองมูลวรรณ์ ปีการศึกษา: ภาคเรียนที่ 2/2560 บทคัดย่อ โครงงานเรื่อง “ขนมไทยแสนอร่อย” มีจุดมุ่งมายเพื่อชี้ให้เห็นถึงกระบวนการทาขนมไทย ชนิดของขนมไทย และประเพณีกับขนมไทยและเพื่อนาไปเผยแพร่ให้บุคคลทั่วไปได้รับความรู้ในเรื่อง ขนมไทย เพิ่มมากขึ้นโดยมีเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้คือเว็บไซต์สาหรับเผยแพร่ข้อมูลที่ได้ทาการศึกษา และ Power Point ในการนาเสนอโครงงานและรูปเล่มโครงงาน ส่วนแนวทางดาเนินงานจะเริ่มตั้งแต่ กาหนดหัวข้อที่ต้องการศึกษา รวบรวมข้อมูลที่จะทาการศึกษา ทาโครงร่างโครงงานที่ทาการศึกษา เริ่มทาการศึกษาในหัวข้อที่ต้องการ รวบรวมข้อมูลที่ได้ทาการศึกษา แล้วสุดท้ายทาเป็นโครงงานให้สมบูรณ์ที่สุดหลังจากการทาโครงงานเสร็จสิ้นก็ได้สรุปผลการทาโครง งานดังนี้ ทาให้ผู้จัดทาและผู้ที่สนใจได้รับความรู้ในเรื่องของ ขนมไทย เพิ่มเติมและยังสามารถนาไปประยุกต์ในชีวิตประจาวันและเผยแพร่ความรู้ได้ในรูปแบบสื่อการเรียนก ารสอนที่น่าสนใจ

4. 4 กิตติกรรมประกาศ โครงงานเรื่อง “ขนมไทยแสนอร่อย” สาเร็จลุล่วงได้ด้วยความกรุณาจาก คุณครูเขื่อนทอง มูลวรรณ์ ที่ได้ให้ข้อเสนอแนะตลอดจนการแก้ไขข้อบกพร่องต่างๆจนจบโครงงานเล่มนี้โดยสมบูรณ์ ผู้ทาโครงงานจึงขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

5. 5 บทที่ 1 บทนา ใบงาน การจัดทาข้อเสนอโครงงานคอมพิวเตอร์ สมาชิกในกลุ่ม 2 1นางสาวพลอยไพลิน ผดุงกิจเลขที่ 22 2นางสาวเบญจพรบุญมั่นเลขที่ 32 ชื่อโครงงาน(ภาษาไทย) ขนมไทยแสนอร่อย ชื่อโครงงาน(ภาษาอังกฤษ) Famous of ThaiDessert ประเภทโครงงาน เพื่อการศึกษา ชื่อผู้ทาโครงงาน 1 นางสาวพลอยไพลินผดุงกิจเลขที่ 22 ชั้นม. 6 ห้อง 12 2 นางสาวเบญจพรบุญมั่นเลขที่ 32 ชั้นม. 6 ห้อง 12 ชื่อที่ปรึกษา คุณครูเขื่อนทองมูลวรรณ์ ชื่อที่ปรึกษาร่วม ระยะเวลาดาเนินงาน ภาคเรียนที่ 1-2 ปีการศึกษา2560 ที่มาและความสาคัญของโครงงาน ขนมไทย เป็นขนมหวานมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถือเป็นเอกลักษณ์และวัฒนธรรมของชาติซึ่งอยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน

