คู่มือชีวิต ตอน 24 2014 03-14 ไตรลักษณ์ ความเป็นธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา

70 %
30 %
Information about คู่มือชีวิต ตอน 24 2014 03-14 ไตรลักษณ์ ความเป็นธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา
Spiritual

Published on March 15, 2014

Author: Taweedham_Dhamtawee

Source: slideshare.net

Description

"ไตรลักษณ์ ความเป็นธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา"
คู่มือชีวิต ตอน 24 โดย นพพร เทพสิทธา
เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1137 วันที่ 14 มีนาคม 2557

คู่มือชีวิต ตอน 24 ไตรลักษณ์ ความเป็นธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา โดย นพพร เทพสิทธา เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1137 วันที่ 14 มีนาคม 2557 “ใดใดในโลกล้วน อนิจจัง” เป็นวรรคขึ้นต้นของโคลงโลกนิติบทหนึ่งที่คุ้นหูกันตั้งแต่ เด็ก เตือนให้ระลึกถึงความไม่เที่ยงของสิ่งต่างๆ การปล่อยวาง และ ความไม่ประมาท อนิจจัง ความไม่เที่ยง เป็นหนึ่งใน “สามัญลักษณะ” ที่หมายถึง “ความเป็นธรรมดา” หรือ “คุณลักษณะทั่วไปของสรรพสิ่งในธรรมชาติ” ซึ่งพระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ในธัมมนิยามสูตร นอกจาก “อนิจจัง ความไม่เที่ยง” แล้ว ยังมี “ความเป็นธรรมดา” อีก 2 ประการ คือ “ทุกขัง ความเป็นทุกข์ ความบีบคั้นขัดแย้ง” และ “อนัตตา ความไม่ใช่ตัวตน” “สามัญ ลักษณะ” ทั้ง 3 ประการนี้รวมเรียกว่า “ไตรลักษณ์” ในธรรมชาติอาจมี “ความเป็นธรรมดา” อื่นๆอีกมากมาย เช่น ความรู้ทาง วิทยาศาสตร์สาขาต่างๆ หรือ ความจริงที่เราพบเห็นสัมผัสอยู่ในชีวิตประจาวัน แต่ พระพุทธเจ้าทรงนามากล่าวเฉพาะ “ความเป็นธรรมดา 3 ประการ” ที่เป็นประโยชน์ อย่างยิ่งต่อชีวิต ผู้ที่เข้าใจและเข้าถึงโดย เปลี่ยน “ความรู้” ให้เป็น “ปัญญา” ได้ ชีวิตก็จะ อยู่ด้วย “ความเป็นธรรมดา” ที่มีแต่ความสุขความเจริญอย่างยั่งยืน เป็นชีวิตที่ประเสริฐสุด “ไตรลักษณ์” จึงเป็น “ความเป็นธรรมดา” ที่ไม่ธรรมดา “อนิจจัง ความไม่เที่ยง” คือ ความเป็นธรรมดาในลาดับแรก ที่คนทั่วไปเข้าใจได้ ง่ายที่สุด โดยดูจากตัวเองและสิ่งรอบตัวที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทั้งเกิดขึ้น ดารงอยู่ ดับลง

