advertisement

พัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี

40 %
60 %
advertisement
Information about พัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี

Published on March 10, 2014

Author: Songsak1

Source: slideshare.net

advertisement

เอกสารประกอบการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้ สังคมศึกษา สาสนาและวัฒนธรรม สาระประวัติศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 เรื่อง พัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี นางสุ นิดา พรานขุน โรงเรียนเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนครินทร์ กาญจนบุรี สานักงานเขตพืนที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 8 ้

คาชี้แจง การใช้ เอกสารประกอบการเรียนรู้ ก่อนที่นกเรี ยนจะศึกษาค้นคว้าบทเรี ยนในเล่มนี้ ให้นกเรี ยนปฏิบติ ั ั ั ตามขั้นตอน ดังนี้ 1. ทาความเข้าใจจุดประสงค์การเรี ยนรู ้ก่อนศึกษาเอกสารประกอบการเรี ยนรู ้ 2. ทาแบบทดสอบก่อนเรี ยนจานวน 10 ข้อ ลงในกระดาษคาตอบ 3. นักเรี ยนต้องมีความซื่ อสัตย์ต่อตนเอง ไม่ดูเฉลยก่อนทาแบบทดสอบ 4. ศึกษาบทเรี ยนตามลาดับขั้นตอน และทากิจกรรมไม่ตองรี บร้อน ้ 5. ขณะที่ศึกษาบทเรี ยน ถ้ามีปัญหาหรื อข้อสงสัยให้ปรึ กษาครู ผสอนทันที ู้ 6. เมื่อศึกษาบทเรี ยนจบแล้วให้ทาแบบทดสอบหลังเรี ยน และตรวจคาตอบ จากเฉลยท้ายเล่ม 7. สรุ ปผลการทดสอบลงในกระดาษค าตอบ เพื่ อ ทราบผลการเรี ยน และการพัฒนา 8. นัก เรี ยนต้องมี ความรับผิดชอบ รั กษาเอกสารนี้ ให้อยู่ในสภาพดี ไม่ ขีดเขี ยน ข้อความใดๆ ลงในเอกสาร และให้ส่งคืนตามกาหนดเวลา

จุดประสงค์การเรียนรู้ เอกสารประกอบการเรี ยนรู้ เรื่ อง พัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี มีจุดประสงค์การเรี ยนรู้ เพื่อให้นกเรี ยนมีความรู้ความสามารถและทักษะ ดังนี้ ั 1. อธิ บายเกี่ยวกับการกูเ้ อกราชการสถาปนา อาณาจักรธนบุรี และการปราบชุมนุมต่าง ๆ 2. ร่ วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการเมืองการปกครองสมัยธนบุรี 3. สื บค้นข้อมูลเกี่ยวกับสังคมและเศรษฐกิจสมัยธนบุรี 4. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ สมัยธนบุรี

แบบทดสอบก่อนเรียน กลุ่มสาระสั งคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม วิชาประวัติศาสตร์ ไทย ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 เรื่อง พัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี คำชี้แจง 1. แบบทดสอบฉบับนี้มี 10 ข้อ คะแนนเต็ม 10 คะแนน ใช้เวลา 15 นาที 2. ให้นกเรี ยนทาเครื่ องหมายกากบาท  ทับข้อที่เห็นว่าถูกต้องลงในกระดาษคาตอบ ั 1. สาเหตุสาคัญที่สุดที่ทาให้ กรุ งศรีอยุธยาสิ้นอานาจใน พ.ศ. 2310 คืออะไร ก พม่ามีกาลังเหนือกว่า ข ขาดแคลนเสบียงอาหาร ค พม่าใช้กลยุทธ์ไส้ศึกภายใน ง ความอ่อนแอทางด้านทหารและการเมือง 2. พระเจ้ าตากหนีออกจากกรุ งศรีอยุธยาไปรวบรวม ผู้คนที่เมืองใด ก เมืองตาก ค เมืองพิษณุ โลก ข เมืองจันทบุรี ง เมืองกาแพงเพชร 3. ชุมนุมแรกที่สมเด็จพระเจ้ าตากสิ นมหาราชทรงปราบปรามได้ สาเร็จคือชุมนุมใด ก ชุมนุมเจ้าพิมาย ข ชุมนุมเจ้าพระฝาง ค ชุมนุมเจ้าพระยาพิษณุ โลก ง ชุมนุมเจ้านครศรี ธรรมราช 4. อะไรคือเหตุผลที่สาคัญที่สุดในการเลือกเมืองธนบุรี เป็ นราชธานีใหม่ แทนกรุ งศรีอยุธยา ก มีป้อมปราการพร้อม ข มีทางหนีออกทะเลสะดวก ่ ค อยูใกล้ปากน้ าเหมาะแก่การค้า ง เป็ นเมืองเล็กเหมาะกับกาลังพลที่มีอยู่

5. ในสมัยธนบุรีกรมใดที่มหน้ าที่ตดต่ อค้ าขายกับต่ างประเทศ ี ิ ก กรมวัง ข กรมนา ค กรมคลัง ง กรมเวียง 6. หัวเมืองใดที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่ งตั้งข้ าราชการผู้ใหญ่ ไปปกครอง ก หัวเมืองชั้นใน ข หัวเมืองชั้นนอก ค หัวเมืองชั้นจัตวา ง หัวเมืองประเทศราช 7. เพราะเหตุใดในสมัยธนบุรีจึงมีการสั กเลกไพร่ ทุกคน ก เพื่อควบคุมกาลังพล ข ต้องการจากัดอานาจของมูลนาย ค ต้องการให้ราษฎรมีระเบียบวินย ั ง บ้านเมืองอยู่ในภาวะสงครามตลอดเวลา 8. สมเด็จพระเจ้ าตากสิ นมหาราชใช้ นโยบายใดแก้ ไขปัญหาเฉพาะหน้ าเกียวกับการขาดแคลนอาหารของ ่ ราษฎร ก ทาโรงทานเลี้ยงผูที่อดอยาก ้ ข ประกาศลงโทษผูกกตุนสิ นค้า ้ั ค ขุดคลองชลประทานเพื่อทานาปรัง ง สละพระราชทรัพย์ซ้ื อข้าวแจกราษฎร 9. กรุ งธนบุรีมความเป็ นมิตรกับรัฐใดมากที่สุด ี ก พม่า คิดดีๆ ก่อนตอบนะจ๊ ะ ข เขมร ค ล้านนา ง ล้านช้าง 10. ชาติตะวันตกชาติใดไม่ ได้ เข้ ามาติดต่ อกับ กรุ งธนบุรี ก อังกฤษ ข ฮอลันดา ค โปรตุเกส ง สหรัฐอเมริ กา