6. 6 ในสมัยก่อนขนมไทยจะทาเฉพาะเวลามีงานสาคัญเท่านั้นไม่ว่าจะเป็นในงานเทศกาลงานประเพณี งานทางศาสนาหรือการประกอบพิธีกรรมต่างๆ แต่ที่เห็นมีขนมหลากหลายกินทุกวัน หลังสารับคาวหวานหรือกินเป็นของว่างก็ล้วนแต่คิดประดิดประดอยขึ้นภายหลังแล้วทั้งสิ้น รวมถึงขนมจากต่างชาติที่เข้ามาโดยผ่านความสัมพันธ์ทางการเมืองก็ถูกดัดแปลงให้มีรูปรส ลักษณะเป็นแบบไทยๆจนบางทีนึกกันไปว่าเป็นขนมไทยแท้ดั้งเดิมก็มี แต่แท้ที่จริงแล้วขนมไทยแท้ๆนั้นจะมีส่วนประกอบเพียงสามอย่างคือแป้งน้าตาลมะพร้าว โดยการทาขนมไทยนี้เป็นการบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของคนไทยในเรื่องความอดทนใจเย็น ละเอียดลออและช่างสังเกตทั้งยังได้แฝงความหมายอันลึกซึ้งไว้ในชื่อของขนมไทยแต่ละชนิดด้วย เอกลักษณ์ของขนมไทย ขนมฝีมือชาวบ้านและชาววังนั้นในเรื่องของรสชาติ และการเรียกชื่อขนมจะไม่แตกต่างกันมากนัก รูปร่างหน้าตาก็มีความคล้ายกันมากแต่ขนมของชาววังจะเป็นชิ้นเล็กๆน่ารับประทาน และใช้ฝีมือในการประดิดประดอยมากกว่าขนมที่ชาวบ้านทา ส่วนขนมทายากนั้นจะนิยมทากันแต่ในวังเท่านั้นเช่นขนมจ่ามงกุฎส่วนในเรื่องของโภชนาการนั้น ขนมไทยทาให้อ้วนง่าย เพราะมีทั้งความหวานมันจากน้าตาลและกะทิ ขึ้นชื่อว่าขนมแล้วไม่ว่าจะเป็นของชาติใด ก็ล้วนแต่มีรสชาติความหวานเจือปนอยู่เหมือนกันทั้งนั้น แต่ความหวานของขนมไทยเราจะออกรสชาติแบบหวานมันและละมุนมากกว่าชาติอื่นๆ โดยเฉพาะขนมไทยจะต้องใส่กะทิควบคู่กับน้าตาลด้วยเสมอ ความมันจากกะทิจะช่วยลดความหวานจากน้าตาลลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากขนมของชาติอื่นๆก็คือ เมื่อนามาจัดวางให้เป็นระเบียบจะดูสวยงามและมีกลิ่นหอมอยู่ในตัวชวนให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ความสวยงามของขนมไทยนั้นหากนาขนมของชาติต่างๆมาวางเรียงกันแล้วให้คนต่างชาติชี้ว่า ชิ้นไหนเป็นขนมของคนไทยเขาจะสามารถบอกได้ถูกต้องทันที เป็นเพราะความปราณีตบรรจงของฝีมือคนไทย ทาให้ขนมไทยมีความละเอียดลออต่างจากขนมของชาติอื่นๆ การแบ่งประเภทของขนมไทย แบ่งตามวิธีการทาให้สุกได้ดังนี้

7. 7 ขนมที่ทาให้สุกด้วยการกวนส่วนมากใช้กระทะทองกวนตั้งแต่เป็นน้าเหลวใสจนงวด แล้วเทใส่พิมพ์หรือถาดเมื่อเย็นจึงตัดเป็นชิ้นเช่น ตะโก้ขนมลืมกลืนขนมเปียกปูนขนมศิลาอ่อน และผลไม้กวนต่างๆรวมถึงข้าวเหนียวแดงข้าวเหนียวแก้วและกะละแม ขนมที่ทาให้สุกด้วยการนึ่งใช้ลังถึงบางชนิดเทส่วนผสมใส่ถ้วยตะไลแล้วนึ่ง บางชนิดใส่ถาดหรือพิมพ์บางชนิดห่อด้วยใบตองหรือใบมะพร้าวเช่นช่อม่วงขนมชั้น ข้าวต้มผัด สาลี่อ่อน สังขยา ขนมกล้วยขนมตาลขนมใส่ไส้ขนมเทียน ขนมน้าดอกไม้ ขนมที่ทาให้สุกด้วยการเชื่อมเป็นการใส่ส่วนผสมลงในน้าเชื่อมที่กาลังเดือดจนสุกได้แก่ทองหยอด ทองหยิบ ฝอยทอง เม็ดขนุนกล้วยเชื่อมจาวตาลเชื่อม ขนมที่ทาให้สุกด้วยการทอดเป็นการใส่ส่วนผสมลงในกระทะที่มีน้ามันร้อนๆ จนสุก เช่นกล้วยทอด ข้าวเม่าทอดขนมกงขนมค้างคาวขนมฝักบัวขนมนางเล็ด ขนมที่ทาให้สุกด้วยการนึ่งหรืออบได้แก่ขนมหม้อแกงขนมหน้านวลขนมกลีบลาดวน ขนมทองม้วนสาลี่แข็งนอกจากนี้ อาจรวม ขนมครกขนมเบื้อง ขนมดอกลาเจียกที่ใช้ความร้อนบนเตาไว้ในกลุ่มนี้ด้วย ขนมที่ทาให้สุกด้วยการต้มขนมประเภทนี้จะใช้หม้อหรือกระทะต้มน้าให้เดือด ใส่ขนมลงไปจนสุกแล้วตักขึ้นนามาคลุกหรือโรยมะพร้าวได้แก่ขนมถั่วแปบขนมต้ม ขนมเหนียว ขนมเรไร นอกจากนี้ยังรวมขนมประเภทน้าที่นิยมนามาต้มกับกะทิ หรือใส่แป้งผสมเป็นขนมเปียก และขนมที่กินกับน้าเชื่อมและน้ากะทิ เช่นกล้วยบวชชีมันแกงบวดสาคูเปียกลอดช่องซ่าหริ่ม ขนมไทยแต่ละภาค ขนมไทยภาคเหนือ ส่วนใหญ่จะทาจากข้าวเหนียวและส่วนใหญ่จะใช้วิธีการต้มเช่นขนมเทียนขนมวงข้าวต้มหัวหงอก มักทากันในเทศกาลสาคัญเช่นเข้าพรรษาสงกรานต์ ขนมที่นิยมทาในงานบุญเกือบทุกเทศกาลคือขนมเทียนหรือขนมจ๊อกขนมที่หาซื้อได้ทั่วไปคือ ขนมปาดซึ่งคล้ายขนมศิลาอ่อนข้าวอีตูหรือข้าวเหนียวแดงข้าวแตนหรือข้าวแต๋นขนมเกลือ ขนมที่มีรับประทานเฉพาะฤดูหนาวได้แก่ข้าวหนุกงาซึ่งเป็นงาคั่วตากับข้าวเหนียว ถ้าใส่น้าอ้อยด้วยเรียกงาตาอ้อย ข้าวแคบหรือข้าวเกรียบว่าวลูกก่อถั่วแปะยีถั่วแระลูกลานต้ม[7]

