2014-03-07 คู่มือชีวิต ตอน 23 กระบวนการเปลี่ยนแปลงความรู้ สำคัญยิ่งกว่า ความรู้

50 %
50 %
Information about 2014-03-07 คู่มือชีวิต ตอน 23 กระบวนการเปลี่ยนแปลงความรู้ สำคัญยิ่งกว่า...
Spiritual

Published on March 9, 2014

Author: Taweedham_Dhamtawee

Source: slideshare.net

Description

"กระบวนการเปลี่ยนแปลงความรู้ สำคัญยิ่งกว่า ความรู้"
คู่มือชีวิต ตอน 23 โดย นพพร เทพสิทธา
เนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1136 วันที่ 7 มีนาคม 2557

คู่มือชีวิต ตอน 23 กระบวนการเปลี่ยนแปลงความรู้ สาคัญยิ่งกว่า ความรู้ โดย นพพร เทพสิทธา เนชันสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1136 วันที่ 7 มีนาคม 2557 ่ ชีวิตเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทังร่ างกาย ความรู้ สึกนึกคิด และ จิตใจ ้ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี ้ เกิดบนพื ้นฐานของความรู้ และ นามาซึงความรู้ ทังที่เป็ นความจริงแท้ ่ ้ ของธรรมชาติ และ ที่เป็ นสิ่งที่เราสร้ างขึ ้นจากความไม่ร้ ู แต่ คุณค่ าที่สาคัญที่สุดของชีวิตจาก การเปลี่ยนแปลง ก็คือ “ปั ญญา” หรื อ “ความฉลาด” ที่ผ่านการบ่มเพาะ เปลี่ยนแปลง และ วิวฒนาการ จากการหมุนเวียนรอบแล้ วรอบเล่าของชีวิต ทังในด้ านความฉลาดทางเชาว์ปัญญา ั ้ (IQ), ความฉลาดทางอารมณ์ (EQ), และ ความฉลาดทางจิตวิญญาณ (SQ) จากโบราณกาลจวบจนถึงปั จจุบน ั มีบคคลนับไม่ถ้วนที่ค้นพบความจริงในธรรมชาติ ุ และสามารถต่อยอดเป็ นองค์ความรู้ นามาสร้ างคุณประโยชน์ให้ กบมนุษยชาติอย่างไม่สิ ้นสุด ั ทังในด้ านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ศาสตร์ ในการปกครองและบริหารจัดการ และ จิตศาสตร์ ้ ฯลฯ ดังนัน ความรู้ที่เป็ นความจริงแท้ ของธรรมชาติ จึงเป็ นความรู้ที่มีคณค่าต่อมนุษยชาติที่สด ้ ุ ุ แต่คณค่าเหล่านี ้จะเกิดขึ ้นไม่ได้ หากไม่มี กระบวนการเปลี่ยนแปลงความรู้ (Knowledge ุ Transformation) ที่เปลี่ยนความรู้ ให้ เป็ นปั ญญา หรื อ กระบวนการบ่ มเพาะปั ญญา กระบวนการเปลี่ยนแปลงความรู้ จึงสาคัญยิ่งกว่ า ความรู้ ปั ญญาที่เข้ าใจและเข้ าถึงความจริงตามธรรมชาติ ย่อมทาให้ ชีวิตประสบ ความสาเร็จและมีความสุขความเจริญที่แท้ จริง ทังด้ านการงาน ครอบครัว สังคม และ ส่วนตัว ้ การไม่ ร้ ู จริงหรื อไม่ สนใจที่จะรู้ จริง นอกจากไม่ ทาให้ เกิดปั ญญาแล้ ว ยังปิ ดกันปั ญญา ้

