การแลกเปลี่ยนแกีสของมนุษย์

50 %
50 %
Information about การแลกเปลี่ยนแกีสของมนุษย์
Entertainment

Published on April 23, 2014

Author: woratum

Source: authorstream.com

PowerPoint Presentation: การแลกเปลี่ยนแก๊สของมนุษย์ “It is not the strongest of the species that species that survives. nor the most intelligent that survives. It is the one that is the most adaptable to change.” : “It is not the strongest of the species that species that survives. nor the most intelligent that survives. It is the one that is the most adaptable to change.” Charlse Darwin, 1809 – 1882 ผู้คิดค้นทฤษฎีวิวัฒนาการ : การคัดเลือกโยธรรมชาติ PowerPoint Presentation: ระบบแลกเปลี่ยนก๊าซของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม - มีโครงสร้างในการแลกเปลี่ยนก๊าซที่อยู่ภายในร่างกายที่เรียกว่า “ ปอด ” พร้อมกับโครงสร้างที่ช่วยในการปรับปริมาตรในช่องอก เรียกว่า “ กะบังลม ” - โครงสร้างเหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของ “ระบบหายใจ” ซึ่งประกอบด้วย 1. ระบบหายใจส่วนต้น ได้แก่ โพรงจมูก 2. ระบบหายใจส่วนปลาย ได้แก่ กล่องเสียง, หลอดลม, ปอด (ถุงลมในปอดและหลอดลมในปอด) และกะบังลม PowerPoint Presentation: เป็นการแลกเปลี่ยนก๊าซ O 2 จากถุงลมเข้าสู่โลหิต และก๊าซ CO 2 จากโลหิตเข้าสู่ถุงลม การแลกเปลี่ยนก๊าซของมนุษย์ PowerPoint Presentation: การหายใจเข้า ( Inhalation ) 1 . กล้ามเนื้อกระบังลมหดตัวลงเป็นแผ่นแบนราบ 2 . กล้ามเนื้อด้านนอกที่ยึดกระดูกซี่โครงแต่ละซี่หดตัวทำให้กระดูกซี่โครงถูกยกขึ้น 3 . ความดันอากาศภายในช่องปอดลดลงจนทำให้อากาศภายนอกดันเข้ามาในปอด PowerPoint Presentation: การหายใจออก ( Exhalation ) 1 . กล้ามเนื้อกระบังลมคลายตัวยกสูงขึ้นไป 2 . กล้ามเนื้อด้านนอกที่ยึดกระดูกซี่โครงแต่ละซี่คลายตัวทำให้กระดูกซี่โครงหุบเข้ามา 3 . ความดันอากาศภายในช่องปอดเพิ่มขึ้นจนทำให้อากาศภายในปอดดันออกไป PowerPoint Presentation:  ภาพที่ 5 . 1 แสดงโครงสร้างของปอดที่ใช้แลกเปลี่ยนแก๊สเป็นการหายใจภายนอก ( External respiration ) ที่มา : http://www.coolschool.ca/lor/BI 12/ unit 11/ U 11 L 05/ extresrxns.jpg ความจุของปอด: ความจุของปอด spirometer ความจุปอด หมายถึง ความสามารถของปอด ที่จะรับปริมาณของอากาศเข้าสู่ปอดหรือระบายอากาศออกจากปอด ซึ่งขึ้นอยู่กับ ลักษณะของการหายใจ PowerPoint Presentation: ความจุอากาศของปอด     ความจุอากาศของปอดในแต่ละคนจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับ 1.เพศ    เพศชายจะมีความจุปอดมากกว่าเพศหญิง 2.สภาพร่างกาย     นักกีฬามีความจุของปอดมากกว่าคนปกติ 3.อายุ    ผู้สูงอายุจะมีความจุปอดลดลง 4. โรคที่เกิดกับปอด   โรคบางชนิด เช่นถุงลมโป่งพอง โรคมะเร็งจะทำให้มีความจุปอด ลดลง PowerPoint Presentation: Tidal air ( ปริมาตรอากาศที่หายใจเข้าออก ) ถ้าเราหายใจเข้าให้เต็มที่ จะได้รับอากาศเข้าได้อีก 1500 cm3 ดังนั้น 500 cm3 + 1500 = 2000 cm3 ปอดมีอากาศค้างอยู่ประมาณ 1000 – 1500 cm3 อากาศที่เราไม่สามารถทำให้ออกมา ได้อีกเรียกว่า Residual air PowerPoint Presentation: Subdivisions of Lung Volume PowerPoint Presentation: Tidal vollum ( TV ) = ปริมาตรการหายใจเข้าออกตามปกติ Inspiratory reserve volum ( IRV ) = ปริมาตรที่สามารถหายใจเข้า ได้เพิ่ม หลังจากมีการหายใจเข้าอย่างปกติ Expiratorynreserve volum ( ERV ) = ปริมาตรที่สามารถหายใจออก ได้หลังจากที่มีการหายใจเข้าอย่างปกติ Vital Capacity = ปริมาตรอากาศสูงสุดในการหายใจเข้าและออก Residual volum ( RV ) = อากาศที่เหลืออยู่ในปอดแม้ว่าจะหายใจออกอย่างสุด Totol Lung Capacity ( TLC ) = ความจุปอดทั้งหมด PowerPoint Presentation: การลำเลียงก๊าซ O 2 - ก๊าซ O 2 จะถูกลำเลียงด้วยการจับกับ โมเลกุลฮีโมโกลบิน ในเซลล์เม็ดเลือดแดงด้วยอัตราส่วน 4 : 1 PowerPoint Presentation: การแลกเปลี่ยนแก๊สในร่างกาย การแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างปอดกับหลอดเลือด - การแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างหลอดเลือดกับเนื้อเยื่อ PowerPoint Presentation: การแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างปอดกับหลอดเลือด PowerPoint Presentation: จะรวมตัวกับ heamoglobin : Hb กลายเป็น ออกซีฮีโมโกลบิน ( Hbo2 ) PowerPoint Presentation: การแลกเปลี่ยนแก๊สระหว่างหลอดเลือดกับเนื้อเยื่อ PowerPoint Presentation: ในขณะเนื้อเยื้อรับ O2 นั้น Co2 ก็แพร่เข้าสู่เส้นเลือด ถูกลำเลียงได้ 3 วิธีในการลำเลียงในหลอดเลือด H 2 O + CO 2 H 2 CO 3 H + + HCO - 3 PowerPoint Presentation:  ต่อมาไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน ก็จะแพร่ออกจากเซลล์เม็ดเลือดแดง เข้าสู่น้ำเลือด เมื่อถึงปอดปฏิกิริยานี้จะผันกลับ คือ HCO - 3 จะทำปฏิกิริยากับ H + เกิดเป็นกรดคาร์บอนิก H 2 CO 3 และแตกตัวต่อไปได้ CO 2 + H 2 O ซึ่ง CO 2 จะถูกถ่ายเทและถูกขับออกภายนอกร่างกาย พร้อมกับลมหายใจออก ดังสมการ สรุปสมการรวมของขบวนการนี้ HCO - 3 + H + H 2 CO 3 H 2 O + CO 2 CO 2 + H 2 O H 2 CO 3 H + + HCO - 3 PowerPoint Presentation: การควบคุมการหายใจ เซลล์ที่มี Co2 สูง เซลล์ที่มี Co2 ต่ำ ศูนย์ควบคุมการหายใจ สมองส่วนเมดุลดาออบลองกาตา กล้ามเนื้อควบคุมการหายใจ ทำให้การหายใจเร็วขึ้น กล้ามเนื้อควบคุมการหายใจ ทำให้การสูดลมหายใจช้าลง เพิ่มการกระตุ้น ลดการกระตุ้น ปริมาณ Co2 ในเลือดมาก ปริมาณ Co2 ในเลือดน้อย PowerPoint Presentation: กลไกในการควบคุมการแลกเปลี่ยนก๊าซของมนุษย์ มี 2 กลไกด้วยกัน คือ 1. กลไกการควบคุมแบบอัตโนวัติ - ควบคุมด้วยกระแสประสาทที่ส่งมาตามระบบประสาทอัตโนวัติที่มาจากสมองส่วนพอนส์ ( Pons ) และเมดุลลา ออบลองกาตา ( Medulla oblongata ) PowerPoint Presentation: - กระแสประสาทกระตุ้นให้กล้ามเนื้อกะบังลมและกล้ามเนื้อที่ยึดกระดูกซี่โครงทำงานอัตโนมัติตลอดเวลา - มีปริมาณ HCO 3 - โลหิตเป็นสิ่งเร้าซึ่งมีเนื้อเยื่อในหลอดเลือดคาโรติด ( Carotid ) เป็นหน่วยรับสิ่งเร้า PowerPoint Presentation: กลไกในการควบคุมการแลกเปลี่ยนก๊าซของมนุษย์ 2. กลไกการควบคุมแบบภายใต้อำนาจจิตใจ - มีศูนย์กลางการควบคุมอยู่ที่สมองส่วนซีรีบรัล คอร์เทกซ์ ( Cerebral cortex ), ไฮโปทาลามัส ( Hypothalamas ) และซีรีเบลลัม ( Cerebellum ) - สามารถปรับเปลี่ยนการหายใจได้ตามกิจกรรม เช่น การร้องเพลง, การรับประทานอาหาร, การดำน้ำ PowerPoint Presentation: - อัตราการหายใจสัมพันธ์กับอัตราการเกิดเมตาบอลิซึมในร่างกายของสิ่งมีชีวิต (สัตว์) ในเชิงแปรผันตรง - แต่อัตราการเกิดเมตาบอลิซึมสามารถวัดได้โดยวัดอัตราการใช้ก๊าซออกซิเจนของสิ่งมีชีวิต - นอกจากนี้อัตราการเกิดเมตาบอลิซึมยังสัมพันธ์กับอุณหภูมิโดยเฉลี่ยของร่างกายเชิงแปรผันตรงสิ่งมีชีวิตด้วย PowerPoint Presentation: ตารางแสดงอัตราการหายใจของสัตว์บางชนิดขณะพัก   ชนิดของสัตว์ อัตราการหายใจ ( mm3 ของออกซิเจนต่อ1กรัมน้ำหนักของสัตว์ต่อ 1 ชั่วโมง) ซีแอนีโมนี ปลาหมึกยักษ์ ปลาไหล กบ คน ปลาหมึก หนู นกฮัมมิง   13 80 128 150 200 320 1500 3500   ระบบขับถ่ายกับการรักษาดุลยภาพของร่างกาย: ระบบขับถ่ายกับการรักษาดุลยภาพของร่างกาย Excretory System: Excretory System หมายถึง การกำจัดของเสียซึ่งเกิดจาก metabolism ภายในร่างกายสิ่งมีชีวิต ร่างกายนำไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ เก็บไว้ไม่ได้ เพราะเป็นอันตรายต่อเซลล์ของร่างกาย จำเป็นต้องกำจัดออก เช่น ยูเรีย แอมโมเนีย กรดยูริก ประเภทของเสียในร่างกาย: ประเภทของเสียในร่างกาย 1) CO 2 ได้จากการหายใจระดับเซลล์ โดยการสลายคาร์โบไฮเดรต 2) คีโตนบอดี (Ketone Body) ได้จากการสลายสารอาหารพวกไขมัน 3) สารที่เกี่ยวข้องกับการย่อยอาหารบางชนิด เช่น น้ำดี (Bile) 4) น้ำที่มากเกินพอ (น้ำไม่จัดเป็นผลิตผลที่เป็นของเสียแต่เนื่องมาจากพืชและสัตว์จะต้องรักษาสมดุลของน้ำ จึงต้องกำจัดส่วนเกินออกไป) 5) ของเสียที่มีธาตุไนโตรเจนเป็นองค์ประกอบ (Nitrogenous Waste) หรือกากเหลือจากกรดอะมิโน การขับถ่ายของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว: การขับถ่ายของสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียว Protozoa: Protozoa Amoeba , Paramecium มีโครงสร้าง contractile vacuole ขยายขนาดได้ เพราะได้รับสารส่วนใหญ่เป็นน้ำที่มีของเสียปนอยู่ และจะแฟบลงได้จากการปล่อยสิ่งต่างๆ ออกจากเซลล์ ของเสียถูกกำจัดโดยการแพร่ Contractile vacuole: Contractile vacuole Contractile vacuole: Contractile vacuole Contractile vacuole: Contractile vacuole การขับถ่ายของสัตว์: การขับถ่ายของสัตว์ Hydra: Hydra การกำจัดของเสียเกิดขึ้นโดย การแพร่ผ่านเยื่อหุ้มเซลล์ ออกมาเช่นเดียวกับในพวกโพรโทซัว ของเสียที่แพร่ผ่านออกมาอาจผ่านออกมาทาง เนื้อเยื่อชั้นนอก หรือผ่านออกมาทาง ช่องว่างกลางลำตัว (Gastrovascular Cavity) การขับถ่ายของหนอนตัวแบน: การขับถ่ายของหนอนตัวแบน เช่น พยาธิใบไม้ พลานาเรีย โครงสร้างที่ทำหน้าที่ในการกำจัดของเสียคือ เฟลมเซลล์ (Flame Cell) กระจายอยู่ทั้งสองข้าง ตลอดตามความยาวของลำตัว ภายในเฟลมเซลล์ เป็นโพรงและมีซิเลีย (Cilia) ซึ่งเป็นขนเส้นเล็กๆ โบกพัดของเหลวในเฟลมเซลล์ให้ออกสู่ท่อขับถ่าย  (Excretory Pore) ที่ผนังลำตัว การโบกพัดของซิเลียในเฟลมเซลล์ มีลักษณะ คล้ายเปลวเทียน (Flame) เมื่อของเหลวไหลออกจากเฟลมเซลล์ พวกแอมโมเนีย จะถูกกำจัดออกนอกร่างกายโดยการ แพร่ผ่านทางผิวหนัง Flame Cell: Flame Cell การขับถ่ายของ Annelida: การขับถ่ายของ Annelida ได้แก่ ไส้เดือนดิน ตัวอ่อนของแมลงต่างๆ หรือสัตว์จำพวกมอลลัสก์  พวกมอลลัสก์  จะมีส่วนที่เรียกว่า  โปรโทเนฟริเดียม ของเสียในรูป ของเหลว จะไหลเข้าไปในท่อกลวงของเฟลมเซลล์ ซึ่งมีขนเส้นเล็กๆ คล้ายซีเลีย ไส้เดือนดิน มีอวัยวะขับถ่าย คือ เนฟริเดียม (Nephridium) มีลักษณะเป็นท่อปลายเปิด ปลายด้านหนึ่งเปิดออกที่ข้างลำตัว อีกข้างหนึ่ง อยู่ในโพรงระหว่างลำตัวกับลำไส้ การยืดหดของกล้ามเนื้อผนังลำตัว และการโบกของซีเลีย ทำให้ของเหลวถูกขับออกนอกลำตัว PowerPoint