8. 8 ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน ขนมพื้นบ้านได้แก่ขนมอาละหว่าซึ่งคล้ายขนมหม้อแกงขนมเปงม้ง ซึ่งคล้ายขนมอาละหว่าแต่มีการหมักแป้งให้ฟูก่อนขนมส่วยทะมินทาจากข้าวเหนียวนึ่ง น้าตาลอ้อยและกะทิ ในช่วงที่มีน้าตาลอ้อยมากจะนิยมทาขนมอีก 2ชนิดคืองาโบ๋ ทาจากน้าตาลอ้อยเคี่ยวให้เหนียวคล้ายตังเมแล้วคลุกงากับแปโหย่ทาจากน้าตาลอ้อยและถั่วแปยี มีลักษณะคล้ายถั่วตัด[8] ขนมไทยภาคกลาง ส่วนใหญ่ทามาจากข้าวเจ้าเช่นข้าวตังนางเล็ดข้าวเหนียวมูนและมีขนมที่หลุดลอดมาจากรั้ววัง จนแพร่หลายสู่สามัญชนทั่วไปเช่น ขนมกลีบลาดวนลูกชุบหม้อข้าวหม้อแกงฝอยทองทองหยิบ ขนมตาลขนมกล้วยขนมเผือกเป็นต้น ขนมไทยภาคอีสาน เป็นขนมที่ทากันง่ายๆไม่พิถีพิถันมากเหมือนขนมภาคอื่นขนมพื้นบ้านอีสานได้แก่ข้าวจี่ บายมะขามหรือมะขามบ่ายข้าวข้าวโป่ง[9]นอกจากนั้นมักเป็นขนมในงานบุญพิธี ที่เรียกว่า ข้าวประดับดินโดยชาวบ้านนาข้าวที่ห่อใบตองมัดด้วยตอกแบบข้าวต้มมัดกระยาสารทข้าวทิพย์ ข้าวยาคูขนมพื้นบ้านของจังหวัดเลยมักเป็นขนมง่ายๆเช่นข้าวเหนียวนึ่งจิ้มน้าผึ้งข้าวบ่ายเกลือ คือข้าวเหนียวปั้นเป็นก้อนจิ้มเกลือให้พอมีรสเค็มถ้ามีมะขามจะเอามาใส่เป็นไส้เรียกมะขามบ่ายข้าว น้าอ้อยกะทิ ทาด้วยน้าอ้อยที่เคี่ยวจนเหนียวใส่ถั่วลิสงคั่วและมะพร้าวซอย ข้าวพองทามาจากข้าวตากคั่วใส่มะพร้าวหั่นเป็นชิ้นๆและถั่วลิสงคั่ว กวนกับน้าอ้อยจนเหนียวเทใส่ถาดในงานบุญต่างๆจะนิยมทาขนมปาด (คล้ายขนมเปียกปูนของภาคกลาง)ลอดช่องและขนมหมก(แป้งข้าวเหนียวโม่ ปั้นเป็นก้อนกลมใส่ไส้กระฉีก ห่อเป็นสามเหลี่ยมคล้ายขนมเทียน นาไปนึ่ง)[10] ขนมไทยภาคใต้ ชาวใต้มีความเชื่อในเทศกาลวันสารทเดือนสิบจะทาบุญด้วยขนมที่มีเฉพาะในท้องถิ่นภาคใต้เท่านั้น เช่น ขนมลาขนมพอง ข้าวต้มห่อด้วยใบกะพ้อขนมบ้าหรือขนมลูกสะบ้าขนมดีซาหรือเมซา ขนมเจาะหูหรือเจาะรู ขนมไข่ปลาขนมแดงเป็นต้น

