ข้อสอบความคิดสร้างสรรค์

67 %
33 %
Information about ข้อสอบความคิดสร้างสรรค์
Education

Published on September 11, 2014

Author: Pookpikschool

Source: slideshare.net

Description

ข้อสอบความคิดสร้างสรรค์

แบบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์ เรื่อง ระบบจานวนเต็ม

2 แบบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เรื่อง ระบบจานวนเต็ม คาชี้แจง 1. แบบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์ฉบับนี้ผู้วิจัยสร้างขึ้นโดยเน้น ความคิดสร้างสรรค์ทั้ง 4 องค์ประกอบ คือ 1. ความคิดคล่อง 2. ความคิดยืดหยุ่น 3. ความคิดริเริ่ม 4. ความคิดละเอียดลออ 2. แบบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์ฉบับนี้ เป็นแบบทดสอบที่เน้นให้ นักเรียนเขียนคาตอบได้อย่างอิสระเท่าที่นักเรียนสามารถจะตอบได้ 3 เวลาในการทาแบบทดสอบจานวน 5 ข้อ (ข้อละ 12 คะแนน) ใช้เวลา 1 ชั่วโมง 4. ให้นักเรียนเขียนชื่อ-สกุล และห้องลงในกระดาษคาตอบให้ชัดเจน 5. ถ้ากระดาษคาตอบไม่พอให้นักเรียนขอเพิ่มเติมได้อีก 6. ขอให้นักเรียนทาแบบทดสอบให้ครบทุกข้อ 7. หากมีปัญหาใดๆ โปรดสอบถามอาจารย์คุมสอบ 8. ขอขอบคุณในความร่วมมือ

3 แบบทดสอบวัดความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์ ข้อที่ 1 จากจานวนเต็มที่กาหนดให้ต่อไปนี้ 2 3 5 9 10 15 18 25 32 40 49 80 145 200 244 450 690 726 777 900 1533 2345 4500 4768 5900 7896 8888 9221 การดาเนินการ + -   ให้นักเรียนใช้จานวนเต็ม และการดาเนินการที่กาหนด เพื่อให้ได้คาตอบเป็น 500 โดยมีเงื่อนไขดังนี้ 1) ในแต่ละคาตอบสามารถใช้จานวนเต็มจานวนนัน้ๆได้เพียงครัง้เดียว 2) ถ้าได้คาตอบเป็น 500 พอดี ได้คะแนน 50 คะแนน 3) ถ้าได้คาตอบต่างจาก 500 อยู่ไม่เกิน 25 ได้คะแนน 20 คะแนน 4) ถ้าได้คาตอบต่างจาก 500 อยู่ไม่เกิน 50 ได้คะแนน 10 คะแนน 5) นักเรียนที่ผ่านข้อนีต้้องได้คะแนนรวม 300 คะแนนขึน้ไป ตัวอย่างที่ 1 88887896  902 9022  451 451 49  500 ตัวอย่างที่ 2 2002  400 400145  545 54540  505 ตัวอย่างที่ 3 777244  533 ได้ 50 คะแนน ได้ 20 คะแนน ได้ 10 คะแนน View slide

4 ตอบ วิธีคิดและคาตอบ คะแนนที่ได้ รวม View slide

5 เกณฑ์การประเมินความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์สาหรับข้อที่ 1. 1. ด้านความคิดคล่อง เกณฑ์การประเมินความคิดคล่องที่ผู้วิจัยประยุกต์ตามแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ สาหรับกรณีทั่วไป คือ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิดคล่อง ได้คาตอบ 1 คาตอบที่ ยังไม่สมบูรณ์ หรือยังไม่ สามารถนาไปใช้งานได้ ได้คาตอบที่เหมาะสม อย่างน้อย 1 คาตอบ หรือได้ความสัมพันธ์ ของคาถาม (หรือ จานวนตามเหมาะสม ของแต่ละสถานการณ์) ได้คาตอบที่เหมาะสม อย่างน้อย 2 คาตอบ หรือได้ความสัมพันธ์ ของคาถามเป็นอย่างดี (หรือจานวนตาม เหมาะสมของแต่ละ สถานการณ์) ได้คาตอบที่เหมาะสม หลายคาตอบหรือได้ ความสัมพันธ์ใหม่ของ คาตอบ (หรือจานวน ตามเหมาะสมของแต่ละ สถานการณ์) จากแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ และบริบทของสถานการณ์ในโจทย์ข้อนี้ ผู้วิจัย ปรับเกณฑ์โดยถอดความ และขยายความ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิดคล่อง ได้คาตอบ 1 คาตอบที่ ยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้ คะแนน หรือไม่ สามารถคิดหาคาตอบ ได้เลย หรือได้คะแนน รวม 0 -50 คะแนน ได้คะแนนรวม 60 -150 คะแนน ได้คะแนนรวม 160 -250 คะแนน ได้คะแนนรวม 260-300 คะแนน