Presentation: เนฟริเดียม 1 คู่ ของไส้เดือนดินแบ่งออกเป็น 3 ส่วน คือ 1) Nephrostome ลักษณะ คล้ายปากแตร ภายในปากแตรแต่ละท่อ มีซิเลียโบกพัดของเสียพวกแอมโมเนียและยูเรีย ที่อยู่ในช่องว่างของลำตัวเข้าสู่ปากแตร 2) Nephridial Tubule เป็นท่อขดพองออกคล้ายถุง เป็นที่พักของของเหลว เรียกส่วนที่พองออกนี้ว่า Bladder 3) Nephridiopore ช่องเปิดของท่อขับถ่าย อยู่ที่ผิวหนัง การขับถ่ายของ Arthropoda: การขับถ่ายของ Arthropoda เช่น แมลง ขับถ่ายของเสียทาง ท่อมัลพิเกียน (Malpighian tubule) ของเสียจากเลือดของแมลงจะซึมเข้าไปในท่อมัลพิเกียน แล้วถูก เปลี่ยนเป็นกรดยูริก มีสภาพเป็นสารกึ่งแข็งที่ไม่ละลายน้ำ ถูกขับออกนอกร่างกายทางทวารหนัก - การเปลี่ยนไนโตรเจนเป็นกรดยูริก เกิดผลดี คือ 1. ช่วยประหยัดน้ำในร่างกาย 2. ป้องกันไม่ให้สารที่เป็นพิษต่อร่างกายแพร่เข้าสู่เซลล์อื่น ๆ :  การขับถ่ายของกุ้ง: การขับถ่ายของกุ้ง ขับถ่ายโดยใช้ ต่อมเขียว ( green gland ) เป็นต่อมคู่สีเขียวอมดำ อยู่บริเวณส่วนหัวเหนือปาก ในช่องมีของเหลวบรรจุอยู่เต็ม แบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนแรก เป็นถุง ( cortex ) ทำหน้าที่ แยกและกรองของเสีย พวกแอมโมเนียออกจากเลือดของกุ้ง ส่วนที่สอง เป็นท่อนำของเสีย ส่วนที่สาม กระเพาะพัก ( bladder ) ของเสียที่ ขับออกทางช่องเปิดบริเวณโคนหนวด และสามารถ ขับถ่ายแอมโมเนียและยูเรียทางเหงือก ที่สัมผัสกับน้ำตลอดเวลา ต่อมสร้างน้ำย่อย ( hepatopancreas ) สีเหลืองแกมแดง ในช่องอก ช่วยในการขับถ่าย การขับถ่ายของสัตว์เลื้อยคลาน : การขับถ่ายของสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์เลื้อยคลานที่อยู่แถบทะเลทราย กำจัดของเสียในรูปของกรดยูริก เป็นวิธีการที่ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำน้อยมาก โครงสร้างของ โกลเมอรูลัส ของสัตว์เลื้อยคลานมี ขนาดเล็กมาก ทำให้ น้ำที่กรองผ่านออกมามีปริมาณน้อย กรดยูริก เคลื่อนเข้าไปอยู่ในโคลเอกา (Cloaca) จะถูก ดูดน้ำกลับคืนเข้าสู่ร่างกาย ทำให้ กรดยูริกมีความเข้มข้นสูง เมื่อถูกกำจัด ออกนอกร่างกายจะมีลักษณะ สีขาวคล้ายแป้ง การขับถ่ายของสัตว์มีปีก: การขับถ่ายของสัตว์มีปีก นกหรือสัตว์ปีกขับถ่ายของเสียออกมาในรูปของ กรดยูริก น้ำปัสสาวะของนกมีกรดยูริกสูงกว่าในเลือด 3,000 เท่า Bird: Bird Invertebrate: Invertebrate Mollusca: Mollusca Vertebrate Kidneys: Vertebrate Kidneys Starfish: Starfish PowerPoint Presentation: การขับถ่ายของคน หน้าที่ของไต: หน้าที่ของไต ขับถ่ายของเสีย เช่น ยูเรีย เก็บสารบางอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น กลูโคส กรดอะมิโน โดยการดูดกลับ ควบคุมสมดุลน้ำของร่างกาย โดยการดูดน้ำกลับที่หลอดไต ทำให้ปัสสาวะข้นขึ้น ควบคลุมความเป็นกรด-เบสของเหลวในร่างกาย โดยการขับไฮโดรเจนไอออน (H +- )เข้าสู่หลอดไต และดูดไฮโดรเจนคาร์บอเนตไอออน (HCO - ) กลับสู่เลือด สร้างสารบางชนิดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น ฮอร์โมนชนิดต่างๆ อวัยวะในการใช้ขับถ่ายของคน: อวัยวะในการใช้ขับถ่ายของคน ไต(kidney) ทำหน้าที่ ขับถ่ายปัสสาวะ ของเสียพวกยูเรียและ เกลือแร่ ที่เกินความต้องการออกจากร่างกาย ผิวหนัง(skin) ผิวหนังทำหน้าที่ ขับเหงื่อ การขับเหงื่อ ช่วยรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกายให้อยู่ในสภาพปกติด้วย ปอด(lung) ขับถ่ายก๊าซ CO 2 โดยระบบหายใจ ตับ(liver) ทำหน้าที่ เปลี่ยนสารซึ่งเกิดจากเมแทบอลิซึมของโปรตีน คือ แอมโมเนีย (NH 3 ) เป็นยูเรีย ขับถ่ายออกทางไต ลำไส้ใหญ่ (large intestine) ขับอุจจาระ ออกทางทวารหนัก ระบบขับถ่ายปัสสาวะ (THE URINARY SYSTEM) : ระบบขับถ่ายปัสสาวะ (THE URINARY SYSTEM) ระบบขับถ่ายปัสสาวะของคนประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ ดังนี้ 1.