การกู้เอกราช ก่ อนที่ กรุ งศรี อยุธ ยาจะเสี ยแก่ พ ม่ านั้น หัวเมื องฝ่ ายเหนื อ ฝ่ ายใต้ และตะวันตก ล้วนถู ก ควบคุ มอย่างเข้มงวด การทามาหากิ น การทาไร่ ทานา ทรัพย์สิน วัวควาย ถูกยึดไว้หมด จนกระทัง ่ ในช่ วงกลางดึ กของคืนวันที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2309 (ก่อนกรุ งแตกประมาณ 3 เดื อน) นั้น กองทัพ พม่ายิงถล่มพระนครศรี อยุธยาอย่างหนัก เกิดเพลิงลุ กไหม้ทวพระนคร บ้านเรื อ วัด วัง ได้รับความ ั่ เสี ยหาย เฉพาะบ้านเรื อนราษฎรเกิดเพลิงไหม้กว่า 10,000 หลังทว่ากลางวันของวันที่ 3 มกราคมนั้น กองกาลังของสมเด็จพระเจ้าตากสิ นเมื่ อครั้งยังดารงตาแหน่ งเป็ นพระยาตาก ได้รวบรวมไพร่ พ ล จานวน 1,000 นายหนี ออกจากกรุ งศรี อยุธ ยามาก่ อนแล้ว จึ งได้เห็ นแสงเพลิ งลุ ก ไหม้ในกรุ งศรี อยุธยาที่ บานสัมบัณฑิ ตในเวลาเที่ ยงคืนของวันนั้น โดยมี นายทหารคนสาคัญในกองทัพคื อ พระ ้ เชียงเงิน หลวงพรหมเสนา หลวงพิชยอาสา หลวงราชสเน่ห์ ขุนอภัยภักดี (ทั้ง 5 นายนี้มกปรากฏอยู่ ั ั เคี ยงข้างพระบรมราชานุ ส าวรี ยหลายแห่ ง) พระองค์ต้ งค่ายอยู่ในค่ายวัดพิชัยได้เริ่ มออกเดิ นทาง ์ ั มาถึงบ้านหารตราเมื่อเวลาค่า โดยมีกองทัพพม่าไล่ติดตามมา แล้วต่อรบกันจนพม่าพ่ายแพ้กลับไป ก่อนจะเดินทางมาถึงบ้านข่าวเม่า บ้านสัมบัณฑิต ตอนเวลาเที่ยงคืน เช้าวันที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2309 กองก าลังเดิ นทางมุ่ งหน้าไปทางบ้านโพสั งหาร พม่าส่ ง กองทัพไล่ ติดตามมาอีกจึงได้รบกันจนพม่าแตกพ่ายกลับไป มาถึ งบ้านพรานนกเวลาเย็น คราวนี้ พม่าส่ งไพร่ พลมาแก้มือถึ ง 2,000 นาย ฝ่ ายพระยาตากจึ งทรงม้ากับทหารอี ก 4 ม้าออกรั บศึ ก จน สามารถตีพม่าแตกพ่ายกลับไปอีกครั้ง วันนี้เหล่าทหารม้าจึงถือเอาเป็ น วันทหารม้า ของไทย วันที่ 3 ของการเดินทัพ กองกาลังพระยาตากเดินทัพมาสุ ดเขตพระนครศรี อยุธยา ก่อนที่จะ ั เข้าเมืองนครนายก ก็มีขุนชานาญไพรสนฑ์กบนายกองช้าง มาขอสวามิภกดิ์ต่อพระองค์ ทั้งยังถวาย ั ช้างพลาย 5 ช้าง ช้างพัง 1 ช้าง แล้วอาสานาทางต่อไปยังบ้านกง (หรื อบ้านดง) เมืองนครนายก เมื่อ ถึงบ้านกง ข้าราชการ ขุนหมื่นพันทนายท้องถิ่น ไม่ยอมสวามิภกดิ์ แม้จะได้เจรจาเกลี้ยกล่อม 3 ครั้ง ั ก็ไม่สาเร็ จ รุ่ งขึ้นกองกาลังพระยาตากจึงต้องปะทะไพร่ พลชาวบ้านกง ซึ่ งมีกาลังมากกว่า 1,000 นาย แต่ก็ถูกกองกาลังพระยาตากตีพ่ายไป ยึดช้างได้เพิ่มอีก 7 ช้าง เงิ นทอง และเสี ยงอาหารอีกจานวน มาก วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2509 หรื อ 6 วันนับตั้งแต่หนี ออกจากพระนคร เดินทัพมาถึงตาบลหนอง ไม้ชุ่ ม แล้วหยุดพัก ณ จุ ดนี้ เป็ นเวลา 2 วัน ก่ อ นที่ จะออกเดิ น ทัพ ต่ อมถึ งบ้านนาเริ่ ง แขวงเมื อ ง นครนายกแล้วหยุดพักอีก 1 คืน