6 2. ด้านความคิดยืดหยุ่น เกณฑ์การประเมินความคิดยืดหยุ่นที่ผู้วิจัยประยุกต์ตามแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ สาหรับกรณีทั่วไป คือ เกณฑ์ ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิด ยืดหยุ่น ไม่สามารถหาวิธี คิดตาม สถานการณ์ที่ กาหนดได้เลย หรือวิธีคิดที่ หามายังไม่ ถูกต้อง ไม่สามารถใช้ได้ จริง หรือไม่ เหมาะสมกับ สถานการณ์ หาวิธีคิดตามสถานการณ์ที่ กาหนดได้ โดยทุกข้อคาถาม ใช้วิธีเดียวกัน เช่น ใช้วิธีการ นับต่อ ตาราง การวาดผัง การพิจารณาจากกราฟ สมการพีชคณิต การแทนค่า การเขียนแบบจาลองความคิด หรือวิธีคิดแบบอื่น ซึ่งสามารถจัดเป็นกลุ่ม แนวคิดได้เพียง 1 กลุ่มแนวคิด หาวิธีคิดตามสถานการณ์ที่ กาหนดได้อย่างน้อย 2 วิธี เช่น ใช้วิธีการนับต่อ ตาราง การวาดผัง การพิจารณาจากกราฟ สมการพีชคณิต การแทนค่า การเขียน แบบจาลองความคิด หรือ วิธีคิดแบบอื่น ซึ่งสามารถ จัดเป็นกลุ่มแนวคิดได้ 2 กลุ่มแนวคิด หาวิธีคิดตามสถานการณ์ที่ กาหนดได้ โดยใช้วิธี หลากหลาย เช่น ใช้วิธีการ นับต่อ ตาราง การวาดผัง การพิจารณาจากกราฟ สมการพีชคณิต การแทนค่า การเขียนแบบจาลอง ความคิด หรือวิธีคิดแบบอื่น ซึ่งสามารถจัดเป็นกลุ่ม แนวคิดได้หลายกลุ่ม และ เลือกใช้ได้อย่างหลากหลาย จากแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ และบริบทของสถานการณ์ในโจทย์ข้อนี้ ผู้วิจัย ปรับเกณฑ์โดยถอดความ และขยายความ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ เกณฑ์ ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิด ยืดหยุ่น ไม่สามารถคิด หาคาตอบที่ อยู่ในเกณฑ์ที่ จะได้คะแนน ได้เลย คิดหาคาตอบที่อยู่ ในเกณฑ์ที่จะได้ คะแนน โดยมี รูปแบบในการคิด 1 รูปแบบ เช่น หาวิธีคานวณให้ ได้คาตอบที่อยู่ใน เกณฑ์ที่จะได้ คะแนน แล้วจึง เปลี่ยนจานวน เพียงหนึ่งจานวน ในชุดจานวนนั้น โดยใช้ การดาเนินการ ชุดเดิมให้ได้ คาตอบใหม่ซึ่ง ยังคงอยู่ในช่วงที่ จะได้คะแนน คิดหาคาตอบที่อยู่ในเกณฑ์ที่ จะได้คะแนน โดยมีรูปแบบ ในการคิด 2 รูปแบบ เช่น รูปแบบที่ 1 หาวิธีคานวณให้ ได้คาตอบที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะ ได้คะแนน แล้วจึงเปลี่ยน จานวนเพียงหนึ่งจานวนใน ชุดจานวนนั้นโดยใช้ การดาเนินการชุดเดิมให้ได้ คาตอบใหม่ซึ่งยังคงอยู่ในช่วง ที่จะได้คะแนน รูปแบบที่ 2 หาวิธีคานวณให้ได้คาตอบที่ อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้คะแนน แล้วจึงเพิ่มจานวนบางจานวน โดยใช้การบวกหรือลบเพื่อให้ ได้คาตอบใหม่ซึ่งยังคงอยู่ ในช่วงที่จะได้คะแนน คิดหาคาตอบที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้ คะแนน โดยมีรูปแบบในการคิด หลากหลายรูปแบบ คือ ตั้งแต่ 3 รูปแบบขึ้นไป เช่น รูปแบบที่ 1 หาวิธี คานวณให้ได้คาตอบที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะ ได้คะแนน แล้วจึงเปลี่ยนจานวนเพียง หนึ่งจานวนในชุดจานวนนั้นโดยใช้ การดาเนินการชุดเดิมให้ได้คาตอบใหม่ ซึ่งยังคงอยู่ในช่วงที่จะได้คะแนน รูปแบบที่ 2 หาวิธีคานวณให้ได้คาตอบที่ อยู่ในเกณฑ์ที่จะได้คะแนน แล้วจึงเพิ่ม จานวนบางจานวนโดยใช้การบวกหรือลบ เพื่อให้ได้คาตอบใหม่ซึ่งยังคงอยู่ในช่วงที่ จะได้คะแนน รูปแบบที่ 3 หาวิธี คานวณให้ได้คาตอบที่อยู่ในเกณฑ์ที่จะ ได้คะแนน แล้วจึงเปลี่ยนการดาเนินการ ย่อยในชุดของการดาเนินซึ่งยังคงได้ คาตอบเท่าเดิม หรือแต่ละคาตอบใช้ รูปแบบที่แตกต่างกันทั้งหมด

7 หมายเหตุ ตัวอย่างการคิด เช่น รูปแบบที่ 1 777200  577 777244  533 รูปแบบที่ 2  15102  200  500 15102  2003  503 รูปแบบที่ 3      10 40 500 10 25         10 40 500 10 1510    เปลี่ยนจานวนเพียงหนึ่งจานวนในชุดจานวนนัน้โดยใช้การดาเนินการ ชุดเดิมให้ได้คาตอบใหม่ซงึ่ยังคงอยู่ในช่วงที่จะได้คะแนน เพิ่มจานวนบางจานวนโดยใช้การบวกหรือลบเพื่อให้ ได้คาตอบใหม่ซงึ่ยังคงอยู่ในช่วงที่จะได้คะแนน เปลี่ยนการดาเนินการย่อยในชุดของการดาเนินซึ่งยังคงได้ คาตอบเท่าเดิม