ในโลกยุคปั จจุบนที่เต็มไปด้ วยข่าวสารข้ อมูลและความรู้ อันแสวงหาได้ อย่างง่ายดาย ั จากโลกอินเตอร์ เนท สิ่งที่ต้องระวังคือ ทาอย่างไรจึงไม่สบสน เราจะมันใจได้ อย่างไรว่าความรู้ ั ่ อันไหนจริง และ ที่ว่าจริงนัน เป็ นความจริงที่มีเงื่อนไขขึ ้นอยู่กบตัวบุคคลและสถานการณ์ หรื อ ้ ั เป็ นความจริงแท้ เรื่ องๆเดียวกัน ผู้ร้ ูหลายคนกล่าวไม่ตรงกันหรื อต่างแง่มมกัน โดยอ้ างถึง ุ ประสบการณ์และข้ อพิสจน์ที่สนับสนุนความรู้ของตน ซาร้ ายด้ วยอคติความโน้ มเอียงและ ู ้ ความยึดมั่นในความรู้ ของตัวเราเองอีกส่ วนหนึ่งที่ปิดกันไม่ ให้ เราเห็นความจริง ดังนัน ้ ้ ถ้ าเราต้ องการเข้ าใจความจริง ก็ต้องศึกษาหาความจริงให้ ครบทุกด้ านและใช้ ปัญญาพิจารณา แบบบูรณาการ โดยปราศจากอคติ เหมือนมองช้ าง ต้ องมองให้ ครบทุกด้ าน จึงจะรู้จกช้ างจริง ั ความรู้ ในการบริหารจัดการสมัยใหม่ โดยเฉพาะที่มาจากทางตะวันตก มักให้ ความละเอียดชัดเจนทังด้ านเนื ้อหาและกระบวนการ มีรูปแบบ มีสตรคานวณ มีกรณีศกษา มี ้ ู ึ ภาพประกอบ มีการอ้ างอิง ทาให้ น่าเชื่อถือ ง่ายต่อการเรี ยนรู้ และสะดวกในการนามาใช้ แต่ก็มี ข้ อเสียคือ ทาให้ ติดกับดักของความรู้ ถ้ าเรานาไปใช้ ทงดุ้นโดยไม่ศกษาหาทางเลือกเพิมเติม ไม่ ั้ ึ ่ ศึกษาที่มาที่ไป ไม่ศกษาเงื่อนไขหรื อเหตุปัจจัยที่สนับสนุนความรู้ ดงกล่าวว่าอะไรที่ให้ สาเร็จ ึ ั หรื อล้ มเหลว ไม่คิดว่าสิ่งที่ใช้ ได้ ในอดีตอาจใช้ ไม่ได้ ในอนาคต หรื อ ไม่เฉลียวใจว่าความรู้นี ้เก่า หรื อใหม่เพียงใด มีที่ทนสมัยกว่านี ้หรื อไม่ จุดที่น่าห่วง ก็คือ เพาะนิสยให้ มกง่าย ชอบจา ั ั ั มากกว่าคิด ชอบอะไรที่เป็ นสูตรสาเร็จนามาใช้ ได้ ทนที เป็ นผลให้ ไม่ร้ ูจริง ต้ องรู้ตามอยู่ร่ าไป มี ั ความรู้แต่ขาดปั ญญา ไม่สามารถบุกเบิกสร้ างความรู้ด้วยปั ญญาของตนเอง ส่ วนความรู้ ในสมัยโบราณของทางตะวันออก มักไม่บอกละเอียด ส่วนใหญ่เป็ น ข้ อความสันๆให้ พิจารณาตีความเอง ้ เน้ นการสร้ างภูมิปัญญาจากการปฏิบติด้วยตนเอง ั มากกว่าการท่องจาและการเลียนแบบ สามารถปรับความรู้ให้ เข้ ากับสถานการณ์อยู่เสมอ ไม่ ล้ าสมัย สร้ างเอกลักษณ์เฉพาะตน ช่วยบ่มเพาะปั ญญาในเชิงกลยุทธ์ วิสยทัศน์ และ นวัตกรรม ั ได้ อย่างดี น่าเสียดายที่คนรุ่นใหม่ ใจร้ อน ชอบอะไรที่เห็นผลเร็ว ไม่ตระหนักถึงคุณค่าของภูมิ ปั ญญาตะวันออก ในขณะที่คนทางตะวันตกหันมาศึกษาภูมิปัญญาตะวันออกอย่างจริงจัง