9. 9 ตัวอย่างของขนมพื้นบ้านภาคใต้ได้แก่ ขนมหน้าไข่ทาจากแป้งข้าวเจ้านวดกับน้าตาลนาไปนึ่งหน้าขนมทาด้วยกะทิผสมไข่น้าตาลเกลือ ตะไคร้และหัวหอมราดบนตัวขนมแล้วนาไปนึ่งอีกครั้ง ขนมมีมันไม้เป็นขนมของชาวไทยมุสลิมทาจากมันสาปะหลังนาไปต้มให้สุกโรยด้วยแป้งข้าวหมาก เก็บไว้1 คืน 1วันจึงนามารับประทาน ขนมจู้จุนทาจากแป้งข้าวเจ้านวดกับน้าเชื่อมแล้วเอาไปทอดมีลักษณะเหนียวและอมน้ามัน ขนมคอเป็ดทาจากแป้งข้าวเจ้าผสมกับแป้งข้าวเหนียวนวดรวมกับไข่ไก่รีดเป็นแผ่นตัดเป็นชิ้นๆ เอาไปทอด สุกแล้วเอาไปเคล้ากับน้าตาลโตนดที่เคี่ยวจนเหนียวข้น ขนมคนที ทาจากใบคนที ผสมกับแป้งและน้าตาลนึ่งให้สุกคลุกกับมะพร้าวขูดจิ้มกับน้าตาลทราย ขนมกอแหละทาจากแป้งข้าวเจ้ากวนกับกะทิและเกลือเทใส่ถาดโรยต้นหอม ตัดเป็นชิ้นๆ โรยหน้าด้วย มะพร้าวขูดคั่วกุ้งแห้งป่นและน้าตาลทราย ขนมก้านบัวทาจากข้าวเหนียวนึ่งสุก นาไปโขลกด้วยครกไม้จนเป็นแป้งรีดให้แบนตากแดดจนแห้ง ตัดเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทอดให้สุก ฉาบด้วยน้าเชื่อม ข้าวเหนียวเชงาเป็นข้าวเหนียวนึ่งสุกตาผสมกับงาและน้าตาลทราย ข้าวเหนียวเสือเกลือก คล้ายข้าวโพดคลุกของภาคกลางแต่เปลี่ยนข้าวโพดเป็นข้าวเหนียวนึ่งสุกและใส่กะทิด้วย ขี้หมาพองเช มีลักษณะเป็นก้อนๆทาจากข้าวเหนียวคั่วสุกจนเป็นสีน้าตาล ตาให้ละเอียดเคล้ากับมะพร้าวขูดน้าตาลโตนดที่เคี่ยวจนข้นเคล้าให้เข้ากันดี แล้วปั้นเป็นก้อน ขนมดาดาเป็นขนมของชาวไทยมุสลิมใช้ในโอกาสเดียวกับฆานมประกอบด้วยข้าวเจ้า ข้าวเหนียวผสมน้าบดให้ละเอียดนาไปละเลงในกระทะที่มีน้ามันร้อนๆพับให้เป็นแผ่น กินกับน้าตาลเหลว

10. 10 ขนมกรุบนิยมทากันในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ใช้แป้งข้าวเหนียวนวดกับน้าอุ่น นาไปรีดให้แผ่บางบนใบตอง นาไปนึ่งแล้วตากแดดให้แห้ง แล้วทอดให้กรอบคลุกกับน้าตาลที่เคี่ยวเป็นยางมะตูม ขนมก้องถึ่งทาจากถั่วลิสงคั่วคลุกกับน้าตาลร้อนๆแล้วใช้ไม้ทุบให้ละเอียดจนเป็นแผ่นตัดเป็นชิ้น ขนมในพิธีกรรมและงานเทศกาล ขนมไทยมีส่วนร่วมในวิถีชีวิตไทยในทุกเทศกาลและโอกาสต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความผูกพันและเป็นส่วนสาคัญของวัฒนธรรมไทยตั้งแต่สมัยโบราณ ขนมที่ใช้ในงานเทศกาลและพิธีกรรมต่างๆของไทยตลอดทั้งปีสรุปได้ดังนี้ ขนมไทยในงานเทศกาล งานตรุษสงกรานต์ที่พระประแดงและราชบุรี ใช้กะละแมเป็นขนมประงานตรุษ สารทไทย เดือน 10 ทุกภาคยกเว้นภาคใต้ใช้กระยาสารทเป็นขนมหลักนอกจากนั้นอาจมีข้าวยาคู ข้าวมธุปายาสข้าวทิพย์ส่วนทางภาคใต้จะมีขนมสารทเดือนสิบ โดยใช้ขนมลาขนมพอง ขนมท่อนใต้ ขนมบ้าขนมเจาะหูหรือขนมดีซาขนมต้ม(ข้าวเหนียวใส่กะทิห่อใบกะพ้อต้ม ต่างจากขนมต้มของภาคกลาง)ยาสาด(กระยาสารท)ยาหนม (กะละแม) โดยขนมแต่ละชนิดที่ใช้มีความหมายคือขนมพองเป็นแพพาข้ามห้วงมหรรณพ ขนมกงหรือขนมไข่ปลาเป็นเครื่องประดับขนมดีซาเป็นเงินเบี้ยสาหรับใช้สอยขนมบ้า ใช้เป็นลูกสะบ้าขนมลาเป็นเสื้อผ้าแพรพรรณ เทศกาลออกพรรษาการตักบาตรเทโว เดือน11 นิยมทาข้าวต้มผัดห่อด้วยใบตองหรือใบอ้อย ธรรมเนียมนี้มาจากความเชื่อทางศาสนาที่ว่า เมื่อประชาชนไปรอรับเสด็จพระพุทธเจ้าเมื่อทรงพุทธดาเนินจากเทวโลกกลับสู่โลกมนุษย์ณ เมืองสังกัสสะ ชาวเมืองที่ไปรอรับเสด็จได้นาข้าวต้มผัดไปเป็นเสบียงระหว่างรอ บางท้องที่มีการทาข้าวต้มลูกโยนใส่บาตรด้วยเช่นชาวไทยเชื้อสายมอญที่จังหวัดราชบุรี ในช่วงออกพรรษา ที่จังหวัดนครศรีธรรมราชมีประเพณีลากพระและตักบาตรหน้าล้อ ซึ่งจะใช้ขนมสองชนิดคือห่อต้ม(ข้าวเหนียวผัดกะทิห่อเป็นรูปสามเหลี่ยมด้วยใบพ้อ) และห่อมัด (เหมือนห่อต้มแต่ห่อด้วยใบจากหรือใบมะพร้าวอ่อนเป็นรูปสี่เหลี่ยมใช้เชือกมัด) [ ในช่วงถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ชาวไทยมุสลิมนิยมรับประทานขนมอาเก๊าะ เดือนอ้าย มีพระราชพิธีเลี้ยงขนมเบื้องเมื่อพระอาทิตย์โคจรเข้าราศีธนู นิมนต์พระสงฆ์80 รูป มาฉันขนมเบื้องในพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัย

11. 11 เดือนอ้ายในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีประเพณีให้ทานไฟ โดยชาวบ้านจะก่อไฟและเชิญพระสงฆ์มาผิงไฟขนมที่ใช้ในงานนี้มีขนมเบื้องขนมครกขนมกรอก ขนมจูจุนกล้วยแขกข้าวเหนียวกวนขนมกรุบข้าวเกรียบปากหม้อ) เดือนสาม ทางภาคอีสานมีประเพณีบุญข้าวจี่ ซึ่งจะทาข้าวจี่ไปทาบุญที่วัด ชาวไทยมุสลิมมีประเพณีกวนขนมอาซูรอในวันที่ 10ของเดือนมูฮรอม ขนมไทยในพิธีกรรมและความเชื่อ การสะเดาะเคราะห์และแก้บนของศิลปินวายัง-มะโย่งของชาวไทยมุสลิมทางภาคใต้ ใช้ข้าวเหนียวสามสี (ขาวเหลือง แดง)ข้าวพอง(ฆีแน) ข้าวตอก(มือเตะ)รา (กาหงะ) และขนมเจาะหู (ลีงอโต๊ะแว) ในพิธีเข้าสุหนัต ขึ้นบ้านใหม่แต่งงานนาเรือใหม่ลงน้า ชาวไทยมุสลิมนิยมทาขนมฆานม ขนมที่ใช้ในงานแต่งงานในภาคกลางนอกกรุงเทพฯออกไปจะมีขนมกงเป็นหลัก นอกจากนั้นมีทองเอกขนมชะมดขนมสามเกลอขนมโพรงแสม ขนมรังนก บางแห่งใช่ขนมพระพายและขนมละมุดก็มีในบางท้องถิ่นใช้กะละแมข้าวเหนียวแดง ข้าวเหนียวแก้วขนมชั้นขนมเปียกขนมเปี๊ยะถ้าเป็นตอนเช้ายังไม่ถึงเวลาอาหาร จะมีการเลี้ยงของว่างเรียกกินสามถ้วยได้แก่ข้าวเหนียวน้ากะทิ ข้าวตอกนากะทิ ลอดช่องน้ากะทิ บางแห่งใช้มันน้ากะทิ เม็ดแมงลักน้ากะทิบางท้องถิ่นใช้ขนมต้มด้วย พิธีแต่งงานของชาวไทยมุสลิมจะมีพิธีกินสมางัตซึ่งเป็นการป้อนข้าวและขนมให้เจ้าบ่าวเจ้าสาว ขนมที่ใช้มี กะละแมหรือขนมดอดอยขนมก้อหรือตูปงปูตู ขนมลาและข้าวพอง ขนมที่ใช้ในงานบวชและงานทอดกฐินของชาวไทยเชื้อสายมอญในจังหวัดราชบุรีได้แก่ ขนมปลาหางดอกและลอดช่องน้ากะทิ ในงานศพ ชาวไทยเชื้อสายมอญในจังหวัดราชบุรีนิยมเลี้ยงเม็ดแมงลักน้ากะทิ การบูชาเทวดาในพิธีกรรมใดๆเช่นยกเสาเอก ตั้งศาลพระภูมิใช้ขนมต้มแดงขนมต้มขาว เป็นหลักในเครื่องสังเวยชุดธรรมดาชุดใหญ่เพิ่มข้าวตอกงาคั่วถั่วทองฟักทองแกงบวด ในพิธีทาขวัญจุกใช้ขนมต้มขาวต้มแดงด้วยเช่นกันเครื่องกระยาบวชในการไหว้ครูเพื่อทาผงอิทธิเจ ใช้ขนมต้มแดงต้มขาวเช่นกัน พิธีเลี้ยงผีของชาวไทยเชื้อสายมอญในจังหวัดราชบุรีใช้ขนมบัวลอยขนมทอด ขนมที่ใช้ในพิธีไหว้ครูมวยไทยและกระบี่กระบองได้แก่แกงบวด(กล้วยเผือกหรือมัน)เผือกต้ม มันต้ม ขนมต้มแดงต้มขาวขนมชั้นถ้วยฟูฝอยทอง เม็ดขนุน ในการเล่นผีหิ้งของชาวชองบนหิ้งมีขนมต้ม ขนมที่มีชื่อเสียงเฉพาะถิ่น