8 3. ด้านความคิดริเริ่ม เกณฑ์การประเมินความคิดริเริ่มที่ผู้วิจัยประยุกต์ตามแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ สาหรับกรณีทั่วไป คือ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิดริเริ่ม ไม่สามารถคิดวิธีหา คาตอบที่แตกต่างจาก วิธีคิดทั่วไปตาม สถานการณ์ที่ กาหนดให้ได้ หรือมี ร่องรอยในการหาวิธีคิด ที่แตกต่างจากวิธีคิด ทั่วไป แต่ไม่สามารถใช้ หาคาตอบได้ คิดวิธีที่จะนาไปหา คาตอบในสถานการณ์ ที่กาหนดได้ แต่เป็นวิธี ที่ค่อนข้างธรรมดา คือ มีนักเรียนในห้องใช้ ตั้งแต่ 6% ขึ้นไป คิดวิธีหาคาตอบได้ ซึ่ง เป็นวิธีที่น่าสนใจ และ เลือกใช้หลักการทาง คณิตศาสตร์ที่ เหมาะสม โดยอาจซ้า กับนักเรียนคนอื่นบ้าง เล็กน้อย คือ 3-5% ของนักเรียนในห้อง คิดวิธีหาคาตอบได้ ถูกต้อง โดยเลือกใช้ หลักการทาง คณิตศาสตร์ได้อย่าง เหมาะสม โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็น วิธีที่ใช้ความรอบรู้ใน การคิดและมีนักเรียน เพียง 1-2 คนที่ใช้วิธีนี้ หรือ 1-2% ของ นักเรียนในห้อง จากแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ และบริบทของสถานการณ์ในโจทย์ข้อนี้ ผู้วิจัย ปรับเกณฑ์โดยถอดความ และขยายความ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิดริเริ่ม ไม่สามารถคิดหา คาตอบที่อยู่ในเกณฑ์ที่ จะได้คะแนนได้เลย คิดหาคาตอบที่อยู่ใน เกณฑ์ที่จะได้คะแนนได้ แต่เป็นแนวคิด ในการหาคาตอบที่ ค่อนข้างธรรมดา คือ มีนักเรียนในห้องใช้ ตั้งแต่ 6% ขึ้นไป เช่น นาจานวนสองจานวน มาบวกกัน คิดหาคาตอบที่อยู่ใน เกณฑ์ที่จะได้คะแนนได้ ซึ่งไม่ค่อยมีคนนา แนวคิดในการหา คาตอบนั้นมาใช้ หรือ ถ้ามีคนใช้ก็เป็นส่วน น้อย คือ 3-5% ของ นักเรียนในห้อง คิดหาคาตอบที่อยู่ใน เกณฑ์ที่จะได้คะแนนได้ โดดเด่น แปลก แตกต่างจากคนอื่นมา ใช้ในการคิดหาคาตอบ ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ ความรอบรู้ในการคิด และมีนักเรียนเพียง 1 หรือ 2 คนที่ใช้วิธีนี้ หรือ 1-2% ของ นักเรียนในห้อง

9 4. ด้านความคิดละเอียดลออ เกณฑ์การประเมินความคิดละเอียดลออที่ผู้วิจัยประยุกต์ตามแนวคิดของทอแรนซ์ และเชฟฟิวด์ สาหรับกรณีทั่วไป คือ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิด ละเอียดลออ ไม่สามารถแก้ปัญหา จากสถานการณ์ที่ กาหนดได้เลย หรือ อธิบายวิธีคิดแก้ปัญหา โดยใช้ความสัมพันธ์ แบบรูป กฎ หลักการ หรือสมการไม่ เหมาะสมกับเงื่อนไข ของแบบรูป อธิบายวิธีคิดในการหา กฎ หลักการของ แบบรูป หรือสมการใน การแก้ปัญหาได้บ้าง เล็กน้อย แต่ยังไม่ ชัดเจนในบางประเด็น อธิบายวิธีคิด ในการแก้ปัญหาจาก สถานการณ์ที่กาหนด โดยใช้กฎ หลักการ ของแบบรูป หรือ สมการได้อย่างชัดเจน โดยใช้เนื้อหาทาง คณิตศาสตร์ที่ เหมาะสม อธิบายวิธีแก้ปัญหา จากสถานการณ์ที่ กาหนดโดยกล่าวถึงวิธี คิดในการหา ความสัมพันธ์ กฎ หลักการของ แบบรูป ได้อย่างชัดเจน กระชับ ถ้วนถี่ และวิธีนั้นๆ ใช้ การได้ดี หรือสามารถ อธิบายเป็นกราฟ แบบจาลองความคิด หรือสมการได้โดยใช้ เนื้อหาทางคณิตศาสตร์ ที่เหมาะสม จากแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ และบริบทของสถานการณ์ในโจทย์ข้อนี้ ผู้วิจัย ปรับเกณฑ์โดยถอดความ และขยายความ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิด ละเอียดลออ ไม่สามารถคิดหา คาตอบที่อยู่ในเกณฑ์ที่ จะได้คะแนนได้เลย หาคาตอบที่อยู่ใน เกณฑ์ที่จะได้คะแนน แต่คะแนนรวม ยังไม่ผ่าน ซึ่งเกิดจาก ระบบการคิด เช่น หาคาตอบเฉพาะที่ได้ คะแนนสูงสุด คือ 50 คะแนน หาคาตอบที่อยู่ใน เกณฑ์ที่จะได้คะแนน โดยจัดระบบการคิดได้ ค่อนข้างเป็นระบบ และใช้การดาเนินการ ทางคณิตศาสตร์ที่ เหมาะสม หาคาตอบที่อยู่ในเกณฑ์ ที่จะได้คะแนน โดย จัดระบบการคิดได้อย่าง เป็นระบบ แสดงถึง การวางแผนในการคิด อธิบายชัดเจน กระชับ ถ้วนถี่ และใช้ การดาเนินการทาง คณิตศาสตร์ที่เหมาะสม -

10 ข้อที่ 2. นักเรียนได้รับมอบหมายให้ออกแบบกิจกรรมเส้นทางวิบาก ซึ่งเป็นกิจกรรมในค่าย คณิตศาสตร์ของโรงเรียน ระยะทางทั้งหมดที่ใช้ในกิจกรรมเส้นทางวิบากนี้ต้องอยู่ระหว่าง 100 เมตร และ 150 เมตร แต่ละกิจกรรมฐานย่อยจะอยู่ติดกัน กิจกรรมฐานย่อยที่คณะกรรมการจัด ค่ายคณิตศาสตร์ประชุมพิจารณาในขั้นเบื้องต้นเพื่อบรรจุในกิจกรรมเส้นทางวิบากแสดงเป็น ตารางสรุปกิจกรรมฐานย่อยและระยะทางที่ใช้มีดังนี้ ตัวอย่าง จุดเริ่มต้น กิจกรรมที่ 1 กิจกรรมที่ 2 กิจกรรมที่ 3 กิจกรรมอื่นๆ จุดสิ้นสุด รายการกิจกรรมฐานย่อยมีดังนี้ กิจกรรมฐานย่อย ระยะทางที่ใช้ 1. กระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง 8 เมตร 2. ปีนกาแพง 7 เมตร 3. กลิ้งลูกกอล์ฟลงหลุม 12 เมตร 4. คลานลอดตาข่ายเชือก 23 เมตร 5. ไต่เชือก 31 เมตร 6. วิ่งซิกแซกหลบสิ่งกีดขวาง 17 เมตร 7. วิ่งลุยโคลน 22 เมตร 8. ปีนล้อยางรถ 24 เมตร 9. ปาบอลเข้าห่วง 18 เมตร 10. เดินถอยหลัง 25 เมตร