ต่อมาพระยาตากจึงนาไพร่ พลข้ามแม่น้ าที่ ด่านกบแจะ เมื องปราจีนบุ รี แล้วหยุดพักรี้ พล ก่ อนจะ เดินทัพต่อไปยังทุ่งศรี มหาโพธิ์ และต้องหยุดรอนายทหาร 3 นาย คือ พระเชียงเงิน ขุนพิพิธวาที และ สมเด็จพระรามราชา ที่ตามกองทัพมาไม่ทน ระหว่างที่ทรงรอกลุ่มพระเชี ยงเงิ นอยู่น้ น ได้เกิ ดการ ั ั ่ ปะทะกับกองทัพทั้งทัพบกทัพเรื อของพม่าซึ่ งตั้งอยูที่ปากแม้น้ าโจ้โล้ เมืองฉะเชิงเทรา "พม่ าไล่ แทง ฟั นคงซึ่ งเหนื่อยล้ าอยู่นั้นวิ่งหนีมาตามทาง ครั้ นได้ ทอดพระเนตรเห็น จึ งให้ นายบุญมีขึนม้ าใช้ สวน ้ ทางลงไปประมาณ 200 เส้ น พบกองทัพพม่ ายกขึนมาแต่ ปากนาโจ้ โล้ ทั้งทัพบกทัพเรื อ" พระเจ้าตาก ้ ้ จึงมี รับ สั่งให้ต้ งแนวรับ ขุดหลุ มเพลาะ วางปื นตับ เรี ยงหน้ากระดาน จนพม่ าเข้ามาใกล้ราว 240 ั เมตร จึงเริ่ มเปิ ดฉากยิงขึ้น แนวแรกของพม่าแตกพ่ายไป แต่ยงมีกองหนุนเข้ามาอีก 3 กอง ซึ่ งก็ถูกยิง ั แตกพ่ายไปเช่ นกัน "จึ งขับพลทหารโห่ ร้องตี ฆ้องส าทับไล่ ติดตามฆ่ าพม่ าเสี ยเป็ นอันมาก แล้ วก็ เดินทัพมาทางบ้ านหั วทองหลางสะพานทอง" จากแนวทะทะและการติดตามฆ่าพม่ามาทางปากน้ า โจ้โล้น้ ี เอง ทาให้เปลี่ยนจากการเดินทัพตามชายป่ าดงมาเป็ นชายทะเลเข้าเขตเมืองชลบุรี "จึ งให้ ยก พลนิกายมาประทับตามลาดับ บ้ านทองหลาง, ตะพานทอง, บางปลาสร้ อย ถึงบ้ านนาเกลือ" ที่บานนาเกลือ มีนายกลม (หรื อนายกล่า) นายชุมนุ มที่บานนาเกลือได้รวบรวมไพร่ พลคิดสกัดต่อรบ ้ ้ กับกองกาลังพระเจ้าตาก แต่เพียงพระเจ้าตากแสดงแสนยานุ ภาพ "เสด็จทรงช้ างพระที่ นั่งสรรพด้ วย เครื่ องสรรพาวุธทรงพระแสงปื นต้ นรางแดงกับหมู่พลโยธาหาญ" เท่านั้นนายกลมก็ถึงกับวางอาวุธ ยอมอ่อนน้อมแต่โดยดี แล้วอาสานาไป พัทยา นาจอมเทียน ทุ่งไก่เตี้ย สัตหี บ ชายทะเล บ้านหิ นโขง และบ้านน้ าเก่าแขวงเมืองระยอง โดยพักทัพคืนละแห่ งตามลาดับระหว่างเส้นทางที่ผ่านไปนั้นได้ ปะทะกับกองกาลังของพม่าหลายครั้ง แต่ก็สามารถตีฝ่าไปได้ทุกครั้ง และสามารถรวบรวมไพร่ พล ตลอดจนอาวุธยุทโธปกรณ์ได้มากขึ้น ่ หลังจากพระองค์ยึดเมืองระยองได้ ขณะพักอยูบริ เวณวัดลุ่มมหาชัยชุ มพล ได้เกิดเหตุการณ์อศจรรย์ ั พายุหมุนจนบิดต้นตาลเป็ นเกลียวโดยไม่คลายตัว ซึ่ งชาวบ้านเรี ยกว่า ตาลขด บรรดาทหารทั้งหลาย ต่างก็ยกพระยาวชิ รปราการเป็ น เจ้ าตาก ภายหลังจากเดินทัพออกจากวัดพิชย 23 วัน พระองค์ได้ มี ั พระราชปณิ ธานว่า "กรุ งเทพมหานครคงจะเสี ยแก่ พม่ าเป็ นแท้ ตัวเราคิดจะซ่ องสุมประชาราษฎรใน แขวงเมืองหั วเมืองตะวันออกทั้งปวงให้ ได้ มากแล้ ว จะยกกลับเข้ าไปกู้กรุ งห้ คงคื นเป็ นราชธานี ดัง เก่ า แล้ วจักทานุบารุ งสมณพราหมณาประชาราษฎรซึ่ งอนาถาหาที่ พานักบ่ มิได้ ให้ ร่มเย็นเป็ นสุ ขานุ สุข และจะยอยกพระบวรพุทธศาสนาให้ โชตนาการไพบูลย์ ขึนเหมือนอย่ างแต่ ก่อน เราจะตั้งตัวเป็ น ้ เจ้ าขึน ให้ คนทั้งหลายนับถือยาเกรงจงมาก การซึ่ งจะก่ อกู้แผ่ นดินจึ งจะสาเร็ จโดยง่ าย" [ การประกาศ ้ ตั้งตัวขึ้นในครั้งนี้มีศกดิ์เทียบเท่าพระบรมวงศานุวงศ์ ั