และนาไปพัฒนาองค์ความรู้ในรูปแบบใหม่ เช่น ตาราพิชยสงครามของซุนวู, คัมภีร์เต้ าเต๋อจิง, ั คาสอนของท่านดาไลลามะ เป็ นต้ น เมื่อก่อน ความรู้ ทางตะวันตก ให้ ความสาคัญกับคุณค่าทางวัตถุและสิ่งที่จบต้ องได้ ั มองคนเป็ นปั จจัยการผลิต เป็ นทรัพยากร หรื อเป็ นทุนขององค์กร แต่ในปั จจุบนเริ่ม ั เปลี่ยนแปลงมาให้ ความสาคัญกับคุณค่าที่จบต้ องไม่ได้ จิตใจ และ คนในฐานะที่เป็ นผู้มีส่วน ั ร่วมในธุรกิจ ซึงเป็ นสิ่งที่ทางตะวันออกให้ ความสาคัญมาก่อนเป็ นเวลานับพันปี ่ ท่านอาจารย์สู แห่งชลบุรี ผู้ล่วงลับไปแล้ วกว่า 30 ปี เคยให้ คาแนะนาในเรื่ อง ความรู้ ด้ วยคาพูดง่ายๆแต่ให้ แนวคิดที่มีคณค่า เช่น “รู้ ก็ถูกตัวรู้ ปิดบัง”, “จะเรี ยนชันมัธยมต้ องทิง ุ ้ ้ ความรู้ ประถม จะเรี ยนรู้ มหาวิทยาลัย ต้ องทิงความรู้ มัธยม”, “ปริญญาตรี เขารู้ เรา ้ ปริญญาโท รู้ เปรี ยบเทียบ ปริญญาเอก เรารู้ เขา” ท่านอธิบายเพิมเติมโดยตังคาถามว่า “เรารู้จกเก้ าอี ้ไหม? ถ้ ารู้ จก ก็ต้องบอกได้ ว่า เก้ าอี ้ ่ ้ ั ั แบบไหนดีแบบไหนไม่ดี และต้ องอธิบายวิธีการสร้ างเก้ าอี ้ได้ มิฉะนันจะเรี ยกว่า เก้ าอี ้รู้ จกเรา ้ ั เรายังไม่ร้ ูจกเก้ าอี ้ หรื อ เขารู้เรา เราไม่ร้ ู เขา การเรี ยนในระดับปริ ญญาตรี ก็เช่นกัน เรารู้เท่าที่ ั อาจารย์สอนหรื อเท่าที่จาได้ จากตารา แต่ยงไม่ร้ ูจริง จึงเรี ยกว่า เขารู้ เรา ต่อเมื่อเรี ยนปริ ญญา ั โท เริ่มเปรี ยบเทียบได้ ว่า อะไรดีไม่ดี มีความรู้มากขึ ้น เรี ยกว่า รู้เปรี ยบเทียบ สุดท้ ายสามารถ สร้ างเก้ าอี ้ได้ ด้วยตัวเองหลายๆแบบ นันแหละ จึงจะเรี ยกว่า จบปริญญาเอก หรื อ เรารู้เขา” ่ นอกจากนี ้ ท่านอาจารย์สยงสอนเคล็ดในการเรี ยนรู้ว่า “เมื่ออาจารย์เริ่มสอนหรื อเมื่อ ู ั เริ่มอ่านหนังสือ ให้ พยายามคิดหาคาตอบล่วงหน้ าให้ ได้ ว่า อาจารย์หรื อหนังสือกาลังจะบอก อะไรเรา? อะไรคือจุดประสงค์ที่อาจารย์พดหรื อหนังสือเขียนเช่นนัน? สุดท้ ายจะจบหรื อสรุป ู ้ อย่างไร?” เมื่อทดลองใช้ ดจะพบว่า เป็ นกระบวนการเรี ยนรู้ที่ฝึกให้ เกิดความเข้ าใจมากกว่าการ ู ท่องจา เมื่อเข้ าใจหลักการ ที่มาที่ไป และ วัตถุประสงค์แล้ ว ก็จะเข้ าใจรายละเอียดได้ โดยง่าย