11 ให้นักเรียนใช้กิจกรรมฐานย่อยในตารางเขียนเป็นกิจกรรมเส้นทางวิบากตามระยะทางที่ กาหนดพร้อมอธิบายแนวคิด ให้ได้หลายวิธีมากที่สุด (เส้นทางวิบากที่มีกิจกรรมฐานย่อย เหมือนกันแต่สลับลาดับก่อนหลังของกิจกรรมจัดว่าเป็นเส้นทางวิบากเดียวกัน) วิธีคิด กิจกรรมฐานย่อยที่เลือกพร้อมอธิบายแนวคิด ระยะทางรวมที่ใช้

12 เกณฑ์การประเมินความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์สาหรับข้อที่ 2. 1. ด้านความคิดคล่อง เกณฑ์การประเมินความคิดคล่องที่ผู้วิจัยประยุกต์ตามแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ สาหรับกรณีทั่วไป คือ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิดคล่อง ได้คาตอบ 1 คาตอบที่ ยังไม่สมบูรณ์ หรือยังไม่ สามารถนาไปใช้งานได้ ได้คาตอบที่เหมาะสม อย่างน้อย 1 คาตอบ หรือได้ความสัมพันธ์ ของคาถาม (หรือ จานวนตามเหมาะสม ของแต่ละสถานการณ์) ได้คาตอบที่เหมาะสม อย่างน้อย 2 คาตอบ หรือได้ความสัมพันธ์ ของคาถามเป็นอย่างดี (หรือจานวนตาม เหมาะสมของแต่ละ สถานการณ์) ได้คาตอบที่เหมาะสม หลายคาตอบหรือได้ ความสัมพันธ์ใหม่ของ คาตอบ (หรือจานวน ตามเหมาะสมของแต่ละ สถานการณ์) จากแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ และบริบทของสถานการณ์ในโจทย์ข้อนี้ ผู้วิจัย ปรับเกณฑ์โดยถอดความ และขยายความ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิดคล่อง ได้เส้นทางวิบาก 1 เส้นทางที่ระยะทางยังไม่ อยู่ในช่วงที่กาหนด หรือไม่สามารถจัด เส้นทางวิบากได้เลย ได้เส้นทางวิบากที่ ระยะทางอยู่ในช่วงที่ กาหนด 1-2 เส้นทาง ได้เส้นทางวิบากที่ ระยะทางอยู่ในช่วงที่ กาหนด 3-5 เส้นทาง ได้เส้นทางวิบากที่ ระยะทางอยู่ในช่วงที่ กาหนดหลายเส้นทาง คือ ตั้งแต่ 6 เส้นทาง ขึ้นไป

13 2. ด้านความคิดยืดหยุ่น เกณฑ์การประเมินความคิดยืดหยุ่นที่ผู้วิจัยประยุกต์ตามแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ สาหรับกรณีทั่วไป คือ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิด ยืดหยุ่น ไม่สามารถหาวิธีคิด ตามสถานการณ์ที่ กาหนดได้เลย หรือ วิธีคิดที่หามายังไม่ ถูกต้อง ไม่สามารถ ใช้ได้จริง หรือไม่ เหมาะสมกับ สถานการณ์ หาวิธีคิดตาม สถานการณ์ที่กาหนด ได้ โดยทุกข้อคาถาม ใช้วิธีเดียวกัน เช่น ใช้ วิธีการนับต่อ ตาราง การวาดผัง การพิจารณาจากกราฟ สมการพีชคณิต การแทนค่า การเขียน แบบจาลองความคิด หรือวิธีคิดแบบอื่น ซึ่งสามารถจัดเป็นกลุ่ม แนวคิดได้เพียง 1 กลุ่มแนวคิด หาวิธีคิดตาม สถานการณ์ที่กาหนด ได้อย่างน้อย 2 วิธี เช่น ใช้วิธีการนับต่อ ตาราง การวาดผัง การพิจารณาจากกราฟ สมการพีชคณิต การแทนค่า การเขียน แบบจาลองความคิด หรือวิธีคิดแบบอื่น ซึ่ง สามารถจัดเป็นกลุ่ม แนวคิดได้ 2 กลุ่ม แนวคิด หาวิธีคิดตาม สถานการณ์ที่กาหนด ได้ โดยใช้วิธี หลากหลาย เช่น ใช้ วิธีการ นับต่อ ตาราง การวาดผัง การพิจารณาจากกราฟ สมการพีชคณิต การแทนค่า การเขียน แบบจาลองความคิด หรือวิธีคิดแบบอื่น ซึ่ง สามารถจัดเป็นกลุ่ม แนวคิดได้หลายกลุ่ม และเลือกใช้ได้อย่าง หลากหลาย