การสถาปนากรุ งธนบุรีเป็ นราชธานี เมื่อพระยาตากกูเ้ อกราชได้สาเร็ จได้โปรดให้ขุดพระบรมศพพระเจ้าเอกทัศขึ้นมาถวายพระเพลิง อย่ า งสมพระเกี ย รติ ประชาชนต่ า งก็ ย อมรั บ พระเจ้ า ตากเป็ นพระเจ้ า แผ่ น ดิ น จึ ง ได้ ท รง ปราบดาภิเษกขึ้นเป็ นพระมหากษัตริ ย ์ ใน พ.ศ. 2311 และยังได้ทรงเกื้อกูลพระราชวงศ์ของกรุ งศรี อยุธยาหลายพระองค์ที่ประชวรอยู่ หลังจากกอบกู้เอกราชได้แล้ว สมเด็ จพระเจ้าตากสิ นมหาราชทรงมี พ ระราชดาริ ว่า กรุ งศรี อยุธยามี สภาพทรุ ดโทรมมาก ไม่ สามารถซ่ อมแซมฟื้ นฟู ให้กลับ คื นสภาพเดิ มได้ ปราสาทราช มณเฑี ยร วัดวาอารามพังย่อยยับ จึงทรงตัดสิ นพระทัยสร้ างราชธานี ใหม่ข้ ึ นที่ เมื องธนบุ รี ซึ่ งมี ขอบเขตของราชธานีครอบคลุมสองฝั่งน้ า โดยมีแม่น้ าเจ้าพระยาตัดผ่านกลางเมือง สาเหตุทย้ายเมืองหลวงจากกรุ งศรีอยุธยามาอยู่ทกรงุธนบุรี ี่ ี่ (1) กรุ งศรี อยุธยาชารุ ดเสี ยหายมาก ไม่สามารถบูรณปฏิสังขรณ์ให้มีสภาพเหมือนเดิมได้ (2) กาลังพลของพระองค์มีนอย ไม่สามารถรักษากรุ งศรี อยุธยาที่เป็ นเมืองใหญ่ได้ ้ (3) ข้าศึกรู้ทิศทางที่จะมาตีกรุ งศรี อยุธยาดีแล้ว ่ (4) กรุ งศรี อยุธยาตั้งอยูไกลจากปากแม่น้ ามากเกินไป ไม่สะดวกต่อการติดต่อค้าขายกับ ต่างชาติที่มีจานวนเพิ่มขึ้นเรื่ อย ๆ สาเหตุที่ทรงเลือกกรุ งธนบุรีเป็ นเมืองหลวง (1) กรุ งธนบุรีเป็ นเมืองเล็ก เหมาะต่อการป้ องกันรักษา (2) กรุ งธนบุรีต้ งอยูใกล้ปากแม่น้ า ทาให้สะดวกต่อการติดต่อค้าขายกับต่างชาติ และการ ั ่ ควบคุมการลาเลียงเสบียงอาหาร (3) กรุ งธนบุรีต้ งอยูใกล้ทะเล หากข้าศึกมีแต่ทพบกไม่มีทพเรื อก็ยากที่จะชนะได้ และหาก ั ่ ั ั ตั้งรับไม่ไหวก็สามารถยกพลทางเรื อไปตั้งรับที่จนทบุรีได้ ั ่ (4) กรุ งธนบุรีเป็ นแหล่งรวมขวัญและกาลังใจของคนได้ดี เพราะตั้งอยูไม่ไกลจากกรุ งศรี อยุธยา

กิจกรรมที่ 1 กลุ่มสาระสั งคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม วิชาประวัติศาสตร์ ไทย ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 เรื่อง การสถาปนาราชธานี คาชี้แจง ให้นกเรี ยนตอบคาถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องสมบูรณ์ ั 1. หลังจากที่ กรุ งศรี อยุธยาเสี ยเอกราชให้ก ับข้าศึ ก แล้วสภาพบ้านเมื องขณะนั้นน่ าจะเป็ น อย่างไร 2. สมเด็จพระเจ้าตากสิ มหาราชมีวธีการกูเ้ อกราชอย่างไร ิ 3. เหตุใดสมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราชจึงทรงย้ายราชธานี มาอยู่ที่กรุ งธนบุ รีแทนที่จะอยู่ที่ อยุธยาตามเดิม 4. กรุ งธนบุรีมีความเหมาะสมต่อการตั้งเป็ นราชธานีแห่งใหม่อย่างไร 5. สมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราชทรงรวบรวมประเทศให้เป็ นปึ กแผ่นได้อย่างไร