ในการบริหารจัดการ กระบวนการเปลี่ยนแปลงความรู้ให้ เป็ นปั ญญา ประกอบด้ วย การ เรี ยนรู้วิธีการเรี ยนรู้ , การตรวจสอบความเห็นและความเชื่อ, การบูรณาการความรู้, การนา ความรู้ไปปฏิบต, และ การสรุปผล อาจเริ่มฝึ กโดย การใช้ ความสังเกต, การเปรี ยบเทียบ, การ ัิ มองหลายแง่มม, การสร้ างจินตนาการ, การยอมรับความแตกต่างและความเป็ นไปได้ , การมอง ุ ภาพแบบองค์รวมและแยกย่อย, การออกจากกรอบที่เคยยึดถือ, การเชื่อมโยงบูรณาการความรู้ ทุกด้ านให้ เป็ นหนึงเดียว, การทิ ้งเปลือกค้ นหาแก่นเพื่อเข้ าใจความจริงของธรรมชาติ ฯลฯ ฝึ กที่ ่ จะไม่ยดติดกับตารา ตัวบุคคล หรื อ รูปแบบมากเกินไป จนห่างไกลความจริ งออกไป และมีชีวิต ึ หลงวนเวียนอยู่ในแต่ในโลกแห่งมายามากขึ ้นๆ พระพุทธเจ้ าทรงตรัสสังสอนพระธรรม คือ ความรู้ ที่พระองค์ทรงค้ นพบด้ วยพระองค์เอง ่ และเป็ นความจริงที่มีอยู่แล้ วในธรรมชาติ พุทธบริษัท ผู้ปฏิบติธรรมตามคาสังสอนของพระองค์ ั ่ จนในที่สดสามารถกาจัดอวิชชาคือความไม่ร้ ู เกิดปั ญญาและเข้ าถึงความจริงนี ้ได้ ก็จะบรรลุถึง ุ ความดับทุกข์อนเป็ นเปาหมายสูงสุดของชีวิต ั ้ การปฏิบัติธรรมเป็ นกระบวนการ เปลี่ยนแปลงความรู้ ให้ เป็ นปั ญญา ที่มีความสาคัญที่สุด และเป็ นหนทางเดียวของพุทธ บริษัท พระพุทธเจ้ าได้ ทรงชี ้แนะวิธีการในการปฏิบติธรรมไว้ มากมาย เพื่อให้ พทธบริษัทเลือก ั ุ ปฏิบติให้ เหมาะสมแก่ตน เช่น อริยสัจ 4, สติปัฏฐาน 4, โอวาทปาติโมกข์ ฯลฯ และเมื่อปฏิบติ ั ั ถูกต้ องแล้ ว ผลก็จะเกิดขึ ้นเอง ตามเหตุที่สร้ างหรื อตามกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ปฏิบติ ั ขันตอนที่สาคัญที่สุดในการปฏิบัตธรรม อยู่ท่ ขันตอนแรก คือ การมีความเห็น ้ ิ ี ้ ความเข้ าใจที่ถูกต้ อง ซึ่งอยู่บนพืนฐานของความเชื่อที่ถูกต้ องและทดสอบแล้ ว ้ หาก ความเห็นไม่ถกต้ องแล้ ว ยากที่กระบวนการและผลที่ตามมาจะถูกต้ อง ู พระพุทธเจ้ าทรงแนะนาเรื่ องนี ้ไว้ ใน กาลามสูตร ที่ทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้าน เกสปุตตนิคม แคว้ นโกศล เพื่อไม่ให้ เชื่อสิ่งใดหรื อมีความเห็นอย่างงมงาย ต้ องพิจารณาและ ตรวจสอบให้ เห็นจริงถึงคุณและโทษด้ วยตนเองก่อน 10 ประการ ได้ แก่ 1.อย่าเชื่อเพราะฟั ง ต่อๆกันมา, 2.อย่าเชื่อเพราะถือสืบทอดต่อๆกันมา, 3.อย่าเชื่อเพราะคาเล่าลือ, 4.อย่าเชื่อ