ไต (kidney) กรองน้ำ – ของเสียออกจากร่างกาย 2.ท่อไต (ureter) นำน้ำปัสสาวะจากไตไปยังกระเพาะปัสสาวะ 3.กระเพาะปัสสาวะ (urinary bladder) เก็บน้ำปัสสาวะชั่วคราว-->บีบตัวสู่ urethra 4.ท่อปัสสาวะ (urethra) ผ่านทางน้ำปัสสาวะสู่ภายนอกร่างกาย ไต (kidney) : ไต (kidney) เป็นอวัยวะคู่ อยู่ด้านท้ายของช่องท้องสองข้างระดับเอว คล้าย เมล็ดถั่ว ยาวประมาณ 10-13 cm กว้าง 6 cm และหนา 3 cm ไตทั้งสองข้างหนัก 300 กรัม หรือประมาณ 0.4% ของน้ำหนักตัว ภายในไต มีหน่วยที่ทำหน้าที่ในการกรองหรือเนฟรอน (nephron) ไตแต่ละข้างมี nephron ประมาณ 1.0 - 1.25 ล้านหน่วย nephron ของคนแต่ละคนจะมีจำนวนคงที่ โดย สร้างมาตั้งแต่เกิด แล้วไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้อีก โครงสร้างของไต: โครงสร้างของไต 1. รีนัลแคปซูล (renal medulla) คือ ส่วนที่ อยู่นอกสุด เป็นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่หุ้มอยู่รอบๆ ไต 2. รีนัลคอร์เทกซ์ (renal cortex) หรือเนื้อไตส่วนนอก สีแดง มีลักษณะเป็นจุดๆ สีแดงๆ แต่ละจุดคือ หน่วยที่ทำหน้าที่ในการกรองหรือ nephron nephron ประกอบด้วย โกลเมอรูลัส (glomerulus) โบว์แมนแคปซูล ( b owman ’ s capsule) หลอดไตส่วนต้น (proximal tublue) หลอดไตส่วนปลาย (dis t al tubule) PowerPoint Presentation: 3. รีนัลเมดัลลา (renal medulla) สีจางกว่าเนื้อไต ส่วนนอก ลักษณะเป็นเส้นๆ คล้ายพีระมิด เรียกว่า เมดัลลารี พีระมิด (medullary pyramid) ประกอบด้วย หลอดไตร่วม (collecting tubule) และ ห่วงเฮนเล ( l oop of Henle) มีช่องเล็กๆ (papilla) ยื่นจดกับกิ่งกรวยไตหรือแคลิกซ์ (calyx) รองรับปัสสาวะที่ไหลมาจากหลอดไตร่วม 4. กรวยไต (pelvis) เป็นส่วนที่ อยู่ตรงส่วนเว้าของไต เป็นที่รวมของน้ำปัสสาวะที่มาจากแคลิกซ์ เป็นส่วนที่ต่อกับท่อไต PowerPoint Presentation:  เนฟรอน (nephron) ทำหน้าที่ กรองเนฟรอนแต่ละหน่วยประกอบด้วย 1. รีนัลคอร์พัสเคิล (renal corpuscle) เป็นส่วนของ หลอดไตที่ปลายตัน เป็นเยื่อบางๆ พองออกเป็นรูปกลมๆ มีรอยบุ๋มตรงกลาง เรียกว่าโบว์แมนแคปซูล (Bowman ’ s capsule) ภายในรอยบุ๋มของโบว์แมนแคปซูล มีกลุ่มของเส้นเลือดฝอยซึ่งเรียกว่า โกลเมอรูลัส (glomerulus) รีนัลคอร์พัสเคิล พบเฉพาะ ส่วนของเนื้อไตส่วนนอก (renal cortex) เท่านั้น PowerPoint Presentation:  2. รีนัลทิวบูล (renal tubule) ต่อจากโบว์แมนแคปซูล แบ่งเป็น 4 ส่วน คือ 2.1 หลอดไตส่วนต้น (proximal tubule) ต่อจากโบว์แมนแคปซูล ขดไปขดมา ภายในมี ไมโครวิลไล (microvilli) มาก เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการดูดสารต่างๆ กลับสู่กระแสเลือด เซลล์มีไมโทคอนเดรียมาก เนื่องจาก มีการดูดสารกลับเป็นแบบ active transport เป็นส่วนใหญ่ หลอดไตส่วนต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 50 - 65 ไมคอน PowerPoint Presentation: 2.2 ห่วง เฮนเล ( loop of Henle ) ต่อจากหลอดไตส่วนต้น โดย