การปราบชุมนุมต่ าง ๆ การรวบรวมอาณาเขต ่ เมื่อกรุ งศรี อยุธยาเสี ยแก่พม่าใน พ.ศ. 2310 บ้านเมืองเกิดความวุนวายแตกสาแหรกขาด ผูคนพากันหลบหนี เอาชีวิตรอด เกิดข้าวยากหมากแพง ผูคนที่รอดพ้นจากการจับกุมและไม่ถูกกวาด ้ ้ ต้อนไปยังพม่า ได้พยายามรักษาตัวรอด โดยการซ่องสุ มผูคนขึ้นตั้งกันเป็ นก๊กเป็ นเหล่า ซึ่ งประกอบ ้ ไปด้วย 5 ชุมนุม ได้แก่ ่ 1.ชุมนุมเจ้าพิมาย ตั้งอยูที่อาเภอพิมาย จังหวัดนครราชสี มาในปัจจุบน หัวหน้าคือ กรม ั ่ ั หมื่นเทพพิพิธ โอรสสมเด็จพระเจ้าอยูหวบรมโกศ เจ้าเมืองพิมายมีความจงรักภักดีต่อราชวงศ์บาน ้ พลูหลวง จึงได้สนับสนุนขึ้นเป็ นใหญ่ ่ 2.ชุมนุมเจ้าพระฝาง ตั้งอยูที่สวางคบุรี ทางเหนือของจังหวัดอุตรดิตถ์ มีอาณาเขตตั้งแต่ เมืองพิชยไปจนถึงเมืองแพร่ เจ้าพระฝาง (เรื อน) เป็ นสังฆราชเมืองสวางคบุรี มีความสามารถทาง ั คาถาอาคม จึงตั้งตัวเป็ นใหญ่ได้ท้ งที่อยูในสมณเพศ (แต่ใช้ผาแดงนุ่งห่มแทนผ้าเหลือง) ั ่ ้ ่ ั 3.ชุมนุมเจ้าพระยาพิษณุโลก ตั้งอยูที่จงหวัดพิษณุ โลก เจ้าพระยาพิษณุโลก (เรื อง) เป็ น หัวหน้า เป็ นชุมนุมที่สาคัญทางเหนื อ มีอาณาเขตตั้งแต่เมืองพิชย ลงมาถึงนครสวรรค์ เจ้าพระยา ั พิษณุ โลกเป็ นขุนนางใหญ่ที่มีความสามารถในด้านการปกครองและการรบ พวกขุนนางที่หลบหนี พม่าออกจากรุ งศรี อยุธยาได้ไปสมทบกับชุมนุมนี้เป็ นอันมาก ต่อมาถึงแก่พิราลัย หัวหน้าชุมนุมคน ต่อมา คือ พระอินทร์ อากร ่ ั 4.ชุมนุมเจ้านครศรี ธรรมราช ตั้งอยูที่จงหวัดนครศรี ธรรมราช หัวหน้าคือ เจ้า นครศรี ธรรมราช (หนู) หรื อหลวงสิ ทธินายเวร มีอาณาเขตตั้งแต่หวเมืองมลายูข้ ึนมาถึงเมืองชุมพร ั ่ 5.ชุมนุมพระยาตาก ตั้งอยูบริ เวณหัวเมืองชายทะเลทางฝั่งตะวันออก เมื่อพม่าเข้าล้อมกรุ ง ศรี อยุธยา ได้พยายามป้ องกันรักษาบ้านเมืองอย่างเต็มที่ แต่สถานการณ์ของกรุ งศรี อยุธยาขณะนั้น คับขันมาก ทาให้พระยาตากรวบรวมสมัครพรรคพวกไทย-จีน ประมาณ 500 คน ตีฝ่ากองทัพพม่า ออกจากเมืองในเดือนยี(มกราคม) พ.ศ.2309 เพื่อที่จะรวบรวมผูคนมาสู ้รบกับพม่าในตอนหลัง ่ ้

พระยาตากมุ่งหน้าไปทางตะวันออกของเมืองนครนายก และปราจีนบุรี ผ่านฉะเชิงเทรา ชลบุรี ถึงระยอง และที่ระยอง พระยาตากได้ต้ งตัวเป็ นใหญ่ พวกบริ วารจึงเรี ยกว่า “เจ้าตาก” แต่น้ น ั ั มา การที่เจ้าตากเลือกที่ต้ งมันทางหัวเมืองชายฝั่งทะเลตะวันออก เพราะ ั ่ 1.หัวเมืองชายทะเลฝั่งตะวันออกไม่ได้เป็ นเส้นทางที่พม่าเดินทัพผ่าน 2.เจ้าตากตัดสิ นใจเข้าโจมตีเมืองจันทบุรี เพราะจันทบุรีเป็ นหัวเมืองเอกทางฝั่งทะเล ด้านตะวันออก อุดมสมบูรณ์ดวยข้าวปลาอาหาร สามารถค้าขายกับพ่อค้าจีนทางทะเลได้สะดวก ้ และยังมีป้อมปราการมันคง เหมาะสาหรับยึดเป็ นที่มนเพื่อเตรี ยมการรวบรวมไพร่ พลต่อไป เจ้าตาก ั่ ่ ยึดเมืองจันทบุรีได้ในเดือน 7 (มิถุนายน) พ.ศ.2310 หลังจากเสี ยกรุ งศรี อยุธยาแล้ว 2 เดือน

กิจกรรมที่ 2 กลุ่มสาระสั งคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม วิชาประวัติศาสตร์ ไทย ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 เรื่อง การปราบชุมนุมต่ าง ๆ คาชี้แจง ให้นกเรี ยนตอบคาถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องสมบูรณ์ ั 1. ชุมนุมในสมัยธนบุรีประกอบด้วยชุมนุมอะไรบ้าง 2. ผูนาของชุมนุมพระเจ้าตาก คือใคร ้ ่ 3. ชุมนุมเจ้าพิมายตั้งอยูที่ใด 4. พระยาตากประกาศตั้งตัวเป็ นใหญ่ที่ใด 5. สมเด็จพระเจ้าตากสิ นโจมตีจนทบุรีเพราะเหตุผลใด ั