เพราะกล่าวอ้ างตารา, 5.อย่าเชื่อเพราะตรรกะ, 6.อย่าเชื่อเพราะการอนุมาน, 7.อย่าเชื่อเพราะ คิดตรองตามเหตุผล, 8.อย่าเชื่อเพราะเข้ ากันได้ กบทฤษฎีที่พินิจไว้ แล้ ว, 9.อย่าเชื่อเพราะความ ั น่าจะเป็ นไปได้ , 10.อย่าเชื่อเพราะนับถือว่าเป็ นครู ของเรา เมื่อพิจารณาจนเห็นจริงถึงธรรมอันเป็ นกุศลและอกุศลแล้ ว ก็จะมีความเห็นที่ถกต้ อง ู นาไปสู่การประพฤติปฏิบติที่ถกต้ องเพื่อสร้ างกุศลและละอกุศล และ ได้ รับผลที่ถกต้ องต่อไป ั ู ู ความรู้ , กระบวนการเปลี่ยนแปลงความรู้ เป็ นปั ญญา, และ ผลของการ เปลี่ยนแปลง ก็คือ เรื่ อง เข้ าใจ-เข้ าถึง-พัฒนา หรื อ ปริยัต-ปฏิบัต-ปฏิเวธ เป็ นสิ่งที่มี ิ ิ ความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน และ มีความสาคัญอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงของชีวิตที่เกิดขึ ้นอยู่ ตลอดเวลา หากเริ่มต้ นถูกต้ อง ปฏิบติถกต้ อง ชีวิตก็จะเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปสู่ความสาเร็จ ั ู และมีความสุขความเจริ ญที่ยงยืน ถึงเปาหมายสูงสุดของชีวิต ั่ ้

Add a comment

Related presentations

Related pages

สารบัญเนชั่นสุด ...

กระบวนการเปลี่ยนแปลงความรู้ สำคัญยิ่งกว่า ... วัย 23 .
Read more

ธรรมชาติ ชีวิต และ ...

... ปีนี้ไม่ธรรมดา บูรณาการความรู้ความ ... 23 เมษายน ... ตอน ...
Read more

เนชันสุดสัปดาห์ ...

... ใบ วัย 23; ... กระบวนการเปลี่ยนแปลงความรู้ สำคัญยิ่งกว่า ...
Read more

TK park E-library

... เป็น 2 ตอน คือ ตอนที่ 1 เป็นความรู้ ... คู่มือชีวิต ...
Read more

laic.dpu.ac.th

... ชุดที่ 2 ตอนที่ 1, ... 23: 100162: 2547: ... ความรู้ ...
Read more

TK park E-library

23: เรื่อง ... บุคคลที่มีความรู้ความ ... เป็น 4 ตอน ตอนแรก ...
Read more

ความแตกต่างของ ...

เพื่อสงบระงับ เพื่อความรู้ยิ่ง ... Groaned at 34 Times in 23 ... ตอนต้นนะ ...
Read more

PANTIP.COM : Y5182700 ...

ผู้มีอายุตอนปลายใน ... [ 1 มี.ค. 50 09:23:41 ... ของความรู้ ...
Read more