14 จากแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ และบริบทของสถานการณ์ในโจทย์ข้อนี้ ผู้วิจัย ปรับเกณฑ์โดยถอดความ และขยายความ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ เกณฑ์ ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิด ยืดหยุ่น ไม่สามารถเขียน เส้นทางวิบากที่ ระยะทางอยู่ ในช่วงที่กาหนด ได้เลย เขียนเส้นทางวิบากที่ ระยะทางอยู่ในช่วงที่ กาหนดได้ โดยสามารถ จัดเป็นระบบการคิดได้ 1 ระบบ เช่น คิด เส้นทางวิบากได้ 1 เส้นทางที่ระยะทางพอดี 100 เมตร แล้วเพิ่ม กิจกรรมฐานย่อยอีกครั้ง ละ 1 ฐาน เพื่อใช้เป็น เส้นทางใหม่ที่ระยะทาง ไม่เกิน 150 เมตร เขียนเส้นทางวิบากที่ ระยะทางอยู่ในช่วงที่กาหนด ได้ โดยสามารถจัดเป็นระบบ การคิดได้ 2 ระบบ เช่น ระบบที่ 1 คิดเส้นทางวิบาก ได้ 1 เส้นทางที่ระยะทาง พอดี 100 เมตร แล้วเพิ่ม กิจกรรมฐานย่อยอีกครั้งละ 1 ฐาน เพื่อใช้เป็นเส้นทาง ใหม่ที่ระยะทางไม่เกิน 150 เมตร ระบบที่ 2 จับกลุ่ม กิจกรรมเป็นกลุ่มย่อยๆแล้ว บวกสับเปลี่ยนกลุ่มกัน เพื่อให้ระยะทางรวมเป็น 100 -150 เมตร เขียนเส้นทางวิบากที่ระยะทาง อยู่ในช่วงที่กาหนดได้ โดย สามารถจัดเป็นระบบการคิดได้ หลากหลายระบบ คือ ตั้งแต่ 3 ระบบขึ้นไป เช่น ระบบที่ 1 คิดเส้นทางวิบากได้ 1 เส้นทาง ที่ระยะทางพอดี 100 เมตร แล้วเพิ่มกิจกรรมฐานย่อยอีก ครั้งละ 1 ฐาน เพื่อใช้เป็น เส้นทางใหม่ที่ระยะทางไม่เกิน 150 เมตร ระบบที่ 2 จับกลุ่ม กิจกรรมเป็นกลุ่มย่อยๆแล้วบวก สับเปลี่ยนกลุ่มกัน เพื่อให้ ระยะทางรวมเป็น 100 -150 เมตร ระบบที่ 3หาเส้นทาง วิบากมาหนึ่งเส้นทางแล้วเปลี่ยน กิจกรรมฐานย่อย 1 กิจกรรมให้ เป็นเส้นทางใหม่ หมายเหตุ ตัวอย่างระบบการคิด ระบบที่ 1 คิดเส้นทางวิบากได้ 1 เส้นทางที่ระยะทางพอดี 100 เมตร แล้วเพิ่มกิจกรรมฐาน ย่อยอีกครั้งละ 1 ฐาน เพื่อใช้เป็นเส้นทางใหม่ที่ระยะทางไม่เกิน 150 เมตร เช่น 1) กระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง กลิ้งลูกกอล์ฟลงหลุม คลานลอดตาข่ายเชือก วิ่งซิกแซก หลบสิ่งกีดขวาง วิ่งลุยโคลน และปาบอลเข้าห่วง ระยะทางรวมเป็น 8 + 12 + 23 + 17 + 33 + 18 = 100 เมตร 2) กระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง กลิ้งลูกกอล์ฟลงหลุม คลานลอดตาข่ายเชือก วิ่งซิกแซก หลบสิ่งกีดขวาง วิ่งลุยโคลน ปาบอลเข้าห่วง และปีนกำแพง ระยะทางรวมเป็น 8 + 12 + 23 + 17 + 33 + 18 +7 = 107 เมตร 3) กระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง กลิ้งลูกกอล์ฟลงหลุม คลานลอดตาข่ายเชือก วิ่งซิกแซก หลบสิ่งกีดขวาง วิ่งลุยโคลน ปาบอลเข้าห่วง ปีนกำแพง และไต่เชือก ระยะทางรวมเป็น 8 + 12 + 23 + 17 + 33 + 18 +7+31 = 138 เมตร

15 ระบบที่ 2 จับกลุ่มกิจกรรมเป็นกลุ่มย่อยๆแล้วบวกสับเปลี่ยนกลุ่มกัน เพื่อให้ระยะทางรวมเป็น 100 -150 เมตร เช่น กลุ่มย่อยที่ 1 คลานลอดตาข่ายเชือก และวิ่งซิกแซกหลบสิ่งกีดขวาง ระยะทางรวม 40 เมตร กลุ่มย่อยที่ 2 วิ่งลุยโคลน และปาบอลเข้าห่วง ระยะทางรวม 40 เมตร กลุ่มย่อยที่ 3 ปีนกาแพง และไต่เชือก ระยะทางรวม 38 เมตร กลุ่มย่อยที่ 4 ปีนล้อยางรถ และกลิ้งลูกกอล์ฟลงหลุม ระยะทางรวม 36 เมตร กลุ่มย่อยที่ 5 กระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง และเดินถอยหลัง ระยะทางรวม 33 เมตร จากนั้นเลือกกลุ่มย่อยมาครั้งละ 3 กลุ่มย่อยทาเป็นเส้นทางวิบาก ระบบที่ 3 หาเส้นทางวิบากมาหนึ่งเส้นทางแล้วเปลี่ยนกิจกรรมฐานย่อย 1 กิจกรรม เช่น 1) คลานลอดตาข่ายเชือก กระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง กลิ้งลูกกอล์ฟลงหลุม วิ่งซิกแซก หลบสิ่งกีดขวาง วิ่งลุยโคลน ปาบอลเข้าห่วง และปีนกาแพง ระยะทางรวมเป็น 23 + 8 + 12 + 17 + 33 + 18 +7 = 107 เมตร 2) เดินถอยหลัง กระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง กลิ้งลูกกอล์ฟลงหลุม วิ่งซิกแซก หลบสิ่งกีด ขวาง วิ่งลุยโคลน ปาบอลเข้าห่วง และปีนกาแพง ระยะทางรวมเป็น 25 + 8 + 12 + 17 + 33 + 18 +7 = 109 เมตร 3) ไต่เชือก กระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง กลิ้งลูกกอล์ฟลงหลุม วิ่งซิกแซก หลบสิ่งกีดขวาง วิ่งลุยโคลน ปาบอลเข้าห่วง และปีนกาแพง ระยะทางรวมเป็น 31 + 8 + 12 + 17 + 33 + 18 +7 = 115 เมตร