สิ่งใดที่เกิดขึ้นเพราะเหตุ มีเหตุทาให้เกิด ย่อมไม่เที่ยง ย่อมเปลี่ยนไปตามเหตุ เป็นกฎของ ธรรมชาติที่ไม่สนใจว่า ใครจะชอบหรือไม่ชอบ จะดีขึ้นหรือเลวลง “ธรรมชาติไม่สนใจคนดู” จึงเป็นสัญชาติญาณของแต่ละชีวิตที่ต่างต้องดิ้นรน อยู่รอดให้นานที่สุด ก้าวไปให้ไกล ที่สุด เจริญเติบโตให้สูงที่สุด เปลี่ยนแปลงไปให้ดีที่สุด สาหรับตนเองและชีวิตในรุ่นต่อไป กลายเป็นวิวัฒนาการของชีวิต ชีวิตใดไม่ปรับตัว ไม่เตรียมพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง อยู่อย่าง ประมาท ย่อมประสบปัญหาและสูญพันธุ์ไปในที่สุด “ความไม่เที่ยง” นี่เอง เป็นแรงผลักดันให้มนุษยชาติวิวัฒนาการมาถึงทุกวันนี้ สอนให้ มนุษย์รู้จักเรียนรู้ ปรับตัว สรรค์สร้างสิ่งของและศาสตร์ต่างๆ เพื่อเปลี่ยนแปลงและบริหาร จัดการความเปลี่ยนแปลง ให้ตนเอง ผู้อื่น องค์กร สังคม ประเทศ โลก รวมทั้งธรรมชาติรอบตัว ให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้น เจริญขึ้น ปลอดภัยขึ้น มั่นคงขึ้น มีความสุขสบายขึ้น ตามความเห็น ความปรารถนาความฝันของตน เป็นเหตุให้โลกเปลี่ยนแปลง มีทั้งก้าวหน้าและเสื่อมถอย ตามที่ปรากฏให้เห็นในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ สาหรับผู้ศึกษาและปฏิบัติธรรม ที่พิจารณาเห็นความไม่เที่ยงของสังขาร (หมายถึง ร่างกาย สสาร สิ่งที่ประกอบกันขึ้นหรือถูกปรุงแต่งขึ้นจากธาตุ) เกิดความเบื่อหน่ายในสังขาร เข้าใจแล้วว่า สังขารทั้งหลายล้วนเกิดมาจากเหตุและดับด้วยลงเหตุ เหตุเป็นอย่างไร ผลย่อม เป็นเช่นนั้น เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ ไม่ว่าจะอยากให้เป็นหรือไม่อยากให้เป็น เมื่อเข้าใจข้อนี้ ใจก็ เป็นอิสระจากสังขาร เมื่อใจหลุดพ้น ย่อมเข้าสู่กระแสแห่งธรรม มีแต่ความเจริญในธรรมโดยไม่ มีทางถอยหลังอีกต่อไป “ทุกขัง ความเป็นทุกข์ ความบีบคั้นขัดแย้ง” ความเป็นธรรมดาในลาดับที่สอง อาจเข้าใจยากกว่าลาดับแรก หมายถึง สภาวะของสิ่งทั้งหลาย ที่ดูโดยผิวเผินอาจเห็นว่าหยุด นิ่งมั่นคง แต่จริงๆแล้ว อยู่ภายใต้ความบีบคั้นขัดแย้งของเหตุที่ทาให้สิ่งนั้นเกิดขึ้นมา และเหตุที่ พร้อมจะทาให้สิ่งนั้นเสื่อมสลายได้ทุกเมื่อ เป็นภาวะที่มีทั้งดึงดูดและผลักดัน ทั้งรวมกันทั้ง