โค้งลงสู่เนื้อไตส่วนใน ( renal medulla ) แล้ว โค้งขึ้นเป็นรูปตัวยู เซลล์บริเวณนี้มีไมโค รวิลไล และไมโทรคอนเด รีย เล็กน้อย มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 14 - 22 ไมครอน 2.3 หลอดไตส่วนท้าย ( distal tubule ) ต่อจากห่วง เฮนเล ขึ้นมา ลักษณะ ขดไปขดมาคล้ายหลอดไตส่วนต้นแต่ขดน้อยกว่า เซลล์ มีไมโค รวิลไล เล็กน้อยแต่มีไมโทรคอนเด รีย มาก มีการสร้าง Hormone 2.4 หลอดไตร่วม ( collecting tubule ) ต่อจากหลอดไตส่วนท้าย เปิดรวมกันกับท่อไตร่วมของ เนฟรอน อื่นๆ เพื่อ นำน้ำปัสสาวะที่กรองได้ ส่งเข้าสู่กรวยไตและท่อไต ท่อไต (ureter) : ท่อไต (ureter) ต่อจากกรวยไต (renal pelvis) ไปสิ้นสุดที่กระเพาะปัสสาวะ (urinary bladder) ผนังเป็นกล้ามเนื้อเรียบและจะหดตัวแบบ peritalsis ประมาณ 5-6 ครั้งต่อชั่วโมง ไล่ให้ปัสสาวะเคลื่อนลงสู่กระเพาะปัสสาวะ ท่อไตยาวประมาณ 28-35 เซนติเมตร กว้าง 1-19 มิลลิเมตร ผนัง 3 ชั้น ชั้นในสุด เรียกว่า มูคอซา (mucosa) ชั้นกลางเป็นกล้ามเนื้อ (muscular layer) ชั้นนอกเป็นเยื่อเกี่ยวพันให้ความแข็งแรงแก่ท่อไต กระเพาะปัสสาวะ (urinary bladder) : กระเพาะปัสสาวะ (urinary bladder) อยู่ในช่องอุ้งเชิงกรานด้านหลังกระดูกหัวหน่าว มีลักษณะ เป็นถุงกลวงยืดหยุ่นได้ ผนังของกระเพาะปัสสาวะมีกล้ามเนื้อเรียบ 3 ชั้น ที่คอของกระเพาะจะมีกล้ามเนื้อหูรูดทวารเบามัดใน (internal sphincter muscle) ซึ่งเป็นกล้ามเนื้อลาย ทำหน้าที่ เป็นที่เก็บสะสมน้ำปัสสาวะและขับถ่ายเมื่อเวลาเหมาะสม อวัยวะในการรักษาสมดุลของมนุษย์:  การทำงานของไต อวัยวะในการรักษาสมดุลของมนุษย์ ขณะผ่านไตมีการกรอง น้ำปัสสาวะ ท่อปัสสาวะ (urethra): ท่อปัสสาวะ (urethra) เป็นส่วนสุดท้ายของทางเดินปัสสาวะ ในผู้ชายมีท่อปัสสาวะยาวประมาณ 8 นิ้วส่วนใหญ่ผู้หญิงจะมีท่อปัสสาวะยาว 1.5 นิ้ว ผู้ชายท่อปัสสาวะของจะเปิดเข้าสู่อวัยวะสังวาส (penis) เป็นทางผ่านของสเปิร์ม (sperm) ผู้หญิงท่อปัสสาวะไม่ได้ผ่านคลิสทอริส (clitoris) และไม่ได้รวมกับช่องคลอด (vagina) แต่จะเปิดออกสู่ภายนอกโดยตรง การขับถ่ายปัสสาวะประกอบด้วย: การขับถ่ายปัสสาวะประกอบด้วย 1. จำนวนปัสสาวะ หากปัสสาวะเพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ 150 - 400 ลบ.ซม. ทำให้ผนังกระเพาะปัสสาวะตึงขึ้น 2. เกิดรีเฟลกซ์การถ่ายปัสสาวะ เนื่องจากการตึงของผนังกระเพาะปัสสาวะมี ผล ทำให้เกิดกระแสประสาทส่งไปยังไขสันหลังและสมอง แล้ว ส่งกระแส ประสาทกลับมากระตุ้นให้กล้ามเนื้อเรียบที่ผนังกระเพาะปัสสาวะบีบตัว 3. ยิ่งความดันกระเพาะปัสสาวะมาก ยิ่งทำให้เกิดการอยากถ่ายปัสสาวะมากขึ้น มีผลในการกระตุ้นให้สมองส่งกระแสประสาท มายัง กล้ามเนื้อหูรูดมัดนอกของ กระเพาะปัสสาวะให้คลายตัว และเกิดการถ่ายปัสสาวะขึ้น อวัยวะในการรักษาสมดุลของมนุษย์:  การทำงานของไต อวัยวะในการรักษาสมดุลของมนุษย์ Cortex Medulla Nephron อวัยวะในการรักษาสมดุลของมนุษย์:  การทำงานของไต อวัยวะในการรักษาสมดุลของมนุษย์ Bowman’s capsule Collector duct Loop of Henle PCT DCT น้ำปัสสาวะ อวัยวะในการรักษาสมดุลของมนุษย์:  การทำให้น้ำปัสสาวะเข้มข้น โดยการดูดกลับ NaCl และ น้ำ อวัยวะในการรักษาสมดุลของมนุษย์ 300 mmOsm/L 300 mmOsm/L กรอง HCO - 3 NaCl H2O K + สารอาหาร ดูดกลับ Active trans. Passive trans. H + NH 3 400 mmOsm/L 600 mmOsm/L 900 mmOsm/L 1200 mmOsm/L H 2 O H 2 O H 2 O 100 300 400 