16 3. ด้านความคิดริเริ่ม เกณฑ์การประเมินความคิดริเริ่มที่ผู้วิจัยประยุกต์ตามแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ สาหรับกรณีทั่วไป คือ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิดริเริ่ม ไม่สามารถคิดวิธีหา คาตอบที่แตกต่างจาก วิธีคิดทั่วไปตาม สถานการณ์ที่ กาหนดให้ได้ หรือมี ร่องรอยในการหาวิธีคิด ที่แตกต่างจากวิธีคิด ทั่วไป แต่ไม่สามารถใช้ หาคาตอบได้ คิดวิธีที่จะนาไปหา คาตอบในสถานการณ์ ที่กาหนดได้ แต่เป็นวิธี ที่ค่อนข้างธรรมดา คือ มีนักเรียนในห้องใช้ ตั้งแต่ 6% ขึ้นไป คิดวิธีหาคาตอบได้ ซึ่ง เป็นวิธีที่น่าสนใจ และ เลือกใช้หลักการทาง คณิตศาสตร์ที่ เหมาะสม โดยอาจซ้า กับนักเรียนคนอื่นบ้าง เล็กน้อย คือ 3-5% ของนักเรียนในห้อง คิดวิธีหาคาตอบได้ ถูกต้อง โดยเลือกใช้ หลักการทาง คณิตศาสตร์ได้อย่าง เหมาะสม โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็น วิธีที่ใช้ความรอบรู้ใน การคิดและมีนักเรียน เพียง 1-2 คนที่ใช้วิธีนี้ หรือ 1-2% ของ นักเรียนในห้อง จากแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ และบริบทของสถานการณ์ในโจทย์ข้อนี้ ผู้วิจัย ปรับเกณฑ์โดยถอดความ และขยายความ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิดริเริ่ม ไม่สามารถเขียน เส้นทาง วิบากที่ ระยะทางอยู่ในช่วงที่ กาหนดได้เลย เขียนเส้นทางวิบากที่ ระยะทางอยู่ในช่วงที่ กาหนดได้ แต่เป็น แนวคิดในการเขียน เส้นทางที่ค่อนข้าง ธรรมดา คือ มี นักเรียนในห้องใช้ตั้งแต่ 6% ขึ้นไป เขียนเส้นทางวิบากที่ ระยะทางอยู่ในช่วงที่ กาหนดได้ ซึ่งไม่ค่อยมี คนนาแนวคิดใน การเขียนเส้นทางวิบาก นั้นมาใช้ หรือถ้ามีคน ใช้ก็เป็นส่วนน้อย คือ 3-5% ของนักเรียนใน ห้อง เขียนเส้นทางวิบากที่ ระยะทางอยู่ในช่วงที่ กาหนดได้โดดเด่น แปลกแตกต่างจาก คนอื่นมาใช้ใน การเขียนเส้นทางวิบาก ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ ความรอบรู้ในการคิด และมีนักเรียนเพียง 1-2 คน ที่ใช้วิธีนี้ หรือ 1-2% ของนักเรียนใน ห้อง

17 4. ด้านความคิดละเอียดลออ เกณฑ์การประเมินความคิดละเอียดลออที่ผู้วิจัยประยุกต์ตามแนวคิดของทอแรนซ์ และเชฟฟิวด์ สาหรับกรณีทั่วไป คือ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิด ละเอียดลออ ไม่สามารถแก้ปัญหา จากสถานการณ์ที่ กาหนดได้เลย หรือ อธิบายวิธีคิดแก้ปัญหา โดยใช้ความสัมพันธ์ แบบรูป กฎ หลักการ หรือสมการไม่ เหมาะสมกับเงื่อนไข ของแบบรูป อธิบายวิธีคิดในการหา กฎ หลักการของ แบบรูป หรือสมการใน การแก้ปัญหาได้บ้าง เล็กน้อย แต่ยังไม่ ชัดเจนในบางประเด็น อธิบายวิธีคิด ในการแก้ปัญหาจาก สถานการณ์ที่กาหนด โดยใช้กฎ หลักการ ของแบบรูป หรือ สมการได้อย่างชัดเจน โดยใช้เนื้อหาทาง คณิตศาสตร์ที่ เหมาะสม อธิบายวิธีแก้ปัญหา จากสถานการณ์ที่ กาหนดโดยกล่าวถึงวิธี คิดในการหา ความสัมพันธ์ กฎ หลักการของ แบบรูป ได้อย่างชัดเจน กระชับ ถ้วนถี่ และวิธีนั้นๆ ใช้ การได้ดี หรือสามารถ อธิบายเป็นกราฟ แบบจาลองความคิด หรือสมการได้โดยใช้ เนื้อหาทางคณิตศาสตร์ ที่เหมาะสม จากแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ และบริบทของสถานการณ์ในโจทย์ข้อนี้ ผู้วิจัย ปรับเกณฑ์โดยถอดความ และขยายความ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิด ละเอียดลออ ไม่สามารถเขียน เส้นทางวิบากที่ ระยะทางอยู่ในช่วงที่ กาหนดได้เลย หรือ เขียนเส้นทางวิบากได้ แต่ระยะทางไม่อยู่ ในช่วงที่กาหนด อธิบายระบบแนวคิดใน การเขียนเส้นทางวิบาก ที่ระยะทางอยู่ในช่วงที่ กาหนดได้บางระบบ แนวคิด และยังไม่ ชัดเจนในบางประเด็น หรือเขียนเส้นทางวิบาก อย่างไม่เป็นระบบ อธิบายระบบแนวคิด ในการเขียนเส้นทาง วิบากที่ระยะทางอยู่ ในช่วงที่กาหนดได้ อย่างชัดเจน โดยใช้ เนื้อหา และแนวคิด ทางคณิตศาสตร์ที่ เหมาะสม อธิบายระบบแนวคิดใน การเขียนเส้นทางวิบาก ที่ระยะทางอยู่ในช่วงที่ กาหนดได้อย่างชัดเจน กระชับ ถ้วนถี่ หรือ สามารถอธิบายเป็น กราฟ แบบจาลอง ความคิด หรือสมการได้ โดยใช้เนื้อหาและ แนวคิดทาง คณิตศาสตร์ที่เหมาะสม