ขัดแย้งกัน อยู่ในตัว อาจกล่าวได้ว่า เพราะ “อนิจจัง” ความไม่คงที่ จึงทาให้สิ่งต่างๆ อยู่ใน ภาวะ “ทุกขัง” คือ ความกดดัน ความบีบคั้นขัดแย้ง ความเข้าใจ “ทุกขัง” ทาให้เห็นว่า ชีวิตมี ”ความเป็นทุกข์” อยู่แล้วโดยธรรมชาติ พอ เกิดมาก็ต้องดิ้นรนกระเสือกกระสนให้ชีวิตอยู่รอด ต้องหายใจ ต้องกิน ต้องขับถ่าย ต้องนอน ต้องแพร่พันธุ์ จนดูเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต ไม่เห็นว่านี่คือ “ความเป็นทุกข์” แต่เมื่อใดไม่ได้ หายใจ ไม่ได้กิน ไม่ได้ขับถ่าย ไม่ได้นอน ไม่ได้แพร่พันธุ์ จึงรู้สึกว่าทุกข์ ดังนั้นทุกคนจึงควร เข้าใจสภาพ “ทุกขัง” ของชีวิตตน และดูแลชีวิตด้วยการสร้างเหตุในปัจจุบันให้ดีที่สุด เหมาะสม ที่สุด สอดคล้องกับ “ทุกขัง” ของชีวิตตน และ แยก “ทุกขัง” ที่เป็นธรรมดาของชีวิต ให้ขาด จาก “ทุกข์” ที่เราสร้างขึ้นให้กับตัวเอง อย่าได้เพิ่ม “ทุกข์” ให้กับชีวิต ด้วยความไม่รู้ (อวิชชา) ความยึดมั่น (อุปาทาน) ความต้องการที่ไม่มีสิ้นสุด (ตัณหา) ของเรา การใช้ ชีวิตด้วยทางสายกลาง เริ่มด้วยการมีความเห็นความเข้าใจที่ถูกต้อง และ คิดดี พูดดี ทาดี ประกอบอาชีพดี เพียรพยายามดี ระลึกรู้ดี ตั้งใจดี ก็จะสามารถหยุดและเพิกถอน “ทุกข์” ออก จากชีวิต ดาเนินชีวิตอย่างปกติธรรมดา แม้นจะมี “ความไม่เที่ยง” และ “ความเป็นทุกข์” ก็ถือ ว่าเป็นธรรมดาของชีวิต ใจของเราไม่รู้สึกเดือดร้อนและดิ้นรน “อนัตตา ความไม่ใช่ตัวตน” ความเป็นธรรมดา ในลาดับสุดท้าย น่าจะเป็น ความ เป็นธรรมดา ที่เข้าใจยากที่สุด และ ขัดแย้งกับความรู้สึกนึกคิดของคนทั่วไป สิ่งทั้งหลายทั้ง ปวงรวมทั้งตัวเรา ก็เห็นว่ามีอยู่ จะบอกว่า “ไม่ใช่ตัวตน” ได้อย่างไร? สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดจากเหตุ ย่อมไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลงไปตามเหตุ ไม่มีตัวตนที่ แท้จริง ตอนเราเป็นเด็ก หรือ เมื่อสิบปีก่อน กับ เราในวันนี้ ใช่เป็นตัวตนเดียวกันหรือไม่? นอกจากชื่อเรียกแล้ว แทบจะไม่มีอะไรเหมือนกันเลย ทั้งร่างกาย ความคิด และ จิตใจ, น้าเมื่อ ระเหยกลายเป็นไอน้า ตัวตนของน้าหายไปไหน เมื่อไอน้ากลั่นตัวเป็นฝน ตัวตนของไอน้าก็ไม่มี อีก มีแต่น้าฝนซึ่งก็ไม่ใช่น้าตัวเดิม แต่เป็นน้าตัวใหม่ที่มีธรรมชาติเหมือนกัน, ฤดูกาลที่ หมุนเวียนเปลี่ยนไป ฤดูหนาวไม่ได้เปลี่ยนเป็นฤดูใบไม้ผลิ และเมื่อเวียนกลับมาเป็นฤดูหนาว

อีกครั้ง ก็ไม่ใช่ฤดูหนาวเดิม ทุกอย่างเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม, ฟืนที่ไหม้ไฟเหลือไว้แต่เถ้าถ่าน ตัวตนของฟืนกลายเป็นไฟหรือเถ้าถ่าน? ตัวตนที่แท้จริงของสรรพสิ่งอยู่ที่ใด? มีจริงหรือไม่? หรือเป็นเพียงรูปแบบที่ปรากฏขึ้น เพราะมีเหตุทาให้เกิด แล้วเราก็เรียกชื่อรูปแบบนั้นเพื่อให้สื่อสารกันได้ ชื่อจึงเป็นเพียงสมมุติ บัญญัติที่อาจเรียกต่างกันตามภาษาที่ต่างกัน รูปแบบก็เป็นเพียงรูปแบบในแต่ละช่วงเวลา ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของสิ่งใด ทุกสรรพสิ่งจึงเป็นเหตุและผลที่เกิดต่อเนื่องเป็นห่วงโซ่ร้อยต่อกัน เป็นวงกลม ไร้จุดเริ่มต้น ไร้จุดสิ้นสุด หาตัวตนที่แท้จริงไม่ได้ “ความไม่ใช่ตัวตน” จึงเป็นความเป็นธรรมดาของสรรพสิ่งที่หาความจิรังยั่งยืน ไม่ได้ มี “ความไม่เที่ยง” และ “ความเป็นทุกข์” เป็นธรรมดา แต่ความเป็นธรรมดากลับ กลายเป็นความไม่เป็นธรรมดา เพราะเราไม่เห็นตามความเป็นจริง เข้าไปสาคัญมั่นหมายว่า มันมีตัวตน มันใช่ตัวตน แล้วยึดมั่นสิ่งนั้นไว้ในใจในความคิดของเรา ไม่ยอมปล่อยสิ่งนั้นออกไป จากความยึดมั่นของเรา พระพุทธเจ้าทรงอาศัย “อนัตตา ความไม่ใช่ตัวตน” ความเป็นธรรมดานี้ เป็นกุญแจ ดอกสาคัญดอกเดียว ที่จะทาให้พุทธสาวกเกิดปัญญาและเปิดประตูเข้าไปสู่ความรู้แจ้ง แม้นว่า จะทรงตรัสคาสอนต่างๆมากมาย แต่สุดท้ายก็ชี้ลงที่ “อนัตตา” เพื่อให้ปล่อยวางความยึดมั่น ถือมั่น ปล่อยวางความเป็นตัวตน หากไม่เข้าใจความเป็นธรรมดาข้อนี้ ไม่มีทางอื่นที่ จะเข้าสู่พุทธภาวะได้ ทั้งในเถรวาทและมหายาน พระสูตรสาคัญในฝ่ายเถรวาทที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนเรื่อง “อนัตตา” มีหลายพระสูตร แต่ที่ชี้ตรงชัดเจนคือ “อนัตตลักขณสูตร” ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโปรดปัญจวัคคีย์จนบรรลุ อรหันต์ หลังจากที่ได้แสดง “พระธัมมจักกัปปวัตนสูตร” ส่วนพระสูตรสาคัญในฝ่ายมหายาน ก็มีหลายพระสูตรที่สอนเรื่อง “อนัตตา” หรือ “สุญญตา” เช่น “วัชรปรัชญาปารามิตาสูตร”, “วิมลเกียรตินิเทศสูตร”, “สูตรของเว่ยหล่าง” แต่ที่ชี้ตรงและถือเป็นหัวใจ ก็คือ “วัชร ปรัชญาปารามิตาหฤทัยสูตร” (ซิมเก็งหรือซินจิง)