สังคมและเศรษฐกิจสมัยธนบุรี ความเจริญทางด้ านต่ างๆ ในสมัยธนบุรี และการติดต่ อกับต่ างประเทศ ตลอดระยะเวลา 15 ปี ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราช พระองค์ทรงใช้เวลาส่ วน ใหญ่ในการต่อสู ้ปราบปราม ป้ องกันและขยายอาณาเขตของประเทศ จึงไม่ค่อยมีเวลาจะที่จะพัฒนา ประเทศทางด้านอื่นมากนัก แต่ถึงกระนั้นพระองค์ก็ทรงพยายามสร้างความเจริ ญให้แก่ ประเทศในด้านต่างๆ ดังนี้ 1. ด้านการปกครอง ลักษณะการปกครองของกรุ งธนบุรี ดาเนินรอยตามแบบแผนของ สมัยอยุธยาตอนปลาย โดยแบ่งการปกครองออกเป็ น ่ 1.1 การปกครองส่ วนกลางหรื อราชธานี อยูในความรับผิดชอบของอัครมหาเสนนาบดี ทั้ง 2 ตาแหน่ง คือ สมุหกลาโหม ดูแลฝ่ ายทหาร และสมุหนายก ดูแลฝ่ ายพลเรื อน กับตาแหน่ง เสนาบดี จตุสดมภ์อีก 4 ตาแหน่ ง คื อ กรมเวียง กรมวัง กรมคลัง กรมนา กรมทั้ง 4 นี้ มี หน้าที่ คือ 1) กรมเวียง มีหน้าที่ปกครองท้องที่ บังคับบัญชาบ้านเมือง และรักษาความสงบ เรี ยบร้อยของบ้านเมือง 2) กรมวัง มีหน้าที่รับเกี่ยวกับราชสานัก และพิจารณาพิพากษาคดีความของ ราษฎร 3) กรมคลัง มีหน้าที่รับจ่ายและเก็บรักษาพระราชทรัพย์ที่ได้มาจากส่ วยอากร บังคับบัญชากรมท่าซึ่ งเกี่ยวข้องกับการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ และมีหน้าที่เกี่ยวกับพระ คลังสิ นค้าการค้าสาเภาของหลวง 4) กรมนา มีหน้าที่ดูแลการทานา เก็บข้าวขึ้นฉางหลวง และพิจารณาคดีความ เกี่ยวกับเรื่ องโค กระบือและที่นา คาว่า “กรม” ในที่น้ ีหมายความคล้ายกับ “กระทรวง”ในปัจจุบน ั 1.2 การปกครองส่ วนภูมิภาค แบ่งออกเป็ น ่ 1) การปกครองหัวเมืองชั้นใน ที่อยูรายรอบราชธานี เรี ยกว่า เมืองชั้นจัตวา มี ผูปกครองเรี ยกว่า “ผูร้ ัง” ปฏิบติตามคาสั่งของเสนาบดีจตุสดมภ์ในราชธานี ้ ้ ั 2) การปกครองหัวเมืองภายในราชอาณาจักร เรี ยกว่า หัวเมืองชั้นนอก หรื อ เมือง ่ พระยามหานคร เป็ นเมืองที่อยูนอกเขตราชธานีออกไป แบ่งออกเป็ นเมืองชื้นเอก โท ตรี ่ 3) การปกครองหัวเมืองประเทศราช ที่อยูห่างไกลออกไปถึงชายแดน มีอาณาเขต

ติดต่อกับประเทศอื่น ต้องส่ งเครื่ องราชบรรณาการมาให้ตามกาหนด ได้แก่ กัมพูชา ลาว เชียงใหม่ และนครศรี อธรรมราช 2. ด้านกฎหมายและการศาล กฎหมายและวิธีพิจารณาคดีความในศาลสมัยธนบุรี ใช้ตาม ่ แบบสมัยอยุธยาเท่าที่มีหลักฐานปรากฏอยูมีเพียงฉบับเดียว เกี่ยวกับการสักเลก คือ การลงทะเบียน ชายฉกรรจ์เพื่อรับใช้ในราชการ เรี ยกว่า ไพร่ หลวง การสักเลกในสมัยนั้นสาคัญมาก เพราะเป็ น ระยะเวลาของการป้ องกันและแผ่อานาจเพื่อให้ประเทศชาติมนคง ส่ วนการศาลมักใช้บานของ ั่ ้ เจ้านาย บ้านของตุลาการ บางครั้งสมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราชก็ทรงเป็ นผูพิพากษาคดีเอง และ ้ ทรงใช้ศาลทหารและพระบรมราชโองการเป็ นกฎหมายใช้ในการตัดสิ นคดีความด้วย 3. ด้านเศรษฐกิจ หลังจากเสี ยกรุ งศรี อยุธยาแก่พม่าแล้ว สภาพเศรษฐกิจของไทยตกต่ามาก ประชาชนยากจนอัตคัดฝื ดเคือง อาหารหายากและราคาแพง เนื่องจากในขณะที่เกิดศึกสงครามผูคน ้ ต่างพากันหนีเอาตัวรอด การทาไร่ ทานาต้องหยุดชะงักลง สมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราชทรงแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้าในระยะที่ต้ งกรุ งธนบุรีใหม่ๆ ด้วยการจ่ายพระราชทรัพย์ซ้ื อข้าวจากพ่อค้า ั ่ ต่างประเทศในราคาสู งเพื่อแจกจ่ายประชาชน และชักชวนให้ราษฎรกลับมาตั้งภูมิลาเนาอยูตาม เมืองต่างๆ ทามาหากินดังแต่ก่อน นอกจากนั้นสมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราช ยังส่ งเสริ มทางด้าน การค้าขาย มีการส่ งเรื อสาเภาไปค้าขายยังประเทศ อินเดียและประเทศใกล้เคียง สาหรับสิ่ งของที่ บรรทุกเรื อสาเภาหลวงไปขาย เช่น ดีบุก พริ กไทย ครั่ง ขี้ผ้ ง ไม้หอม ฯลฯ และเมื่อขายสิ นค้า ึ หมดแล้วก็จะซื้ อสิ นค้าต่างประเทศที่ตองการใช้ในประเทศ เช่น ผ้าลายและถ้วยชามมาขายให้แก่ ้ ่ ประชาชนอีกต่อหนึ่ง ซึ่งการค้าขายนี้เป็ นแบบเดียวกับสมัยอยุธยา คือ อยูภายใต้การดูแลของพระ คลังสิ นค้า หรื อกรมาท่า มีการส่ งเสริ มให้ราษฎรทาการเพาะปลูก ทาให้เศรษฐกิจของประเทศค่อยๆ ดีข้ ึนตามลาดับ 4. ด้านสังคม สังคมไทยสมัยกรุ งธนบุรีมีการควบคุมอย่างเข้มงวด เพื่อเตรี ยมพร้อมอยู่ เสมอ เพราะมีการทาศึกกับพม่าบ่อยครั้ง มีการสักเลกบอกชื่อสังกัดมูลนายและเมืองไว้ที่ขอมือไพร่ ้ หลวงทุกคน ซึ่งมีหน้าที่รับใช้ราชการปี ละ 6 เดือน โดยการมารับราชการ 1 เดือน แล้วหยุดไปทามา หากินของตนอีก 1 เดือนสลับกันไป เรี ยกว่า “การเข้าเดือนออกเดือน” ไพร่ หลวงอีกพวกหนึ่ง เรี ยกว่า “ไพร่ ส่วย” คือ ไพร่ หลวงที่ส่งสิ่ งของแทนการใช้แรงงานแก่ราชการ ซึ่ งเป็ นพวกที่รับใช้แต่ เฉพาะเจ้านายที่เป็ นขุนนาง ่ ่ 5. ด้านการศึกษา แม้วาบ้านเมืองจะอยูในภาวะสงคราม แต่สมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราช ่ ั ก็ทรงทะนุบารุ งการศึกษาอยูเ่ สมอ ศูนย์กลางการศึกษาในสมัยธนบุรีอยูที่วด เด็กผูชายเมื่อมีอายุ ้ พอสมควร พ่อแม่มกเอาไปฝากกับพระ เมื่อมีเวลาว่างพระก็จะสอนให้อ่านเขียน หนังสื อแบบเรี ยน ั ที่ใช้คือหนังสื อจินดามณี เมื่ออ่านออกเขียนได้แล้ว ก็เรี ยนแต่งร้อยแก้ว โคลง ฉันท์ กาพย์ กลอน