12. 12 กรุงเทพมหานครเขตธนบุรีมีขนมฝรั่งกุฎีจีนเขตปทุมวันมีขนมกลีบลาดวน จังหวัดจันทบุรีและจังหวัดตราดมีทุเรียนกวน จังหวัดฉะเชิงเทรามีขนมชั้น จังหวัดชลบุรี ตลาดหนองมนมีข้าวหลาม จังหวัดชุมพรมีขนมข้าวควายลุย จังหวัดตรังมีขนมเค้กเมืองตรัง จังหวัดนครปฐมมีขนมผิงและข้าวหลาม จังหวัดนครสวรรค์มีขนมโมจิ ขนมฟักเขียวกวน จังหวัดนครพนมมีขนมโซเซ จังหวัดปราจีนบุรี มีขนมเขียว จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ส่วนใหญ่เป็นผลไม้เชื่อม ผลไม้กวนเช่น มะยมเชื่อม พุทรากวน ที่ตาบลท่าเรือมีขนมบ้าบิ่น จังหวัดพัทลุงมีขนมก้านบัว จังหวัดพิษณุโลกอาเภอบางกระทุ่มมีกล้วยตาก จังหวัดเพชรบุรี เป็นแหล่งที่มีขนมหวานที่มีชื่อเสียงมานานโดยเฉพาะขนมที่ทามาจากตาลโตนดเช่น จาวตาลเชื่อมโตนดทอดตังเมส่วนขนมชนิดอื่นที่มีชื่อเสียงตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4เป็นต้นมาคือ ขนมขี้หนู ข้าวเกรียบงาขนมหม้อแกง จังหวัดสตูลมีขนมบุหงาบูดะขนมโรตีกาปายและข้าวเหนียวกวนขาว จังหวัดสมุทรปราการมีขนมจาก จังหวัดสมุทรสงครามมีขนมจ่ามงกุฎ จังหวัดสิงห์บุรี มีมะม่วงกวนหรือส้มลิ้ม จังหวัดสุพรรณบุรี อาเภอบางปลาม้ามีขนมสาลี่ จังหวัดอ่างทองอาเภอวิเศษชัยชาญมีขนมเกสรลาเจียก จังหวัดอุตรดิตถ์มีขนมเทียนเสวยข้าวหลามทุ่งยั้ง จังหวัดอุทัยธานี หนองแก มีขนมกงขนมปังสังขยา จังหวัดอุบลราชธานี ข้าวหลาม วัตถุประสงค์ 1. ต้องการศึกษาความเป็นของขนมไทย 2. ความเกี่ยวเนื่องของขนมไทยกับประเพณีไทย

13. 13 3. ส่วนประกอบในขนมไทย ขอบเขตโครงงาน ผู้ที่ต้องการศึกษาเกี่ยวกับขนมไทยและผู้ทาขนมไทย บทที่ 2 หลักการและทฤษฎี ในการจัดทาโครงงาน “ขนมไทยแสนอร่อย” จาเป็นต้องศึกษาทฤษฎีที่เกี่ยวข้องดังนี้ ประวัติความเป็นมาของขนมไทย ในสมัยโบราณคนไทยจะทาขนมเฉพาะวาระสาคัญเท่านั้นเป็นต้นว่างานทาบุญงานแต่ง เทศกาลสาคัญหรือต้อนรับแขกสาคัญ เพราะขนมบางชนิดจาเป็นต้องใช้กาลังคนอาศัยเวลาในการทาพอสมควรส่วนใหญ่เป็นขนบประเพณี เป็นต้นว่าขนมงานเนื่องในงานแต่งงานขนมพื้นบ้านเช่น ขนมครกขนมถ้วยฯลฯ ส่วนขนมในรั้วในวังจะมีหน้าตาจุ๋มจิ๋มประณีตวิจิตรบรรจงในการจัดวางรูปทรงขนมสวยงาม ขนมไทยดั้งเดิมมีส่วนผสมคือ แป้งน้าตาลกะทิ เท่านั้น ส่วนขนมที่ใช้ไข่เป็นส่วนประกอบเช่น ทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุน นั้น มารี กีมาร์เดอปีนา (ท้าวทองกีบม้า)หญิงสาวชาวโปรตุเกส เป็นผู้คิดค้นขึ้นมา ขนมไทยที่นิยมทากันทุกๆภาคของประเทศไทยในพิธีการต่างๆก็คือขนมจากไข่ และเชื่อกันว่าชื่อและลักษณะของขนมนั้นๆเช่นรับประทานฝอยทองเพื่อหวังให้อยู่ด้วยกันยืดยาว