18 ข้อที่ 3. ให้นักเรียนหาจานวนมาเติมลงในตาราง แล้วทาให้ผลลัพธ์ในแนวตั้ง แนวนอน และ แนวทแยงมุมมีค่าเท่ากันมาให้ได้หลายรูปแบบมากที่สุด พร้อมทั้งอธิบายแนวคิด ตัวอย่าง หมายเหตุ ตารางที่สลับแถวกับคอลัมน์ ตารางที่สลับแถวบนสุดกับแถวล่างสุด และตารางที่สลับ ซ้ายกับขวาจัดเป็นตารางรูปแบบเดียวกัน ตอบ รูปแบบที่ 1 รูปแบบที่ 2 รูปแบบที่ 3 รูปแบบที่ 4 รูปแบบที่ 5 รูปแบบที่ 6 รูปแบบที่ 7 รูปแบบที่ 8 รูปแบบที่ 9 อธิบายแนวคิด .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................. 9 1 6 5 6 7 4 11 13

19 เกณฑ์การประเมินความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์สาหรับข้อที่ 3. 1. ด้านความคิดคล่อง เกณฑ์การประเมินความคิดคล่องที่ผู้วิจัยประยุกต์ตามแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ สาหรับกรณีทั่วไป คือ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิดคล่อง ได้คาตอบ 1 คาตอบที่ ยังไม่สมบูรณ์ หรือยังไม่ สามารถนาไปใช้งานได้ ได้คาตอบที่เหมาะสม อย่างน้อย 1 คาตอบ หรือได้ความสัมพันธ์ ของคาถาม (หรือ จานวนตามเหมาะสม ของแต่ละสถานการณ์) ได้คาตอบที่เหมาะสม อย่างน้อย 2 คาตอบ หรือได้ความสัมพันธ์ ของคาถามเป็นอย่างดี (หรือจานวนตาม เหมาะสมของแต่ละ สถานการณ์) ได้คาตอบที่เหมาะสม หลายคาตอบหรือได้ ความสัมพันธ์ใหม่ของ คาตอบ (หรือจานวน ตามเหมาะสมของแต่ละ สถานการณ์) จากแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ และบริบทของสถานการณ์ในโจทย์ข้อนี้ ผู้วิจัย ปรับเกณฑ์โดยถอดความ และขยายความ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิดคล่อง สร้างตารางได้ 1 รูปแบบที่ยังไม่สมบูรณ์ เช่น เมื่อคานวณ ผลรวมมีบางแถวที่ไม่ เท่ากับแถวอื่น หรือไม่สามารถสร้าง ตารางได้ สร้างตารางได้ถูกต้อง 1-3 รูปแบบ สร้างตารางได้ถูกต้อง 4-6 รูปแบบ สร้างตารางได้หลาย รูปแบบ คือ ตั้งแต่ 7 รูปแบบขึ้นไป

20 2. ด้านความคิดยืดหยุ่น เกณฑ์การประเมินความคิดยืดหยุ่นที่ผู้วิจัยประยุกต์ตามแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ สาหรับกรณีทั่วไป คือ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิด ยืดหยุ่น ไม่สามารถหาวิธีคิด ตามสถานการณ์ที่ กาหนดได้เลย หรือ วิธีคิดที่หามายังไม่ ถูกต้อง ไม่สามารถ ใช้ได้จริง หรือไม่ เหมาะสมกับ สถานการณ์ หาวิธีคิดตาม สถานการณ์ที่กาหนด ได้ โดยทุกข้อคาถาม ใช้วิธีเดียวกัน เช่น ใช้ วิธีการนับต่อ ตาราง การวาดผัง การพิจารณาจากกราฟ สมการพีชคณิต การแทนค่า การเขียน แบบจาลองความคิด หรือวิธีคิดแบบอื่น ซึ่งสามารถจัดเป็นกลุ่ม แนวคิดได้เพียง 1 กลุ่มแนวคิด หาวิธีคิดตาม สถานการณ์ที่กาหนด ได้อย่างน้อย 2 วิธี เช่น ใช้วิธีการนับต่อ ตาราง การวาดผัง การพิจารณาจากกราฟ สมการพีชคณิต การแทนค่า การเขียน แบบจาลองความคิด หรือวิธีคิดแบบอื่น ซึ่ง สามารถจัดเป็นกลุ่ม แนวคิดได้ 2 กลุ่ม แนวคิด หาวิธีคิดตาม สถานการณ์ที่กาหนด ได้ โดยใช้วิธี หลากหลาย เช่น ใช้ วิธีการ นับต่อ ตาราง การวาดผัง การพิจารณาจากกราฟ สมการพีชคณิต การแทนค่า การเขียน แบบจาลองความคิด หรือวิธีคิดแบบอื่น ซึ่ง สามารถจัดเป็นกลุ่ม แนวคิดได้หลายกลุ่ม และเลือกใช้ได้อย่าง หลากหลาย จากแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ และบริบทของสถานการณ์ในโจทย์ข้อนี้ ผู้วิจัย ปรับเกณฑ์โดยถอดความ และขยายความ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ เกณฑ์ ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิด ยืดหยุ่น ไม่สามารถ สร้างตาราง ได้เลย สร้างตารางได้ ถูกต้องซึ่งทุกตาราง ใช้แนวคิดเดียวกัน เช่น การลองผิด ลองถูกหาวิธีคานวณ ให้ได้ตารางมา 1 รูปแบบ แล้วจึงนา ค่าคงที่ตัวหนึ่ง มาคูณหรือหาร จานวนทุกจานวนใน ตารางนั้น สร้างตารางได้ถูกต้องโดยมี แนวคิดในการสร้างตาราง 2 แนวคิด เช่น การลองผิด ลองถูกหาวิธีคานวณให้ได้ ตารางมา 1 รูปแบบ แล้วจึง นาค่าคงที่ตัวหนึ่งมาคูณหรือ หารจานวนทุกจานวนใน ตารางนั้น แนวคิดในการ กาหนดผลรวมแล้วแจกแจง จานวนในตาราง แนวคิด การให้ทุกจานวนในตารางมี ค่าเท่ากัน สร้างตารางได้ถูกต้องโดยมีแนวคิดใน การสร้างตารางหลากหลายแนวคิด คือ ตั้งแต่ 3 แนวคิดขึ้นไป เช่น การลองผิดลองถูกหาวิธีคานวณให้ได้ ตารางมา 1 รูปแบบ แล้วจึงนา ค่าคงที่ตัวหนึ่งมาคูณหรือหารจานวน ทุกจานวนในตารางนั้น แนวคิดใน การหาวิธีการคานวณให้ได้ตารางมา 1 รูปแบบ แล้วจึงนาค่าคงที่ตัวหนึ่ง มาบวกหรือลบจานวนทุกจานวนใน ตารางนั้น แนวคิดในการกาหนด ผลรวมแล้วแจกแจงจานวนในตาราง การใช้ทศนิยมหรือเศษส่วน แนวคิด การให้ทุกจานวนในตารางมีค่า เท่ากัน