ศึกษาศัพท์ เขมร บาลี สันสกฤต วิชาเลข เรี ยนมาตราไทย ชัง ตวง วัด มาตราเงินไทย คิดหน้าไม้ ่ (วิธีการคานวณหาจานวนเนื้ อไม้เป็ นยก หรื อเป็ นลูกบาศก์) การศึกษาด้านอาชีพ พ่อแม่มีอาชีพอะไร ก็มกฝึ กให้ลูกหลานมีอาชีพตามตนเอง โดยฝึ กฝนตกทอดกันมาหลายชัวอายุคน เช่น วิชาช่างและ ั ่ แกะสลัก ช่างปั้ น ช่างถม แพทย์แผนโบราณ ฯลฯ ส่ วนสตรี ประเพณี โบราณไม่นิยมให้เรี ยนหนังสื อ มีนอยคนที่อ่านออกเขียนได้ ้ เด็กผูหญิงส่ วนมากจะถูกฝึ กสอนให้ดานการเย็บปั กถักร้อย ทากับข้าว การจัดบ้านเรื อน และมารยาท ้ ้ ของกุลสตรี 6. ด้านศาสนา เมื่อครั้งเสี ยกรุ งศรี อยุธยาครั้งที่ 2 สิ่ งสาคัญต่างๆ ในพระพุทธศาสนาถูก ทาลายเสี ยหายมาก หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าตากสิ นมหาราชทรงย้ายเมืองหลวงมายังกรุ งธนบุรี พระองค์ได้ฟ้ื นฟูศาสนาขึ้นใหม่โดยชาระความบริ สุทธิ์ ของพระสงฆ์ พระสงฆ์รูปใดที่ประพฤติไม่ ่ ่ อยูในพระวินยก็ให้สึกออกไปเสี ย พระสงฆ์รูปใดประพฤติอยูในพระวินยทรงอาราธนาให้บวชเรี ยน ั ั ต่อไป นอกจากนี้ พระองค์ทรงบริ จาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ในการสร้างพระอุโบสถ วิหาร เสาสนะ กุฏิสงฆ์และวัดวาอารามต่างๆ เช่น วันบางยีเ่ หนือเหนื อ (วัดราชคฤห์) วัดบางยีเ่ รื อใต้ (วัด อินทาราม) วัดบางหว้าใหญ่ (วัดระฆังโฆษิตาราม) วัดแจ้ง (วัดอรุ ณราชวราราม) วัดหงส์ (วัดหงส์ รัตนาราม) เป็ นต้น ่ นอกจากนี้ เมื่อพระองค์ทราบว่าพระไตรปิ ฎกมีอยูที่ใด ก็ทรงให้นามาคัดลอกเป็ นฉบับ หลวงไว้ที่กรุ งธนบุรี แล้วส่ งต้นฉบับกลับไปเก็บไว้ที่เดิม ทรงให้ช่างจารพระไตรปิ ฎกทั้งจบ ที่ สาคัญที่สุดทรงให้อญเชิญพระแก้วมรกต มาประดิษฐานที่วดอรุ ณราชวราราม ั ั 7. ด้านศิลปะและวรรณกรรม สมัยกรุ งธนบุรีดานศิลปะมีไม่ค่อยมากนัก เพราะบ้านเมือง ้ ่ อยูในภาวะสงคราม ถึงกระนั้นพระองค์ก็ทรงให้มีการละเล่น เพื่อเป็ นการบารุ งขวัญประชาชน ให้ หายจากความหวาดกลัวและลืมความทุกข์ยาก มีขบวนแห่ อญเชิญและสมโภชพระแก้วมรกตเป็ น ั เวลา 7 วัน การประชันละครระหว่างละครผูหญิงของเจ้านครศรี ธรรมราช และละครหลวง ้ กิจกรรมที่ 3

กลุ่มสาระสั งคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม วิชาประวัติศาสตร์ ไทย ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 เรื่อง สั งคมและเศรษฐกิจสมัยธนบุรี คาสั่ ง 1. ให้ศึกษาค้นคว้าจากใบความรู้เรื่ อง การเมืองการปกครองสมัยธนบุรี 2. เติมข้อความลงในกรอบ  ให้ถูกต้องและสมบูรณ์ ชื่อ-สกุล..............................................................ชั้ น................ เลขที่....... การปกครองสมัยธนบุรี มีหน้าที่ดูแลฝ่ าย ............................ มีหน้าที่ดูแลฝ่ าย ............................ มีหน้าที่ มีหน้าที่ 1............................................ ลักษณะ.................................. ผูปกครองเรี ยกว่า..................... ้ ่ ั ขึ้นอยูกบ................................. 2............................................ หรื อ........................................ ลักษณะ.................................. .............................................. แบ่งเป็ น.................................. ผูปกครองมาจาก..................... ้ มี.............................................. หน้าที่ มีหน้าที่ 3............................................ ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ............................................................................................................................... ลักษณะ.................................. .............................................. ได้แก่...................................... .............................................. หน้าที่ต่อกรุ งธนบุรี................... .............................................. แบบทดสอบหลังเรียน