14. 14 มีอายุยืน รับประทานขนมชั้นก็ให้ได้เลื่อนขั้นเงินเดือนรับประทานขนมถ้วยฟูก็ขอให้เจริญ รับประทานขนมทองเอกก็ขอให้ได้เป็นเอก เป็นต้น ในสมัยรัชกาลที่ 1 มีการพิมพ์ตาราอาหารออกเผยแพร่ รวมถึงตาราขนมไทยด้วย จึงนับได้ว่าวัฒนธรรมขนมไทยมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรก ตาราอาหารไทยเล่มแรกคือแม่ครัวหัวป่าก์ ในสมัยต่อมาเมื่อการค้าเจริญขึ้นในตลาดมีขนมนานาชนิดมาขาย และนับว่าเป็นยุคที่ขนมไทยเป็นที่นิยม เอกลักษณ์ของขนมไทย ขนมฝีมือชาวบ้านและชาววังนั้นในเรื่องของรสชาติ และการเรียกชื่อขนมจะไม่แตกต่างกันมากนัก รูปร่างหน้าตาก็มีความคล้ายกันมากแต่ขนมของชาววังจะเป็นชิ้นเล็กๆน่ารับประทาน และใช้ฝีมือในการประดิดประดอยมากกว่าขนมที่ชาวบ้านทา ส่วนขนมทายากนั้นจะนิยมทากันแต่ในวังเท่านั้นเช่นขนมจ่ามงกุฎส่วนในเรื่องของโภชนาการนั้น ขนมไทยทาให้อ้วนง่าย เพราะมีทั้งความหวานมันจากน้าตาลและกะทิ ขึ้นชื่อว่าขนมแล้วไม่ว่าจะเป็นของชาติใด ก็ล้วนแต่มีรสชาติความหวานเจือปนอยู่เหมือนกันทั้งนั้น แต่ความหวานของขนมไทยเราจะออกรสชาติแบบหวานมันและละมุนมากกว่าชาติอื่นๆ โดยเฉพาะขนมไทยจะต้องใส่กะทิควบคู่กับน้าตาลด้วยเสมอ ความมันจากกะทิจะช่วยลดความหวานจากน้าตาลลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากขนมของชาติอื่นๆก็คือ เมื่อนามาจัดวางให้เป็นระเบียบจะดูสวยงามและมีกลิ่นหอมอยู่ในตัวชวนให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น ความสวยงามของขนมไทยนั้นหากนาขนมของชาติต่างๆมาวางเรียงกันแล้วให้คนต่างชาติชี้ว่า ชิ้นไหนเป็นขนมของคนไทยเขาจะสามารถบอกได้ถูกต้องทันที เป็นเพราะความปราณีตบรรจงของฝีมือคนไทย ทาให้ขนมไทยมีความละเอียดลออต่างจากขนมของชาติอื่นๆ ขนมไทยในพิธีกรรมและความเชื่อ

15. 15 การสะเดาะเคราะห์และแก้บนของศิลปินวายัง-มะโย่งของชาวไทยมุสลิมทางภาคใต้ ใช้ข้าวเหนียวสามสี (ขาวเหลือง แดง)ข้าวพอง(ฆีแน) ข้าวตอก(มือเตะ)รา (กาหงะ) และขนมเจาะหู (ลีงอโต๊ะแว) ในพิธีเข้าสุหนัต ขึ้นบ้านใหม่แต่งงานนาเรือใหม่ลงน้า ชาวไทยมุสลิมนิยมทาขนมฆานม ขนมที่ใช้ในงานแต่งงานในภาคกลางนอกกรุงเทพฯออกไปจะมีขนมกงเป็นหลัก นอกจากนั้นมีทองเอกขนมชะมดขนมสามเกลอขนมโพรงแสม ขนมรังนก บางแห่งใช่ขนมพระพายและขนมละมุดก็มีในบางท้องถิ่นใช้กะละแมข้าวเหนียวแดง ข้าวเหนียวแก้วขนมชั้นขนมเปียกขนมเปี๊ยะถ้าเป็นตอนเช้ายังไม่ถึงเวลาอาหาร จะมีการเลี้ยงของว่างเรียกกินสามถ้วยได้แก่ข้าวเหนียวน้ากะทิ ข้าวตอกนากะทิ ลอดช่องน้ากะทิ บางแห่งใช้มันน้ากะทิ เม็ดแมงลักน้ากะทิบางท้องถิ่นใช้ขนมต้มด้วย พิธีแต่งงานของชาวไทยมุสลิมจะมีพิธีกินสมางัตซึ่งเป็นการป้อนข้าวและขนมให้เจ้าบ่าวเจ้าสาว ขนมที่ใช้มี กะละแมหรือขนมดอดอยขนมก้อหรือตูปงปูตู ขนมลาและข้าวพอง ขนมที่ใช้ในงานบวชและงานทอดกฐินของชาวไทยเชื้อสายมอญในจังหวัดราชบุรีได้แก่ ขนมปลาหางดอกและลอดช่องน้ากะทิ ในงานศพ ชาวไทยเชื้อสายมอญในจังหวัดราชบุรีนิยมเลี้ยงเม็ดแมงลักน้ากะทิ การบูชาเทวดาในพิธีกรรมใดๆเช่นยกเสาเอก ตั้งศาลพระภูมิใช้ขนมต้มแดงขนมต้มขาว เป็นหลักในเครื่องสังเวยชุดธรรมดาชุดใหญ่เพิ่มข้าวตอกงาคั่วถั่วทองฟักทองแกงบวด ในพิธีทาขวัญจุกใช้ขนมต้มขาวต้มแดงด้วยเช่นกันเครื่องกระยาบวชในการไหว้ครูเพื่อทาผงอิทธิเจ ใช้ขนมต้มแดงต้มขาวเช่นกัน พิธีเลี้ยงผีของชาวไทยเชื้อสายมอญในจังหวัดราชบุรีใช้ขนมบัวลอยขนมทอด ขนมที่ใช้ในพิธีไหว้ครูมวยไทยและกระบี่กระบองได้แก่แกงบวด(กล้วยเผือกหรือมัน)เผือกต้ม มันต้ม ขนมต้มแดงต้มขาวขนมชั้นถ้วยฟูฝอยทอง เม็ดขนุน ในการเล่นผีหิ้งของชาวชองบนหิ้งมีขนมต้ม