600 1200 200 400 700 1200 NaCl NaCl NaCl NaCl NaCl NaCl H 2 O H2O H2O Urea อวัยวะในการรักษาสมดุลของมนุษย์:  การกรองสารชนิดต่างๆ ในหน่วยไต อวัยวะในการรักษาสมดุลของมนุษย์ อวัยวะในการรักษาสมดุลของมนุษย์:  การควบคุมการทำงานของไต อวัยวะในการรักษาสมดุลของมนุษย์ ADH กระหาย เลือดความ เข้มข้นเพิ่ม ดื่มน้ำลดความ เข้มข้นเลือด ตัวรับความ เข้มข้นเลือด เพิ่มการดูดน้ำกลับ กระบวนการทำงานของไตในการทำให้เกิดน้ำปัสสาวะ: กระบวนการทำงานของไตในการทำให้เกิดน้ำปัสสาวะ กระบวนการพื้นฐานที่สำคัญ 3 ขั้นตอน คือ 1) Ultrafiltration 2) Tubular secretion 3) Tubular reabsorption 1. Ultrafiltration (การกรอง) : 1. Ultrafiltration (การกรอง) ทำให้ เกิดปัสสาวะขึ้นที่ glomerulus โดย กรองเอาพลาสมา พลาสมาจะถูกกรองหมด ยกเว้น โปรตีนและเม็ดเลือดจาก glomerulus ลงไปยัง Bowman's capsule ของเหลวไหลผ่านไปท่อไตส่วนต่างๆ ขณะที่ผ่านไปในท่อไตของเหลวที่ถูกกรองมาจาก glomerulus ซึ่งเรียกว่า filtrate จะถูกทำให้องค์ประกอบเปลี่ยนแปลง ไปโดยกระบวนการอีก 2 อย่าง คือ การดูดกลับ และ การขับออกของสารบางอย่างโดยท่อไต 2. Tubular secretion (การขับออก) : 2. Tubular secretion (การขับออก) คือ การขนถ่ายสารจากเลือด เข้าไปยังท่อไต กระบวนการนี้เป็น selective process หมายความว่า ไม่ใช่สารทุกตัวในเลือดจะถูกขับออกมาในท่อไตหมด จะมีเฉพาะบางตัวเท่านั้น เช่น PAH ( p-aminohippuric acid ) และ H + เป็นต้น 3. Tubular reabsorption (การดูดกลับ): 3. Tubular reabsorption (การดูดกลับ) คือ สารบางตัวที่เป็นประโยชน์จะถูกดูดกลับจากท่อไตกลับ เข้าเส้นเลือด เช่น glucose และ Na + เป็นต้น ในคน วันๆ หนึ่ง พลาสมาจะถูกกรองที่ glomerulus ประมาณ 180 ลิตร แต่ปัสสาวะที่ถูกขับออกมาปกติเพียง 1.5 - 2 ลิตรต่อวัน การดูดกลับของพลาสมาที่ถูกกรองมาในขั้นแรกมากถึง 99 % ไตกับการรักษาสมดุล: ไตกับการรักษาสมดุล 1. Antidiuretic hormone : ADH ผลิตจากต่อมใต้สมองส่วนหลัง เมื่อร่างกายขาดน้ำ แรงดันออสโมติกในเลือดสูง คือ น้ำในเลือดต่ำ ต่อมใต้สมอง hypothalamus หลั่ง ADH เข้าสู่กระแสเลือด กระตุ้นหน่วยไตและท่อรวม ดูดน้ำกลับคืนสู่หลอดเลือด ปริมาณน้ำในเลือดสูงขึ้น กรณีที่เกิดภาวะขาดน้ำ hypothalamus กระตุ้นให้ร่างกายกระหายน้ำ เมื่อดื่มน้ำ แรงดันออสโมติกในเลือดจะต่ำลง สู่ภาวะปกติ 2. Aldosterone: 2. Aldosterone ผลิตจากต่อมหมวกไต ทำหน้าที่ ควบคุมสมดุลน้ำและแร่ธาตุ หรือการดูดกลับของโซเดียมและกลูโคส ความผิดปกติที่เกิดกับไต: โรค นิ่ว การทานผักกลุ่มออกซาเลต มาก อาจเกี่ยวข้องกับกรรมพันธุ์สาเหตุที่แท้จริงยังไม่ทราบแน่นอน อาการ ปวดท้อง ปวดหลัง ปัสสาวะขัด ปัสสาวะเป็นเลือด ปัสสาวะที่มีก้อนนิ่วหลุดออกมาเหมือนเศษทรายเล็กๆ โรคแทรกซ้อน เช่น กรวยไตอักเสบจากการติดเชื้อ ท่อไต หรือท่อปัสสาวะอุดตันจากนิ่ว อุดตันนานๆ ทำให้เกิดไตวายได้ ความผิดปกติที่เกิดกับไต PowerPoint Presentation: ภาวะไตวาย สาเหตุโรคเบาหวาน และความดันโลหิตสูง ต้องรักษาโดยการล้างไต หรือผ่าตัดเปลี่ยนไต หากรักษาโรคทั้งสองนี้ได้ก็จะทำให้โรคไตที่เกิดขึ้นทุเลา หรือชะลอการเปลี่ยนแปลงได้ โรคไตอักเสบ ซึ่งจะทำให้เกิดการทำลายของหน่วยกรองไต บางรายไม่ทราบสาเหตุ บางรายถ่ายทอดทางพันธุกรรม และบางรายมีการติดเชื้อเป็นสาเหตุเสริม การรักษาอุณหภูมิภายในร่างกาย : การรักษาอุณหภูมิภายในร่างกาย 