21 3. ด้านความคิดริเริ่ม เกณฑ์การประเมินความคิดริเริ่มที่ผู้วิจัยประยุกต์ตามแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ สาหรับกรณีทั่วไป คือ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิดริเริ่ม ไม่สามารถคิดวิธีหา คาตอบที่แตกต่างจาก วิธีคิดทั่วไปตาม สถานการณ์ที่ กาหนดให้ได้ หรือมี ร่องรอยในการหาวิธีคิด ที่แตกต่างจากวิธีคิด ทั่วไป แต่ไม่สามารถใช้ หาคาตอบได้ คิดวิธีที่จะนาไปหา คาตอบในสถานการณ์ ที่กาหนดได้ แต่เป็นวิธี ที่ค่อนข้างธรรมดา คือ มีนักเรียนในห้องใช้ ตั้งแต่ 6% ขึ้นไป คิดวิธีหาคาตอบได้ ซึ่ง เป็นวิธีที่น่าสนใจ และ เลือกใช้หลักการทาง คณิตศาสตร์ที่ เหมาะสม โดยอาจซ้า กับนักเรียนคนอื่นบ้าง เล็กน้อย คือ 3-5% ของนักเรียนในห้อง คิดวิธีหาคาตอบได้ ถูกต้อง โดยเลือกใช้ หลักการทาง คณิตศาสตร์ได้อย่าง เหมาะสม โดดเด่น ไม่เหมือนใคร ซึ่งเป็น วิธีที่ใช้ความรอบรู้ใน การคิดและมีนักเรียน เพียง 1-2 คนที่ใช้วิธีนี้ หรือ 1-2% ของ นักเรียนในห้อง จากแนวคิดของทอแรนซ์และเชฟฟิวด์ และบริบทของสถานการณ์ในโจทย์ข้อนี้ ผู้วิจัย ปรับเกณฑ์โดยถอดความ และขยายความ ดังรายละเอียดต่อไปนี้ เกณฑ์ประเมิน ระดับคะแนน 0 1 2 3 ความคิดริเริ่ม สร้างตารางได้ แตกต่างจากวิธีทั่วไป แต่มีบางแถว มีผลรวมไม่เท่ากับ แถวอื่น สร้างตารางได้ แต่ แนวคิดค่อนข้าง ธรรมดา คือ มีนักเรียนในห้องใช้ ตั้งแต่ 6% ขึ้นไป เช่น การลองผิด ลองถูก สร้างตารางได้ ซึ่งไม่ ค่อยมีคนนาแนวคิดนั้น มาใช้หรือถ้ามีคนใช้ก็ เป็นส่วนน้อย คือ 3-5% ของนักเรียน ในห้อง เช่น การใช้ ทศนิยมหรือเศษส่วน การให้ทุกจานวนใน ตารางมีค่าเท่ากัน หาตารางได้โดยใช้แนวคิดที่ โดดเด่น แปลกแตกต่างจาก คนอื่น ซึ่งเป็นวิธีที่ใช้ ความรอบรู้ในการคิดและมี นักเรียนเพียง 1 หรือ 2 คนที่ใช้วิธีนี้ หรือ 1-2% ของนักเรียนในห้อง เช่น การกาหนดผลรว

Add a comment

Related presentations

Related pages

ความคิดสร้างสรรค์ | โครงการพสวท.

... โครงการพสวท. | ติดป้ายกำกับ ข้อสอบ, ความคิดสร้างสรรค์, ...
Read more

ตรวจข้อสอบความคิดสร้างสรรค์ทางวิทยาศาสตร์ | โครงการพสวท.

ในการสอบคัดเลือกนักเรียนเข้ารับทุนพสวท.ระดับ ...
Read more

คลังแนวข้อสอบเนื้อๆ_อบจ.กาญจนบุรี เปิดรับ ครูช่วยสอน 4 ...

- แนวข้อสอบ ความคิดสร้างสรรค์ ...
Read more

GAT / PAT คืออะไร มาดูความหมายกันค่ะ ^__^” : JANTHAI Blog

– ลักษณะ ข้อสอบ ความคิดสร้างสรรค์ ...
Read more

รวมแนวข้อสอบบรรจุครูผู้ช่วย ฉบับปรับปรุง ใช้สอบปี 2556

- แนวข้อสอบ ความคิดสร้างสรรค์ต่อวิชาชีพ - แนวข้อสอบ ...
Read more

GAT PAT คืออะไร สอบอะไรบ้าง?? - PUDSADEE4MINE

GAT - PAT คืออะไร? ในระบบการ Admissionล GAT ย่อมาจาก General Aptitude Test เป็นการ ...
Read more

การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยเน้นการคิดแบบฮิวริสติกส์

ข้อสอบความคิดสร้างสรรค์;
Read more

pookpikschool | ครูปุ๊กปิ๊กขอชวนทุกคน มาสนุกกับคณิตกันนะคะ ...

ข้อสอบความคิดสร้างสรรค์;
Read more