16. 16 บทที่ 3 วิธีดาเนินงาน แนวทางการดาเนินงาน 1. ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับเกี่ยวกับขนมไทย 2. รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจที่น่าเชื่อจากแหล่งต่างๆพร้อมให้แหล่งที่มา 3. นาข้อมูลมาเรียบเรียงใน Microsoft Word 4. นาข้อมูลใส่ใน Slideshare 5. นาข้อมูลลงบล็อกของตนเอง

17. 17 6. สรุปข้อมูลที่น่าสนใจลงใน Microsoft Powerpiont 7. นาเสนอให้คุณครู เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต โปรแกรม Microsoft Word โปรแกรม Mocrosoft Powerpoint งบประมาณ รวมทั้งสิ้น17 บาท ค่าซีดี 7 บาท กล่องใส่ซีดี 10บาท สถานที่ดาเนินการ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย กลุ่มสาระการเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง การงานอาชีพและเทคโนโลยี สังคมศึกษา ขั้นตอนและแผนดาเนินงาน ลาดั บ ที่ ขั้นตอน สัปดาห์ที่ ผู้รับผิดชอ บ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 1 0 1 1 12 1 3 1 4 1 5 1 6 1 7 1 คิดหัวข้อโครงงาน 2 ศึกษาและค้นคว้าข้อมู

18. 18 ล 3 จัดทาโครงร่างงาน 4 ปฏิบัติการสร้างโครง งาน 5 ปรับปรุงทดสอบ 6 การทาเอกสารรายงาน 7 ประเมินผลงาน 8 นาเสนอโครงงาน บทที่ 4 ผลการดาเนินงาน ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1. มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องขนมไทย 2. สามารถนาความรู้ไปต่อยอดได้ นาไปใช้ 1. นาไปพัฒนาความรู้ต่อไปได้

19. 19 2. ทาขนมทานเองหรือขาย บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล 1. ผลการดาเนินงาน จากการดาเนินงานทาโครงงานเรื่อง ขนมไทยทาให้ได้รู้ถึงประเภทของขนมไทย ส่วนประกอบลักษณะของขนมไทยและขนมไทยของแต่ละภาค ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากในการเรียนรู้เพื่อนาไปเผยแพร่ความรู้ให้แก่ผู้อื่น 2. ปัญหาและอุปสรรค

20. 20 เวลาว่างไม่ตรงกัน อินเทอร์เน็ตช้า 3. ข้อเสนอแนะ ในการจัดทาอาจจะมีข้อมูลไม่ครบถ้วน ผู้ที่ต้องการศึกษาเพิ่มเติมสามารถหาเพิ่มเติมจากแหล่งข้อมูลต่างๆได้ แหล่งข้อมูล ความหมายของขนมไทย https://sites.google.com/site/may54100145120/assignments สืบค้นเมื่อ14 กุมภาพันธ์ 2561 ความหมายของขนมไทยมงคล 9อย่าง https://www.happywedding.life/th/tips/wedding-catering-cake/5429 สืบค้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2561

21. 21 ขนมไทย ชื่อเป็นมงคลที่ใช้กับประเพณีไทยที่เราอาจลืม https://food.mthai.com/food-inbox/79955.html สืบค้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์2561. ความหมายของขนมหวานไทย... https://www.gotoknow.org/posts/248581 สืบค้นเมื่อ 14 กุมภาพันธ์2561 ขนมไทยในงานประเพณี https://pahngung.wordpress.com/%E0%B8%82%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B9%84 %E0%B8%97%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%87%E0%B8%B2%E 0%B8%99%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0% B8%93%E0%B8%B5/ สืบค้นเมื่อ14 กุมภาพันธ์ 2561

Add a comment