1. โครงสร้างของร่างกาย เช่น สัตว์ในเขตหนาวมีขนยาว 2. กลไกทางสรีรวิทยา HYPOTHALAMUS ไวต่ออากาศหนาว เช่น ทำให้เส้นเลือดที่นำเลือดมาเลี้ยงผิวหนังหดตัว ทำให้เลือดที่มาเลี้ยงผิวหนังลดปริมาณลง ร่างกายจะสูญเสียความร้อนน้อยลง กระตุ้นเส้นประสาทควบคุมการหดตัวของกล้ามเนื้อโคนขน ทำให้ขนลุกชัน และกล้ามเนื้อให้หดตัวจนเกิดอาการสั่น กระตุ้นให้ต่อมไร้ท่อหลั่งฮอร์โมน กระตุ้นปฏิกิริยาการสลายอาหารให้ปล่อยพลังงานออกมาเพิ่ม เพื่อชดเชยความร้อนที่ร่างกายสูญเสียไป การปรับพฤติกรรม: การปรับพฤติกรรม สุนัข จะระบายความร้อนทางลิ้นและเพดานปาก เรียกว่า หอบ แมว ระบายความร้อนโดยการเลียอุ้งเท้า ควาย นอนแช่ปลักโคลนเพื่อระบายความร้อนไปสู่น้ำ การจำศีลของกบ คือ การอยู่นิ่งๆไม่เคลื่อนไหว มีอัตราเมแทบอลิซึมต่ำ การหนีหนาวของ หนู กระรอก และค้างคาวบางชนิด คือ การนิ่งๆไม่เคลื่อนไหว การรักษาสมดุลของกรด-เบสในร่างกาย: การรักษาสมดุลของกรด-เบสในร่างกาย รักษาสมดุลของกรด-เบสมีอยู่ 3 แบบ คือ 1. ระบบหายใจ โดยการควบคุมปริมาณ CO 2 ของสมองส่วน MEDULLA OBLONGATA 2. ระบบบัฟเฟอร์ เลือดจะมี pH อยู่ระหว่าง 7.35 – 7.45 3. ระบบขับถ่าย โดยการขับออกทางปัสสาวะมีประสิทธิภาพในการรักษาสมดุลสูง แต่ทำงานได้ช้ากว่าระบบอื่นๆ การรักษาสมดุลของแร่ธาตุ : การรักษาสมดุลของแร่ธาตุ ปลาน้ำจืด เลือดที่เข้มข้นกว่าน้ำที่อยู่รอบตัว ลำตัวปลาจะถูกปกคลุมด้วยหนังและเกล็ด ปลาน้ำจืดกินเฉพาะอาหารเท่านั้น ไม่ยอมกินน้ำเลย เหงือกปลาน้ำจืดมีกลุ่มเซลล์พิเศษคอยดูดซึมเกลือแร่ชนิดต่างที่จำเป็นโดยกระบวนการแอกทีฟทรานสปอร์ต ขับถ่ายปัสสาวะบ่อย และค่อนข้างเจือจาง PowerPoint Presentation: ปลาทะเล ปลากระดูกแข็ง เช่น ปลาอินทรี เลือดมีความ เข้มข้นน้อยกว่าน้ำทะเลที่อยู่รอบตัว ร่างกายจะมีผิวหนังและเกล็ดเป็นตัวป้องกันไม่ใช้แร่ธาตุจากน้ำทะเลซึมผ่านเข้าสู่ร่างกาย เหงือกจะมีกลุ่มเซลล์ทำหน้าที่ขับแร่ธาตุที่มีมากเกิน โดยวิธีแอกทีฟทรานสปอร์ต แร่ธาตุที่เข้าไปพร้อมกับอาหาร จะผ่านทางเดินอาหารเดินอาหารไป ไม่มีการดูดซึมเข้าสู่เซลล์ กำจัดออกทางทวารหนัก PowerPoint Presentation: ปลากระดูกอ่อน เช่น ปลาฉลาม ปลากระเบน ความเข้มข้นของเลือดสูงกว่าน้ำทะเลเล็กน้อย ไตมีโกลเมอรูลัสขนาดใหญ่ ทำให้กรองของเหลวได้มาก ปัสสาวะที่ขับออกมากเจือจางกว่าเลือด มีต่อมเรกทัล ( rectal gland ) ช่วยดูดเกลือแร่ที่มากเกินออกจากเลือด แล้วขับถ่ายออกมากับอุจจาระ PowerPoint Presentation: สัตว์ทะเลชั้นต่ำ เช่น ดอกไม้ทะเล แมงกะพรุน มีการควบคุมสมดุลของเกลือแร่ โดย ของเหลวในตัวจะมี ความเข้มข้นเท่ากับหรือใกล้เคียงกับน้ำทะเล ทำให้สัตว์รักษา เกลือแร่ไว้ในร่างกายได้ ไม่สูญเสียเกลือแร่ให้แก่น้ำทะเลที่อยู่รอบตัว นกทะเล มีต่อมพิเศษ เรียกว่า ต่อมนาสิก ( nasalgland ) อยู่ไกลตา ทั้งสองข้าง เหมือนจมูก มีท่อทอดมายังจมูก ขณะกินปลาทะเล หรือน้ำทะเลเข้าไป เกลือจะถูกกำจัดโดย กระบวนการแอกทีฟทรานสปอร์ต ที่ต่อมขับเกลือ PowerPoint Presentation: http://www.mhhe.com/biosci/ap/dynamichuman2/content/gifs/0176.gif http://www.lcusd.net/lchs/mewoldsen/Excretion.htm http://www.smd.qmul.ac.uk/biomed/kb/microanatomy/senior/metabolism/renal / Reference

Add a comment

Related presentations

Related pages

การแลกเปลี่ยนแกีส ...

การแลกเปลี่ยนแกีสของมนุษย์. Tweet. Information about ...
Read more