กลุ่มสาระสั งคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม วิชาประวัติศาสตร์ ไทย ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 เรื่อง พัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี คำชี้แจง 1. แบบทดสอบฉบับนี้มี 10 ข้อ คะแนนเต็ม 10 คะแนน ใช้เวลา 15 นาที 2. ให้นกเรี ยนทาเครื่ องหมายกากบาท  ทับข้อที่เห็นว่าถูกต้องลงในกระดาษคาตอบ ั 1. ชุมนุมแรกที่สมเด็จพระเจ้ าตากสิ นมหาราชทรงปราบปรามได้ สาเร็จคือชุมนุมใด ก ชุมนุมเจ้าพิมาย ข ชุมนุมเจ้าพระฝาง ค ชุมนุมเจ้าพระยาพิษณุ โลก ง ชุมนุมเจ้านครศรี ธรรมราช 2. สาเหตุสาคัญที่สุดที่ทาให้ กรุ งศรีอยุธยาสิ้นอานาจใน พ.ศ. 2310 คืออะไร ก พม่ามีกาลังเหนือกว่า ข ขาดแคลนเสบียงอาหาร ค พม่าใช้กลยุทธ์ไส้ศึกภายใน ง ความอ่อนแอทางด้านทหารและการเมือง 3. ในสมัยธนบุรีกรมใดที่มหน้ าที่ตดต่ อค้ าขายกับต่ างประเทศ ี ิ ก กรมวัง ข กรมนา ค กรมคลัง ง กรมเวียง 4. หัวเมืองใดที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่ งตั้งข้ าราชการผู้ใหญ่ ไปปกครอง ก หัวเมืองชั้นใน ข หัวเมืองชั้นนอก ค หัวเมืองชั้นจัตวา ง หัวเมืองประเทศราช 5. กรุ งธนบุรีมความเป็ นมิตรกับรัฐใดมากที่สุด ี ก พม่า คิดดีๆ ก่อนตอบนะจ๊ ะ

ข เขมร ค ล้านนา ง ล้านช้าง 6. ชาติตะวันตกชาติใดไม่ ได้ เข้ ามาติดต่ อกับ กรุ งธนบุรี ก อังกฤษ ข ฮอลันดา ค โปรตุเกส ง สหรัฐอเมร 7. พระเจ้ าตากหนีออกจากกรุ งศรีอยุธยาไปรวบรวม ผู้คนที่เมืองใด ก เมืองตาก ค เมืองพิษณุ โลก ข เมืองจันทบุรี ง เมืองกาแพงเพชร 8. อะไรคือเหตุผลที่สาคัญที่สุดในการเลือกเมืองธนบุรี เป็ นราชธานีใหม่ แทนกรุ งศรีอยุธยา ก มีป้อมปราการพร้อม ข มีทางหนีออกทะเลสะดวก ่ ค อยูใกล้ปากน้ าเหมาะแก่การค้า ง เป็ นเมืองเล็กเหมาะกับกาลังพลที่มีอยู่ 9. เพราะเหตุใดในสมัยธนบุรีจึงมีการสั กเลกไพร่ ทุกคน ก เพื่อควบคุมกาลังพล ข ต้องการจากัดอานาจของมูลนาย ค ต้องการให้ราษฎรมีระเบียบวินย ั ง บ้านเมืองอยู่ในภาวะสงครามตลอดเวลา 10. สมเด็จพระเจ้ าตากสิ นมหาราชใช้ นโยบายใดแก้ ไขปัญหาเฉพาะหน้ าเกียวกับการขาดแคลนอาหารของ ่ ราษฎร ก ทาโรงทานเลี้ยงผูที่อดอยาก ้ ข ประกาศลงโทษผูกกตุนสิ นค้า ้ั ค ขุดคลองชลประทานเพื่อทานาปรัง ง สละพระราชทรัพย์ซ้ื อข้าวแจกราษฎร

ภาคผนวก

เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน กลุ่มสาระสั งคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม วิชาประวัตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 ิ เรื่องพัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี ข้ อที่ 1 คาตอบ ง 2 ข 3 ก 4 ง 5 ค 6 ข 7 ก 8 ง 9 ค 10 ง 9 ค 10 ง เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน กลุ่มสาระสั งคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม วิชาประวัตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปี ที่ 2 ิ เรื่องพัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี ข้ อที่ 1 คาตอบ ก 2 ง 3 ค 4 ข 5 ค 6 ง 7 ข 8 ง

Add a comment

Related pages

พัฒนาการของอาณาจักร ...

พัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี. by - on May 28, 2015. Report Category: Documents. Download: 0 ...
Read more

หนังสือเรียนเสริม ...

พัฒนาการของอาณาจักรรัตนโกสินทร์. ภายหลังสิ้นสมัย ...
Read more

::พัฒนาการสมัยกรุง ...

การล่มสลายของอาณาจักรอยุธยา กรุงศรีอยุธยาเป็น ...
Read more

TruePlookpanya - การศึกษา ...

ดอทคอม ทรูปลูกปัญญา ดอทคอม ช่องทรูปลูก ปัญญา ช่องทรูปลูก
Read more

ด.ญ.พลอย วัฒนานนท์ ...

พัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี
Read more

:: ร.ร.ธรรมบูชา ::

Visit the post for more. ... มะอารอฟาต เข้ามาอ่านเนื้อหาแล้วน่ะครับ ...
Read more

หน่วยที่ 3 พัฒนาการ ...

หน่วยที่ 3 พัฒนาการของอาณาจักรธนบุรี. Comments. Sign in | Recent Site Activity ...
Read more

อาณาจักรธนบุรี

อาณาจักรธนบุรี. พระราชประวัติ สมเด็จพระ ...
Read more

3 ...

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงส์วโรปการ
Read more