“ไตรลักษณ์” คือ ความเป็นธรรมดา 3 ประการ ที่เป็นความจริงและเป็น ธรรมชาติของสรรพสิ่งและชีวิตทั้งปวง เป็นความเป็นธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา เพราะมี คุณค่าอย่างยิ่งต่อการดารงชีวิต และ เป็นบ่อเกิดแห่งวิทยาการทั้งปวง น่าเสียดายมาก หากเรามัวศึกษาวิทยาการต่างๆโดยไม่สนใจต้นน้า เมื่อใดที่ใจของเรา เข้าใจและเข้าถึง ความเป็นธรรมดาที่ไม่ธรรมดานี้ ใจของ เราก็จะเป็นอิสระ ไร้ขีดจากัด ชีวิตจะมีความสุขความเจริญที่เป็นธรรมดาๆ แต่เป็น ความสุขความเจริญที่แท้จริงและยั่งยืน

Add a comment

Related presentations

Related pages

เนชันสุดสัปดาห์ ...

คู่มือชีวิต. ไตรลักษณ์ ความเป็นธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา;
Read more

คาถาระลึกชาติ | Walailoo's Blog

ความเป็นธรรมดา ... ปัญญาไตรลักษณ์ ... 24: 25: 26: 27: 28: 29: 30: 31 :
Read more

Rombodhidharma.net ...

แต่ที่ไม่ธรรมดา ... Facebook#24; สัจ ... ใต้ร่มโพธิธรรม ไตรลักษณ์ ...
Read more

วิธีทำน้ำเต้าหู้ให้ ...

... ถั่วแล้วกรองไว้ตั้งแต่ตอน ... 2015 @ 03:14:35. ... ความเป็นธรรมดา ...
Read more

"บ๋อม โปเตโต้" เผยเหตุ ...

... ประมาณเดือนพฤศจิกายน ตอน ... (ไตรลักษณ์เลย ... 24 ก.ค. 2551, 03:14 น ...
Read more

ดาวเมือง: 2009-12-13

ถึงตอนนั้นน่าจะ ... ..24 ธันวาฯ ... คุณรติมา 089-814-2014 ...
Read more

PANTIP.COM : Y4686302 ...

... เท่ากับเมื่อตอนลง ... ที่ 24 สวัสดี ... คือ กฏไตรลักษณ์ ...
Read more

พระญาณวิสาลเถร (หา ...

... พันห้องนั้น สึกตอนอายุ ๙๒ ไปเอา ... 03:14 pm. ... ไตรลักษณ์ ...
Read more

PANTIP.COM : Y4679230 ...

... วัดธรรมกาย ตอน ... 24 ] ... ทะลายตามกฎไตรลักษณ์แห่ง ...
Read more